คลัง ลงนาม ตั้ง 2 กลุ่ม ติดตั้งเครื่องรับชำระเงิน ฯ เดินหน้า อีเพย์เมนท์ฯ

คลัง ลงนาม ตั้ง 2 กลุ่ม ติดตั้งเครื่องรับชำระเงิน ฯ เดินหน้า อีเพย์เมนท์ฯ

คลัง ลงนาม ตั้ง 2 กลุ่ม ติดตั้งเครื่องรับชำระเงิน ฯ เดินหน้า อีเพย์เมนท์ฯ

S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

คลังเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ National e-Payment ต่อเนื่อง จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงเลือกผู้ติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการให้บริการวางอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ระหว่างคณะอนุกรรมการคัดเลือกและกำกับดูแลผู้ให้บริการวางอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และผู้มีสิทธิ์ให้บริการวางอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) จำนวน 2 ราย ได้แก่


กลุ่ม Consortium ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และ

กลุ่มกิจการค้าร่วมโครงการอีเพเม้นท์ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นพยานภาครัฐ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ และนายยศ กิมสวัสดิ์ เป็นพยานภาคเอกชน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2560

นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน อนุกรรมการและเลขานุการร่วมในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการให้บริการวางอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจมีช่องทางการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ส่งเสริมการกระจายเครื่องรับบัตรหรือจุดรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยมีเป้าหมายในการกระจายอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) แก่ร้านค้าและหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ รวมประมาณ 560,000 ราย

ในปัจจุบันรัฐบาลได้จัดทำและผลักดันแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ซึ่งมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ โดยระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพจะช่วยอำนวยความสะดวกกับภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม ในส่วนของโครงการที่ 2 คือ โครงการขยายการใช้บัตร ได้ก้าวมาถึงจุดสำคัญ โดยภายหลังพิธีลงนามวันนี้ ผู้ให้บริการจะเริ่มทยอยวางอุปกรณ์ฯ ทันที โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2561

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการทั้ง 2 ราย จะดำเนินการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและร้านค้า โดยจะเห็นได้จาก การปรับลดค่าธรรมเนียมการรับบัตรเดบิตที่ปกติจะเก็บในอัตรา 1.5 – 2.5 % ของมูลค่าเงินที่ชำระ เป็นเพียงไม่เกิน 0.55% เท่านั้น ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจให้กับร้านค้าและจูงใจให้ร้านค้าเลือกรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น และจะไม่มีการเก็บค่าเช่าและค่าติดตั้งอุปกรณ์ฯ โดยอาจเก็บค่ามัดจำเพื่อป้องกันอุปกรณ์เสียหาย โดยร้านค้าจะได้คืนเมื่อยกเลิกการใช้บริการ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้มีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนร้านค้าที่ติดตั้งอุปกรณ์ฯ โดยให้ร้านค้าสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการรับบัตร (MDR) ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้ จะช่วยร้านค้าให้ติดตั้งเครื่อง EDC ได้มากขึ้น

อีกทั้งกระทรวงการคลังยังจะมีมาตรการจูงใจผ่านการชิงโชคการใช้บัตรเดบิตให้ประชาชนและร้านค้า เพื่อกระตุ้นการใช้บัตรและชำระเงินในระบบอีเพย์เมนต์ โดยจะจัดแคมเปญแจกรางวัล ให้ผู้ใช้และร้านค้าได้มีสิทธิลุ้นโชคจากการชำระเงินผ่านเครื่องรับบัตรและตู้ ATM เป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 (สำหรับผู้ที่ใช้บริการในเดือนพฤษภาคม 2560) ซึ่งรางวัลจะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 84 ล้านบาท

"ครม." ไฟเขียว บรรจุ "พยาบาล" ใน 3 ปี 10,992 อัตรา

"ครม." ไฟเขียว บรรจุ "พยาบาล" ใน 3 ปี 10,992 อัตรา

นายกฯใช้ม.44ลดขั้นตอนลงทุนEEC

นายกฯใช้ม.44ลดขั้นตอนลงทุนEEC

ครม.เห็นชอบกษ.ขับเคลื่อนแผนแม่บทเกษตรกรรม

ครม.เห็นชอบกษ.ขับเคลื่อนแผนแม่บทเกษตรกรรม

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยภาพรวมปีนี้โต3-5%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยภาพรวมปีนี้โต3-5%

อสังหาเชื่อที่อยู่อาศัยภาคใต้ระบายหมดใน10-20ด.

อสังหาเชื่อที่อยู่อาศัยภาคใต้ระบายหมดใน10-20ด.

กสทช.ไม่ปิดfacebookเชือดเว็บเพจไม่เหมาะสม

กสทช.ไม่ปิดfacebookเชือดเว็บเพจไม่เหมาะสม

ทีเอ็มบีคาดกนง.คงดอกเบี้ยตลอดปี 60

ทีเอ็มบีคาดกนง.คงดอกเบี้ยตลอดปี 60

ก.คมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ก.คมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก3.08จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก3.08จุด

ก.เกษตรฯพร้อมยกระดับสินค้าสู่เป้าหมาย4.0

ก.เกษตรฯพร้อมยกระดับสินค้าสู่เป้าหมาย4.0

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก 5.25 จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก 5.25 จุด

คลัง เสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 1,200 -1,500 บาท/เดือน

คลัง เสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 1,200 -1,500 บาท/เดือน

บล.ไอร่ามองหุ้นปรับขึ้นตามตปท.,น้ำมัน

บล.ไอร่ามองหุ้นปรับขึ้นตามตปท.,น้ำมัน

กรมบัญชีกลางพร้อมพัฒนาระบบให้โปร่งใส

กรมบัญชีกลางพร้อมพัฒนาระบบให้โปร่งใส

สอท.ร่วมคลังเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง

สอท.ร่วมคลังเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง

ก.แรงงานเปลี่ยนลุควินมอไซค์เข้มปลอดภัย

ก.แรงงานเปลี่ยนลุควินมอไซค์เข้มปลอดภัย

บล.เคจีไอ คาด หุ้นไทยขึ้นต่อวันที่3

บล.เคจีไอ คาด หุ้นไทยขึ้นต่อวันที่3

ราคาทองปรับขึ้้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,050 บาท

ราคาทองปรับขึ้้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,050 บาท

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก3.64จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก3.64จุด

ทองขึ้น100บ.!รูปพรรณขายออก21,050บาท

ทองขึ้น100บ.!รูปพรรณขายออก21,050บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์