ช็อปออนไลน์ สะเทือน! รัฐรีดภาษี “Facebook” พ่วง 5 เว็บยักษ์ ไม่จ่ายปิดทันที!

ช็อปออนไลน์ สะเทือน! รัฐรีดภาษี “Facebook” พ่วง 5 เว็บยักษ์ ไม่จ่ายปิดทันที!

ช็อปออนไลน์ สะเทือน! รัฐรีดภาษี “Facebook” พ่วง 5 เว็บยักษ์ ไม่จ่ายปิดทันที!

Spring News

สนับสนุนเนื้อหา

อาลีบาบา เฟซบุ๊ก ทราเวลโลก้า เว็บจองตั๋วคอนเสิร์ตและเว็บไซต์หาคู่ เป็น 5 กลุ่มเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ อยู่ในข่ายที่กรมสรรพากรเล็งเป้าหมายนำร่อง ตีตราขึ้นทะเบียนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%ทุกธุรกรรม ตามกฎหมายใหม่ภาษีออนไลน์ ลั่นฝ่าฝืนปิดทันที ประเมินยอดค้าออนไลน์ปีนี้ 3 ล้านล้านบาท

กรมสรรพากรแจ้งความคืบหน้าการศึกษาโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวข้องกับกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์หรือหรือธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการแก้ไขประมวลรัษฎากรหรือร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ที่เน้นจัดเก็บในธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลปัจจุบัน คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ยืนยันว่า การปรับโครงสร้างการจัดเก็บ หรืออัตราภาษีจะต้องสอดคล้องตามหลักสากล เช่นเดียวกับที่ขณะนี้หลายประเทศได้เดินหน้ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในลักษณะนี้ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เป็นต้นกฎหมายดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวทางการปฎิรูปโครงสร้างภาษีครั้งสำคัญของกรม สรรพากรที่จะต้องพิจารณาบนฐานที่รัดกุม สามารถปิดช่องโหว่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต การจัดเก็บบนฐานที่ถูกตัวถูกคน

ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายจำเป็นต้องทำให้รอบด้านเพราะหากจะแก้ไขอีกคงไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากกฎหมายจะต้องมีผลบังคับใช้ไปอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5-10 ปีหรือมากกว่านั้นถึงจะเริ่มมีการมองว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ล้าสมัยหรือยัง ดังนั้นการแก้ไขรอบนี้จะต้องมองถึงภายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 10-20 ปีข้างหน้า รวมถึงประเมินรูปแบบของธุรกิจใหม่ๆ ที่มาจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดย เฉพาะรูปแบบการทำธุรกิจที่จะโยกขึ้นไปซื้อขายบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น


ทะเบียนสรรพากรเท่านั้น

แนวทางการจัดเก็บภาษีจะเน้นไปที่การทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก โดยกำหนดแนวทางการพิจารณาเอาไว้คือ หากเปิดเว็บไซต์เพื่อทำการซื้อขายสินค้าบนเว็บไซต์แล้ว เจ้าของเว็บไซต์จะต้องจดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรเท่านั้นถึงจะสามารถทำธุรกิจในไทยได้ ถึงแม้จะมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ก็จะต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง แต่หากไม่มาขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรแล้วเว็บไซต์เหล่านั้นก็จะถูกปิดถาวรทันที

“ถามว่าทำไมถึงต้องมาขึ้นทะเบียน ก็เพื่อที่กรมสรรพากรจะได้มีฐานข้อมูล เพราะการจัดเก็บภาษีครั้งนี้กำหนดว่าเจ้าของเว็บไซต์จะต้องนำส่งภาษี Vat หรือ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการตามกฎหมายจัดเก็บอยู่ที่ 7% หากเป็นธุรกิจที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการของผู้ประกอบการที่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และจากการตรวจสอบเบื้องต้นมากกว่า 60-70% ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ล้วนแต่มีรายได้เกินปีละ 1.8 ล้านบาททั้งสิ้น”

 

vatvap

นำร่องตีตรา5เว็บยักษ์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ทันทีที่เกิดการรับเงินหรือเกิดการซื้อขาย การติดต่อทางธุรกิจต่อ 1 Transaction เจ้าของเว็บไซต์เหล่านั้นก็จะต้องเสียภาษี Vat ทันที โดยมีการจัดกลุ่มเว็บไซต์ออกเป็นกลุ่มย่อย ในขณะนี้ 5 กลุ่มย่อย ได้แก่

1.เว็บไซต์กลุ่มธุรกิจขายหรือจำหน่ายสินค้าทั้งแบบขายปลีกและขายส่ง เช่น Alibaba / Lazada / 2. เว็บไซต์หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีรายได้จากเว็บไซต์ เช่น Facebook / Google / Line / Youtubeที่มีการเปิดเป็นเครือข่ายเพื่อขายสินค้าออนไลน์หรือทำรายได้จากการคลิกชมโฆษณา

3. เว็บไซต์จองที่พักหรือโรงแรม เช่น traveloka.com / expedia.co.th / asiatravel.com/th 4.จองตั๋วหรือบัตรชมการแสดง-คอนเสิร์ต 5. เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับนายหน้าการขายสินค้าและบริการ เช่น ประกันออนไลน์ รวมถึงเว็บไซต์ที่มีการรีวิวสินค้าหรือบริการ เว็บไซต์หาคู่ เป็นต้น คาดว่าทั้งระบบจะมีจำนวนนับพันราย

สรรพากรประเมินขณะนี้การค้าขายในธุรกิจออนไลน์ที่เป็นกลุ่มอี-คอมเมิร์ซของไทยมีจำนวน 5 แสนกว่าราย สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ประกอบการกับผู้บริโภค (Business to Consumer – B2C) ถือเป็นการค้าระหว่างผู้ค้าโดยตรงถึงลูกค้า โดยกลุ่มนี้ถือว่าไทยมีจำนวนสูงที่สุดในอาเซียน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการประมาณ 1.7-1.8 แสนราย 2.ผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ (Business to Business – B2B) มีสัดส่วนประมาณ 30% หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 7-8 หมื่นราย

ขณะที่ในปี 2559 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยคาดมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาทเติบโตสูงถึง 10% จากปี 2558 ที่มีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาทส่วนปี 2560 นี้น่าจะขยายตัวสูงถึง 10% มูลค่าการค้ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท


อย่าใช้ยาแรงธุรกิจไทย

ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาดดอตคอม จำกัด ในฐานะกูรูด้านอี-คอมเมิร์ซของไทยกล่าวว่าเห็นด้วยกับกรณีที่กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีของธุรกิจออนไลน์ต่างประเทศ แต่สำหรับธุรกิจในไทยถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งไม่อยากให้รัฐ โดยเฉพาะสรรพากร เดินหน้าจัดเก็บภาษีอย่างเดียว โดยยังมีองค์กรที่เกี่ยวข้องมากมาย ที่ต้องมานั่งหารือ หาแผนและทางออกแบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะหากรัฐใช้ยาแรง มีผลต่อการค้าออนไลน์ในประเทศแน่นอนโดยผู้ที่ต้องการทำหรือเริ่มทำการค้าออนไลน์จะตื่นตระหนกไปหมด และกระทบต่อธุรกิจออนไลน์แน่นอน รวมไปถึงผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซและออนไลน์ในไทย

“ที่น่าเป็นห่วงคือ อำนาจสรรพากรเพิ่มมากขึ้น เรียกขอข้อมูลลูกค้าเมื่อไรก็ได้หากสงสัยตรงนี้จะทำให้ลูกค้าหลายๆ คนกังวลว่าจะเปิดธุรกิจออนไลน์ในไทยดีหรือไม่ เราอาจจะเห็นการย้ายฐานการค้าของคนทำการค้าออนไลน์บางกลุ่มย้ายออกไปใช้บริการของต่างประเทศ ที่กฎหมายไทยไม่ครอบคลุม แน่นอนว่าจะกระทบกับวงการอี-คอมเมิร์ซไทยแน่นอน”

"ครม." ไฟเขียว บรรจุ "พยาบาล" ใน 3 ปี 10,992 อัตรา

"ครม." ไฟเขียว บรรจุ "พยาบาล" ใน 3 ปี 10,992 อัตรา

นายกฯใช้ม.44ลดขั้นตอนลงทุนEEC

นายกฯใช้ม.44ลดขั้นตอนลงทุนEEC

ครม.เห็นชอบกษ.ขับเคลื่อนแผนแม่บทเกษตรกรรม

ครม.เห็นชอบกษ.ขับเคลื่อนแผนแม่บทเกษตรกรรม

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยภาพรวมปีนี้โต3-5%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยภาพรวมปีนี้โต3-5%

อสังหาเชื่อที่อยู่อาศัยภาคใต้ระบายหมดใน10-20ด.

อสังหาเชื่อที่อยู่อาศัยภาคใต้ระบายหมดใน10-20ด.

กสทช.ไม่ปิดfacebookเชือดเว็บเพจไม่เหมาะสม

กสทช.ไม่ปิดfacebookเชือดเว็บเพจไม่เหมาะสม

ทีเอ็มบีคาดกนง.คงดอกเบี้ยตลอดปี 60

ทีเอ็มบีคาดกนง.คงดอกเบี้ยตลอดปี 60

ก.คมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ก.คมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก3.08จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก3.08จุด

ก.เกษตรฯพร้อมยกระดับสินค้าสู่เป้าหมาย4.0

ก.เกษตรฯพร้อมยกระดับสินค้าสู่เป้าหมาย4.0

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก 5.25 จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก 5.25 จุด

คลัง เสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 1,200 -1,500 บาท/เดือน

คลัง เสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 1,200 -1,500 บาท/เดือน

บล.ไอร่ามองหุ้นปรับขึ้นตามตปท.,น้ำมัน

บล.ไอร่ามองหุ้นปรับขึ้นตามตปท.,น้ำมัน

กรมบัญชีกลางพร้อมพัฒนาระบบให้โปร่งใส

กรมบัญชีกลางพร้อมพัฒนาระบบให้โปร่งใส

สอท.ร่วมคลังเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง

สอท.ร่วมคลังเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง

ก.แรงงานเปลี่ยนลุควินมอไซค์เข้มปลอดภัย

ก.แรงงานเปลี่ยนลุควินมอไซค์เข้มปลอดภัย

บล.เคจีไอ คาด หุ้นไทยขึ้นต่อวันที่3

บล.เคจีไอ คาด หุ้นไทยขึ้นต่อวันที่3

ราคาทองปรับขึ้้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,050 บาท

ราคาทองปรับขึ้้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,050 บาท

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก3.64จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก3.64จุด

ทองขึ้น100บ.!รูปพรรณขายออก21,050บาท

ทองขึ้น100บ.!รูปพรรณขายออก21,050บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์