ถอนเงินทีละนิด กับถอนเงินเป็นก้อน ส่งผลแตกต่างกันอย่างไร

ถอนเงินทีละนิด กับถอนเงินเป็นก้อน ส่งผลแตกต่างกันอย่างไร

ถอนเงินทีละนิด กับถอนเงินเป็นก้อน ส่งผลแตกต่างกันอย่างไร

Money Hub

สนับสนุนเนื้อหา

ในวัฏจักรของความเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ แน่นอนว่า เมื่อได้รับเงินเดือนมา แล้วนำฝากเข้าธนาคารแล้ว ขั้นตอนต่อไป ก็คือ ต้องถอนเพื่อนำออกมาใช้

การถอนเงินเพื่อนำออกมาใช้ในปัจจุบัน นับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าในอดีตมาก ๆ เนื่องจากเราสามารถถอนเงินได้ทั้งทางเคาน์เตอร์ธนาคารทางตู้ ATM ซึ่งทุกวันนี้มีตั้งอยู่อย่างเกลื่อนกลาด สามารถถอนเงินได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยสำหรับตู้ ATM สามารถถอนเงินได้มากที่สุดอยู่ที่ 10,000 -20,000 บาท ส่วนการถอนผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคาร สามารถทำได้แบบไม่จำกัดจำนวน

ด้วยความที่การถอนเงินในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างสะดวกเช่นนี้นี่เอง ส่งผลทำให้ความถี่ของการถอนเงินมีมากขึ้นเรื่อย ๆ มีทั้งถอนจำนวนน้อย ๆ ประมาณ 100-1,000 บาท ไปจนถึงถอนจำนวนมาก ๆ เป็นหลักหมื่น ทีนี้พอหันกลับมามองชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ แล้ว ทางเลือกในการถอนเงินก็คงจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ถอนเงินทีละนิด กับถอนเงินมาเป็นก้อน ๆ แล้วเอามาใช้เป็นเดือน ๆ ไป ซึ่งหลายคนคงจะเกิดความสงสัยอยู่ในใจว่า เราควรจะถอนเงินมาทีละนิด หรือจะถอนมาเป็นก้อน ๆ แล้วใช้เฉพาะก้อนนั้นไปเลยในเดือนหนึ่งดี

ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า การถอนเงินทั้ง 2 แบบนี้ ส่งผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้นำมาเป็นทางเลือกสำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือนต่อไป

เริ่มจากแบบแรก คือ การถอนเงินแบบทีละนิด ประมาณว่าพอจะใช้ทีหนึ่ง ก็ถอนออกมาเท่านั้น การถอนเงินในลักษณะนี้ แน่นอนที่สุดว่าเงินจะสูญหายไปจากบัญชีน้อยกว่าถอนออกมาทั้งก้อน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเผลอใช้เงินไปจนหมดน้อยกว่าการถอนออกมาแบบเป็นก้อนอีกด้วย และยังสามารถกันเงินเอาไว้ออมได้สะดวกกว่าแบบถอนออกมาเป็นก้อน

อีกประการหนึ่ง คือ การที่ต้องไปคอยเบิกเงินจากธนาคาร ย่อมเป็นอุปสรรคที่จะเบรกการใช้เงินของเราเอาไว้ได้ บางทีอยากได้อะไร แต่ไม่มีสถานที่ที่จะเบิกเงินมาได้ นั่นก็เท่ากับเรามีเวลาที่จะคิดมากขึ้น ว่ารายจ่ายนั้นจำเป็นมากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ การถอนเงินแบบนี้ไม่ต้องการการบริหารอะไรมาก ผู้ที่ใช้วิธีถอนเงินลักษณะนี้จึงมักไม่ค่อยมีการวางแผนการใช้เงิน การใช้เงินจะเป็นไปในลักษณะตามอารมณ์มากกว่า

หากที่ไหนมีตู้ ATM ก็จะกดเงินออกมาใช้ แต่ถ้าที่ไหนไม่มีตู้ ATM ผู้ที่ใช้วิธีกดเงินทีละน้อย ๆ มักจะเปลี่ยนใจไม่กด ซึ่งพฤติกรรมการใช้เงินตามใจตนเองอย่างนี้ ย่อมส่งผลให้เงินในบัญชีหมดไวกว่าผู้ที่ใช้วิธีกดเงินมาเป็นก้อน ๆ และมักจะหมดไปกับรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะหากไปอยู่ในที่ ๆ สามารถเบิกเงินได้ง่าย

ส่วนแบบที่สอง คือ การกดเงินมาแบบเป็นก้อน ๆ แล้วใช้เฉพาะก้อนนั้น การกดเงินด้วยวิธีนี้มักจะเป็นเงินที่มีจำนวนมากกว่า 10,000 บาท ซึ่งแน่นอนว่าเงินจะหมดไปจากบัญชีมากกว่าการกดเงินทีละน้อย ๆ ส่วนที่เหลือติดบัญชีเอาไว้ ถ้าไม่เป็นเงินที่กันเอาไว้สำหรับรายจ่ายฉุกเฉิน ก็มักจะเป็นเงินที่เหลือไว้สำหรับรักษาบัญชีเท่านั้น หากเงินส่วนนี้หมด ก็คือหมดเลย

ข้อเสียก็แน่นอน ว่าคือการที่เงินหมดไปจากบัญชีมากกว่าแบบแรก อีกทั้งการนำเงินแบบเป็นก้อน ๆ มาใช้ ก็จำเป็นที่จะต้องมีแผนการบริหารที่แยบยลเป็นระบบและต้องใช้เฉพาะรายจ่ายที่จำเป็นจริง ๆ เพราะหากเงินก้อนนี้หมดก็เท่ากับว่าต้องรอเดือนถัดไป ยิ่งถ้าหมดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนความลำบากในการใช้ชีวิตเดือนนั้นจะบังเกิดขึ้นทันที

อย่างไรก็ตาม การกดเงินออกมาแบบเป็นก้อน ๆ นี้ ก็ยังมีข้อดีคือเงินจะหมดไปกับรายจ่ายที่จำเป็นมากกว่า นั่นหมายความว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่กดมาจะถูกบริหารและใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ากว่าการกดมาทีละน้อย ๆ อีกทั้งหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปเบิกเหมือนกับแบบแรก

แต่อย่างที่บอกไป หากต้องการนำเงินออกมาใช้เป็นก้อน ๆ จำเป็นต้องมีแผนการบริหารที่ดีและเป็นระบบมาก ๆ เพราะการนำเงินมาใช้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก หากเผลอนำเงินไปใช้แบบไม่จำเป็นจนหมด นั่นหมายถึงการใช้ชีวิตที่จะยากลำบากขึ้น ซึ่งจะต่างจากการกดเงินออกมาทีละน้อย ๆ ที่จะมีปัจจัยเรื่องสถานที่เบิกมาเป็นอุปสรรคและเป็นตัวเบรกการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี

กล่าวโดยสรุป วิธีการกดเงินออกมาใช้มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ กดมาทีละน้อย ๆ พอใช้ในแต่ละครั้งกับกดออกมาเป็นก้อน ๆ สำหรับใช้ในระยะเวลานาน ๆ โดยที่แต่ละวิธีต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวมนุษย์เงินเดือนแล้ว ว่าจะเลือกใช้วิธีไหนที่ถูกกับจริตของเราและช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากที่สุด

แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะลืมไปมิได้หากต้องการประหยัดรายจ่าย คือ ต้องรู้จักหักห้ามใจ พยายามเลือกซื้อของที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต มากกว่าจะซื้อของตามใจตนอยากได้ เพราะหากยังควบคุมกิเลสของตนเองไม่ได้ การจะพยายามควบคุมการใช้จ่ายด้วยรูปแบบการเบิกเงินก็คงจะไม่มีประโยชน์

 

4 ขั้นตอนมีเงินออมทันที ฉบับคนมีอาชีพค้าขาย

4 ขั้นตอนมีเงินออมทันที ฉบับคนมีอาชีพค้าขาย

กรมธนารักษ์เตรียมมอบสัญญาเช่าให้อีก14 ชุมชนปี61

กรมธนารักษ์เตรียมมอบสัญญาเช่าให้อีก14 ชุมชนปี61

5 ทิปส์ดีๆ ช่วยธุรกิจตั้งตัวได้

5 ทิปส์ดีๆ ช่วยธุรกิจตั้งตัวได้

เพาะ "เห็ดหลินจือแดง" ขายดี รอบละแสนบาท

เพาะ "เห็ดหลินจือแดง" ขายดี รอบละแสนบาท

อยากรวย เริ่มต้นง่าย ๆ ผึกนิสัยที่คนรวยมีเหล่านี้ดูสิ

อยากรวย เริ่มต้นง่าย ๆ ผึกนิสัยที่คนรวยมีเหล่านี้ดูสิ

พลิกชีวิต ! จากคนไร้บ้าน มาเลี้ยงผึ้ง สร้างรายได้ปีละกว่า 3 ล้าน

พลิกชีวิต ! จากคนไร้บ้าน มาเลี้ยงผึ้ง สร้างรายได้ปีละกว่า 3 ล้าน

ลูกจ้างเฮ ! รัฐบาลไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานใหม่ เพิ่มสิทธิให้เพียบ

ลูกจ้างเฮ ! รัฐบาลไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานใหม่ เพิ่มสิทธิให้เพียบ

10 สุดยอด “คอนโดสีลม-สาทร” ค่าเช่าแพงที่สุด!!

10 สุดยอด “คอนโดสีลม-สาทร” ค่าเช่าแพงที่สุด!!

รวยกันขนาดไหน? เผยตัวเลขทรัพย์สินของ 9 บุคคลระดับโลก ที่รวยที่สุดในสายเทคโนโลยี

รวยกันขนาดไหน? เผยตัวเลขทรัพย์สินของ 9 บุคคลระดับโลก ที่รวยที่สุดในสายเทคโนโลยี

ธ.ก.ส. ทุ่ม หมื่นล้าน ปล่อยกู้ดอก 0 % ช่วยเกษตรกรน้ำท่วม 44 จว.

ธ.ก.ส. ทุ่ม หมื่นล้าน ปล่อยกู้ดอก 0 % ช่วยเกษตรกรน้ำท่วม 44 จว.

ขนส่ง ออกใบขับขี่ใหม่ smart card ขับได้ทั้งอาเซียน เริ่ม 15 ส.ค.นี้

ขนส่ง ออกใบขับขี่ใหม่ smart card ขับได้ทั้งอาเซียน เริ่ม 15 ส.ค.นี้

ไอเดียสร้างเงิน! หนุ่มอดีตคนขับสองแถวรับจ้าง รักในงานศิลปะ ประดิษฐ์รถสองแถวไม้จำลองขายดี

ไอเดียสร้างเงิน! หนุ่มอดีตคนขับสองแถวรับจ้าง รักในงานศิลปะ ประดิษฐ์รถสองแถวไม้จำลองขายดี

20 เรื่องที่คน "รวย" เขาทำทุกวัน

20 เรื่องที่คน "รวย" เขาทำทุกวัน

ความน่ากลัวอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตการ์ด ที่คุณควรรู้ไว้

ความน่ากลัวอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตการ์ด ที่คุณควรรู้ไว้

เลือก “เงินฝาก” ให้โดนให้ปัง อย่ามองที่ “ดอกเบี้ย” อย่างเดียว

เลือก “เงินฝาก” ให้โดนให้ปัง อย่ามองที่ “ดอกเบี้ย” อย่างเดียว

สูตรลับความสำเร็จของ ปิยะเลิศ ใบหยก

สูตรลับความสำเร็จของ ปิยะเลิศ ใบหยก

"ออมเงิน" ตามวัย ทำได้ไม่มีจน

"ออมเงิน" ตามวัย ทำได้ไม่มีจน

ทอท. เตือน เตือนฝ่าฝืนตรวจค้นของเหลว เจอโทษคุก 1 ปี ปรับ 4 หมื่นบ.

ทอท. เตือน เตือนฝ่าฝืนตรวจค้นของเหลว เจอโทษคุก 1 ปี ปรับ 4 หมื่นบ.

5 กลยุทธ์สำคัญ ในการเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ

5 กลยุทธ์สำคัญ ในการเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ

รับจ้างต่อคิว โกยรายได้งามสัปดาห์กว่า 3 หมื่น !

รับจ้างต่อคิว โกยรายได้งามสัปดาห์กว่า 3 หมื่น !

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์