''ทุนแท็กซี่'' เข้ายึดหุ้น กมลประกันภัย รื้อโครงสร้างใหม่ ''สุวรรณ โชตชวเลิศ'' นั่งประธานบอร์ด

''ทุนแท็กซี่'' เข้ายึดหุ้น กมลประกันภัย รื้อโครงสร้างใหม่ ''สุวรรณ โชตชวเลิศ'' นั่งประธานบอร์ด

กลุ่มทุนใหม่ สหกรณ์แท็กซี่-ดีลเลอร์โตโยต้า เข้ายึดหุ้น บ. กมลประกันภัยฯ เกิน 50% จากผู้ถือหุ้นเดิม ล่าสุด รื้อโครงสร้างทีมผู้บริหารใหม่-อุ้มฐานะการเงินกองทุนแกร่งถึงสิ้นปีครบ 500 ล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์คปภ. ประเดิมเฟสแรกเร่งตัดวงจรตัวแทนโกงค่าซ่อม, คุมราคาเข้ม สร้างความเชื่อมั่นเอื้อผูกขาดตลาดประกันรถแท็กซี่ พร้อมปรับโลโกใหม่สร้างแบรนด์ รวมถึงขยายการลงทุนแบบสินเชื่อเช่าซื้อแท็กซี่ คาดสร้างผลตอบแทนลงทุนเพิ่ม 8-10% สิ้นปีมีกำไรเฉลี่ยเพิ่ม 4-5% โดยรักษาเบี้ยประกันตลาดไว้เท่าเดิม 950 ล้านบาท

นายสุวรรณ โชตชวเลิศ ประธานกรรมการ บริษัท กมลประกันภัย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงการเข้ามารับตำแหน่งใหม่ แทน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งออกไปพร้อมกับกลุ่มผู้ถือหุ้นเก่าทั้งหมดว่า เนื่องจากกลุ่มสหกรณ์รถแท็กซี่ ซึ่งได้ดูแลอยู่ และกลุ่มดีลเลอร์โตโยต้า ต้องการเข้ามาแก้ไขฐานะการเงิน เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านการเงินที่แข็งแกร่ง สามารถเพิ่มทุนให้กับบริษัท หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีคำสั่งหยุดรับประกันภัยลูกค้ารายใหม่เนื่องจากการดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย

โดยได้ตัดสินใจเข้ามาถือหุ้นบริษัทในสัดส่วนมากกว่า 50% แทนผู้ถือหุ้นเดิมที่ขายหุ้นออกไป รวมถึงขอซื้อหุ้นใหม่เพิ่มด้วย ทำให้โครงสร้างการบริหารขณะนี้อยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 ตระกูลหลักที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าร่วมกันมากกว่า 10 ปี ได้แก่ ตระกูลโชตชวเลิศ ,ฉัตรวิริยะกุล, บินมะฮมุด และโชตินุชิต ประกอบด้วย นายณัฐธวัช ฉัตรวิริยะกุล รับตำแหน่งรองประธานกรรมการ , นายมนัส บินมะฮมุด ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร และนายอาทิตย์ โชตินุชิต เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมทั้งได้ผลักดันทายาทผู้บริหารรุ่นใหม่อีก 2 คน ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการประกันภัยและการตลาด เข้ามารับตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้วย ได้แก่ นายรณกฤต โชตชวเลิศ และนางสาวอนิสา บินมะฮมุด

สำหรับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ปัจจุบันได้ขอเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 250 ล้านบาทเป็น 450 ล้านบาท จากเดิม 200 ล้านบาท และได้ชำระทุนจดทะเบียนงวดแรกเข้ามาก่อนแล้ว 165 ล้านบาท โดยจะกำหนดชำระส่วนที่เหลืออีก 85 ล้านบาทภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะทำให้บริษัทมีเงินทุนจดทะเบียนครบเต็มจำนวนที่กำหนด และมีอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุนอยู่ที่ 170% หรือสูงกว่าเกณฑ์คปภ. กำหนดไว้ที่ 150% อีกทั้งภายในสิ้นปีนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่มีแผนจะเพิ่มทุนอีก 50 ล้านบาททำให้มีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 500 ล้านบาท ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียน 465 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมอยู่ที่ 300 ล้านบาท คาดว่าจะจ่ายสินไหมผู้เอาประกันได้ทั้งหมด ภายในเดือน กันยายนนี้และล้างขาดทุนสะสมได้ทั้งหมด

ทางด้านนโยบายบริหารใหม่ครึ่งปีหลังนี้ นายสุวรรณ กล่าวว่า ในเฟสแรก มุ่งแก้ไขปัญหาอุดรอยรั่วตัดวงจร กรณีพนักงานตัวแทนทุจริต แจ้งเคลมสินไหมรถยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถแท็กซี่ แจ้งเกินความเสียหายจริงถึง 3 เท่า เช่น ค่าซ่อม 7,500 บาท แต่ตัวแทนเขียนใบสั่งซ่อมเป็น 20,000 บาท และถ้าเถ้าแก่รถแท็กซี่ไม่มาติดต่อที่บริษัท ก็จะเกิดตัวแทนที่เป็นหน้าม้ามารับใบออกหลักฐานแทน ทำให้มีเงินรั่วไหลออกจากบริษัทประมาณ 100 ล้านบาท และการรับประกันภัยกลุ่มรถแท็กซี่ ที่ผ่านมามีอัตราการสูญเสียสูงถึง 65%

บริษัทเริ่มกลับเข้าไปตรวจสอบพนักงานสินไหมทุกคน พบกระทำผิดแล้ว 10 คน จากพนักงานทั้งหมด 300 กว่าคน ซึ่งพนักงานที่กระทำผิดได้ยินยอมลาออก พร้อมเฟ้นหาบุคลากรที่ไว้ใจได้เข้ามาร่วมงาน และยังปรับการซ่อมมาเป็นอู่ในเครือ ปัจจุบันมีอยู่ 4-5 แห่ง โดยปรับขึ้นเบี้ยประกันประเภท 2 รถกลุ่มนี้ต่อปี จาก 9,550 บาทเป็น 14,000 บาท และเน้นขายประกันพ.ร.บ. ควบไปด้วย ทำให้ต่อไปบริษัทจะสามารถควบคุมราคาค่าสินไหมรถยนต์ได้อย่างรัดกุม ซึ่งในช่วง 3 สัปดาห์ที่เริ่มแก้ไขปัญหา บริษัทมีกำไรส่วนนี้เพิ่มถึง 10% ของเงินกองทุน

นายสุวรรณ กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ยังเอื้อต่อการรับประกันภัยกลุ่มรถแท็กซี่ ทำให้เถ้าแก่รถแท็กซี่มั่นใจในบริษัทการบริหารธุรกิจมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาและสามารถติดต่อเองโดยไม่ต้องผ่านตัวแทน จากสายสัมพันธ์ที่ไว้วางใจมากกว่า 10 ปี

ปัจจุบันบริษัทรับประกันภัยรถแท็กซี่ จากสหกรณ์รถแท็กซี่ 20 แห่ง คิดเป็นจำนวน 40,000 คัน จากในตลาดรถแท็กซี่ทั้งหมด 70,000 คัน จึงถือเป็นรายได้หลักของบริษัท ที่สร้างเบี้ยประกันต่อปีถึง 40 ล้านบาท และมีสัดส่วนถึง 50% ของเบี้ยประกันมอเตอร์ ที่เหลืออีก 50% เป็นกลุ่มที่ผ่านสาขาสำนักงานตัวแทน 43 แห่งทั่วประเทศและโบรกเกอร์ ซึ่งกำลังเตรียมขยายเพิ่มเติมในเขตภาคอีสาน

พร้อมกันนี้บริษัทยังต้องเพิ่มคุณภาพงานรับประกันภัยมอเตอร์ เพื่อลดอัตราการสูญเสียให้ไม่เกิน 55% เช่น รับประกันรถป้ายแดงผ่านดีลเลอร์ไฟแนนซ์ในกลุ่มผู้ถือหุ้นเท่านั้น หรือตัดพอร์ตที่มีอัตราการสูญเสียเกิน 55% ด้วยการปรับขึ้นเบี้ยประกันก่อน ถ้าลูกค้ารับได้ถึงจะรับประกันต่อ เช่น กลุ่มรถพ่วงหัวลาก ได้เพิ่มเบี้ยไปแล้วเท่าตัว เนื่องจากบริษัทจ่ายสินไหมทดแทนมีมูลค่าถึง 70 ล้านบาท หรือสูงกว่าเบี้ยประกันที่สร้างได้อยู่ที่ 30 ล้านบาท

ขณะเดียวกันมุ่งขยายตลาดประกันนอนมอเตอร์ ด้วยการประกันรายบุคคล เน้นประกันตากาฟุลและประกันอัคคีภัย เพื่อสร้างตลาดใหม่ในอนาคต โดยต้องการปรับเพิ่มสัดส่วนประกันนอนมอเตอร์เป็น 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% และการควบคุมคุณภาพการประกันมอเตอร์ปรับลดลงจาก 90% เหลือ 80%

ประธานกรรมการ บ. กมลประกันภัย กล่าวเพิ่มเติมในเฟส 2 ที่ทำควบคู่กับเฟสแรกว่า จะเป็นบทบาทของผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาพัฒนากลยุทธ์การตลาด การบริการลูกค้า การชำระเงินให้รวดเร็ว ด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงพัฒนาคุณภาพตัวแทนและนายหน้า เพื่อเสริมรายได้ที่มั่นคงของบริษัทในระยะยาว พร้อมกับปรับภาพลักษณ์ ด้วยโลโกใหม่ เปิดตัวประมาณต้นเดือนหน้านี้ คาดว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าเก่าและมุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ต่อไป

หลังจากปรับโครงสร้างใหม่และพร้อมดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าถึงสิ้นปีบริษัทจะรักษาฐานตลาดเดิมไว้ได้ โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันรับโดยตรงไว้ที่ 950 ล้านบาท เทียบเท่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิเพิ่มเฉลี่ย 4-5% ของเงินกองทุน โดยมีกำไรจากการลงทุนเข้ามาชดเชย อัตราการสูญเสียจากการรับประกันภัย ที่คาดว่าต้องใช้เวลาในการติดตามสินไหมและอุดช่องโหว่ถึงปีหน้า

นายอาทิตย์ โชตินุชิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.กมลประกันภัยฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงการปรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนใหม่ในอีก 2 เดือนข้างหน้า เป็นในรูปแบบการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ รถแท็กซี่และสามล้อ สัดส่วนประมาณ 50-60% คิดเป็นมูลค่า 20% ของเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์การลงทุนของคปภ.

การลงทุนบริษัทจะเป็นแบบทยอยปล่อยสินเชื่อกลุ่มรถใหม่ เฉลี่ยเดือนละ10 ล้านบาท หรือประมาณ 20 คันคันละ 500,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยกู้เทียบเท่าตลาดอยู่ที่ 5-6% เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างการเติบโตของพอร์ต

ขณะที่สัดส่วนการลงทุนหุ้นอยู่ที่ 20% เท่าเดิม แต่หันมาลงหุ้นในตลาด กลุ่มบลูชิพ รวมถึงได้ลดสัดส่วนการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้และเงินฝากเหลือ 20% จากเดิมที่เป็นพอร์ตหลัก เนื่องจากปัจจุบันให้ผลตอบแทนต่ำ 2-3% โดยภายในสิ้นปีนี้ บริษัทน่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มเป็น 8-10% มีสินทรัพย์ลงทุนใหม่เพิ่มถึง 200 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีไม่ถึง 100 ล้านบาทและผลตอบแทนต่ำ 3-4% เท่านั้น

Advertisement Replay Ad
สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์