10 ปี ปปง. ยึดอายัดทรัพย์กว่า4พันล. บังคับ 9 อาชีพ 31,500 บริษัท รายงานธุรกรรมการเงิน 19 พ.ย.

10 ปี ปปง. ยึดอายัดทรัพย์กว่า4พันล. บังคับ 9 อาชีพ 31,500 บริษัท รายงานธุรกรรมการเงิน 19 พ.ย.

เลขาธิการปปง. พ.ต.อ.สีหนาท แจงความคืบหน้ากฎหมายปปง.ฉบับ 3 บังคับ 31,500 บริษัทใน 9 อาชีพ โดยเฉพาะผู้ประกอบค้าของเก่าซึ่งมีมากสุดถึง 25,816 ราย ต้องรายงานธุรกรรมการใช้เงินสดหากเกินกำหนดกฎกระทรวง เตรียมสร้างความชัดเจนหารือตัวแทน 9 อาชีพ รับมือก่อนบังคับใช้ 19 พ.ย. ยอมรับกระทบลูกค้าแน่นอนแต่จะให้น้อยที่สุด เผยผลงานปปง. 10 ปียึดทรัพย์แล้วกว่า 4,133 ล้านบาท ร่วม 700 คดี

หลังกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ฉบับแก้ไข ( ฉบับที่ 3 ) ได้ลงในราชกิจจาฯ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2552 และมีผลบังคับใช้ 19 พ.ย. 2552 ได้ส่งผลให้อาชีพเพิ่มเติม 9 อาชีพ โดยรวมกว่า 31,487 บริษัท(ราย ) ต้องมีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงานปปง. ในกรณีที่เป็นธุรกรรมใช้เงินสดมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

ต่อเรื่องนี้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานปปง. ได้เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าถือเป็นนโยบายงานหลักในปีนี้ ที่ปปง.ต้องเน้นทำความเข้าใจประชาชนเป็นกรณีพิเศษ และให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการมากขึ้น กรณีที่ลูกค้ามาทำธุรกรรมกับผู้ประกอบการทั้ง 9 อาชีพ เพราะวัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าวเพื่อไม่ให้อาชีพเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน แต่ยอมรับว่าผลของการบังคับใช้กฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้า แต่ปปง.จะพยายามให้กระทบน้อยสุด

ผู้ประกอบการอาจต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า ทางร้านต้องรายงานธุรกรรมลูกค้าที่เป็นเงินสดตามกฎหมาย แต่ไม่ถึงกับต้องเข้มงวดให้ลูกค้าต้องมากรอกแบบฟอร์ม เพราะจุดประสงค์ข้อกฎหมายครอบคลุม 9 อาชีพนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน ทั้งยังเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายสากลที่เรียกว่า KYC /CDD ( Known Your Customer /Customer Due Deligence ) ซึ่งเป็นมาตรการที่ให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพต้องมีหน้าที่ทำความรู้จักลูกค้า และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า หรือตรวจสอบเหตุอันควรสงสัย การใช้เงินสดเกินจำนวนที่กำหนด แล้วรายงานมายังสำนักงาน ปปง. และโดยเฉพาะในบทมาตรา 20/1 ที่ระบุว่า

สถาบันการเงินและผู้ประกอบการทั้ง 9 อาชีพ ต้องกำหนดนโยบายการรับลูกค้า การบริหารความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้าและต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเมื่อเริ่มทำธุรกรรมครั้งแรกโดยต้องตรวจสอบเป็นระยะจนสิ้นสุดดำเนินการเมื่อมีการปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์ลูกค้า ....

และหากไม่ปฏิบัติหรือผู้ประกอบการเพิกเฉยไม่รายงาน จะมีโทษปรับตามมาตรา 62 วงเงินปรับ 500,000 บาท และโทษปรับรายวันวันละ 5,000 บาท ต่อเรื่องต่อครั้ง (ต่อการเทรดลูกค้า )

9 อาชีพที่อยู่ในข่าย ได้แก่ 1.ที่ปรึกษาการเงิน -การลงทุน ปัจจุบันมีประมาณ 281 แห่ง 2. ธุรกิจค้าอัญมณี เพชรพลอย ทองคำ หรือเครื่องประดับ รวมประมาณ 5,300 แห่ง 3. อาชีพค้าหรือให้เช่าซื้อรถยนต์ กว่า 33 ราย 4. นายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 163 แห่ง 5. ค้าของเก่า รวมกว่า 25,816 แห่ง 6. สินเชื่อบุคคลที่มิใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์ ) 27 แห่ง ,7. ธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่มิใช่สถาบันการเงิน จำนวน 14 แห่ง 8. บัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์ ) 12 แห่ง และ 9.บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อีกจำนวน 93 แห่ง ปัจจุบันจึงมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องใน 9 อาชีพ 31,487 แห่ง)

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าว ยังไม่ได้กำหนดเพดานเงินสดในการทำธุรกรรมของลูกค้าในแต่ละอาชีพ ที่จะต้องรายงานปปง. โดยเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า คงต้องหารือในรายละเอียดเพื่อให้ได้ข้อสรุปอีกครั้งกับตัวแทนกลุ่มอาชีพดังกล่าว

เท่าที่เคยคุยกันว่าอยู่ที่ 1 -2 ล้านบาท แต่วงเงินที่แน่นอนยังไม่กำหนดตายตัว เพราะมีเสียงประชาชนเข้ามาว่าสูงไป และยิ่งตาข่ายที่ใหญ่ สัมฤทธิผลอาจไม่เกิด ขณะที่ผู้ประกอบการกลับอยากให้เป็นวงเงินสูง ๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสะดวกลูกค้า ซึ่งคงต้องหาจุดกลางที่เหมาะสม แต่หากเปรียบเทียบต่างประเทศ เช่นอาชีพค้าทองคำ ออสเตรเลียกำหนดวงเงินแค่ 10,000-20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือระดับไม่กี่แสนบาทต้องรายงานมายังปปง.

สำนักงานปปง. ยังได้เตรียมความพร้อม ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้เชิญสถาบันการเงินและสมาคมตัวแทนผู้เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มนอนแบงก์ ร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทาง และจะมีการประชุมหลังจากนี้อย่างต่อเนื่อง

เลขาธิการปปง. กล่าวยอมรับอีกว่า ปัญหาการเว้นว่างของกรรมการปปง.นานปีกว่า ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศในการทำงานบางด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการยึดทรัพย์สินเกี่ยวกับแพ่ง

ผมยอมรับช่วงเว้นว่างปีกว่าก็มีผล โดยเฉพาะทรัพย์ที่ไม่สามารถยึดได้ ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย ก็มีหลายคดีที่หน่วยงานหลัก จำต้องปล่อยทรัพย์ไปให้กับผู้ขอร้องคืน ซึ่งอาจทำให้ประเทศชาติเสียโอกาส จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาหลายคดีร่ำร้องให้ปปง.เข้าไปทำเราก็อยากทำ แต่ด้วยกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จึงทำให้ปปง.ไม่อาจดำเนินการในหลายคดี

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 10 ปีของการก่อตั้งสำนักงานปปง. ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2543- 31 กรกฎาคม 2552 ปปง.ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์ใน 8 ความผิดมูลฐานจำนวน 700 คดี รวมทุนทรัพย์ที่ยึดอายัดทั้งสิ้น 4,133 ล้านบาท ในจำนวนความผิดมูลฐานยาเสพติดมีคดีสูงถึง 616 คดี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึด 2,723 ล้านบาท
สภาผู้ส่งออกมองบาทมีโอกาสแตะ37/$

สภาผู้ส่งออกมองบาทมีโอกาสแตะ37/$

เอกชน ชี้ราคายางพาราขาขึ้นแตะ100บ./กก.

เอกชน ชี้ราคายางพาราขาขึ้นแตะ100บ./กก.

ราคาทองปีนี้ผันผวน จับตานโยบาย ทรัมป์

ราคาทองปีนี้ผันผวน จับตานโยบาย ทรัมป์

กสิกรฯคาดหุ้นสัปดาห์หน้าแนวรับ1,540-1,525จุด

กสิกรฯคาดหุ้นสัปดาห์หน้าแนวรับ1,540-1,525จุด

ปตท.ชงบอร์ดสอบโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ปตท.ชงบอร์ดสอบโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

สมาคมนักบินจี้กพท.กำหนดบทลงโทษ

สมาคมนักบินจี้กพท.กำหนดบทลงโทษ

กสิกรคาดบาท23-27ม.ค.35.20-35.50/$

กสิกรคาดบาท23-27ม.ค.35.20-35.50/$

ขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถโดยสารช่วงตรุษจีน

ขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถโดยสารช่วงตรุษจีน

กรมชลแจงกรณีอ่างฯห้วยน้ำใส

กรมชลแจงกรณีอ่างฯห้วยน้ำใส

ธงแดงฉุดอุตสาหกรรมการบินชะลอ

ธงแดงฉุดอุตสาหกรรมการบินชะลอ

กปภ.บางสะพานผลิตจ่ายน้ำเต็มกำลัง

กปภ.บางสะพานผลิตจ่ายน้ำเต็มกำลัง

สินค้าตลาดสดย่านฝั่งธนยังทรงตัว

สินค้าตลาดสดย่านฝั่งธนยังทรงตัว

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,800 บาท

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,800 บาท

แรงงานจัดระเบียบต่างด้าวใต้แนวทาง3มิติ

แรงงานจัดระเบียบต่างด้าวใต้แนวทาง3มิติ

กรมจัดหางานส่งรถโมบายช่วยลูกจ้างใต้

กรมจัดหางานส่งรถโมบายช่วยลูกจ้างใต้

ทองขึ้น100บ.รูปพรรณขาย20,800บ.

ทองขึ้น100บ.รูปพรรณขาย20,800บ.

เกาะสถานการณ์ 09.30 น.

เกาะสถานการณ์ 09.30 น.

หุ้นUSบวกรับทรัมป์นั่งประธานาธิบดี

หุ้นUSบวกรับทรัมป์นั่งประธานาธิบดี

พณ.เผยราคาไก่สดปรับขึ้นกก.ละ5บ.

พณ.เผยราคาไก่สดปรับขึ้นกก.ละ5บ.

ปตท.รายงานบอร์ดกรณีโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ปตท.รายงานบอร์ดกรณีโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์