เตรียมรับมือ ดอกเบี้ยแบงก์ขยับ หลังดอกเบี้ยนโยบายแตะจุดต่ำสุด!!!

เตรียมรับมือ ดอกเบี้ยแบงก์ขยับ หลังดอกเบี้ยนโยบายแตะจุดต่ำสุด!!!

ล่าสุดผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2552 ก็มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25% / ปี ตามที่ตลาดคาดการณ์ และนับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวมาต่อเนื่องหลังการประชุมของ กนง. ตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เป็นต้นมา เพื่อยืนยันการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ อันเป็นการช่วยกระตุ้นความต้องการสินเชื่อ เศรษฐกิจประเทศ และช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ แต่เหมือนว่าประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายอัตราดอกเบี้ยของแบงก์ชาติจะลดน้อยถอยลงเมื่อเทียบจากในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจปกติ

ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงประสิทธิภาพของนโยบายการเงินที่ลดลงคือ ตัวเลขสินเชื่อในช่วงครึ่งปีแรกที่หดตัวถึง 3.4% หรือคิดเป็นวงเงิน 2.2 แสนล้านบาท แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ความต้องการสินเชื่อกลับหดตัวอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ดีหากดูตามคำยืนยันของแบงก์ชาติ จากที่ก่อนหน้าดร.บัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยต่ำยังมีจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในขณะนี้และช่วงต่อไป และยืนยันว่าการที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวในระดับ 1.25% / ปี ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก ซึ่งเสมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า แบงก์ชาติจะคงยังรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อจนกว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

*ศก.ไทยฟื้นเมื่อไร

ส่วนเศรษฐกิจจะฟื้นตัวชัดเจนเมื่อไหร่ ? หากย้อนดูตัวเลขเศรษฐกิจจริงไตรมาส 2 ที่ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพบว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว โดยหดตัว 4.9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเป็นการหดตัวที่ลดลงเมื่อเทียบไตรมาสแรกที่หดตัวถึง 7.1% นอกจากนี้เมื่อปรับฤดูกาลออกแล้วจะพบว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เทียบจากไตรมาสแรกพลิกกลับมาขยายตัวที่ระดับ 2.3% จากไตรมาสแรกที่หดตัว 1.8% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำแล้ว

สอดคล้องกับที่นายจักรมนต์ ผาสุกวนิช อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบ V Shape แน่ โดยจะเริ่มกลับมาเป็นบวกในช่วงไตรมาส 4 ปี 2552 และในช่วงไตรมาส 4 ปี 2553 รายได้ประชาชาติต่อคนต่อปี จะกลับมาเท่ากับในช่วงไตรมาส 1 ปี 2551 ซึ่งเฉลี่ยภาคเศรษฐกิจปี 2553 ทั้งปีจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 4.5 - 5.0% หลังจากที่ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจต่างๆเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ทั้งคำสั่งซื้อสินค้าในบางกลุ่มอุตสาหกรรม และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ภาคการส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2552 เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนภาคการลงทุนภาคเอกชนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ประมาณกลางปี 2553 อย่างแน่นอน

และเมื่อพิจารณาถึงสัญญาณบวกในหลายประเทศ ทั้งประเทศญี่ปุ่นที่ล่าสุดเศรษฐกิจไตรมาส 2 เทียบจากไตรมาสก่อนหน้าขยายตัว 0.9% ซึ่งเป็นการเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ขณะที่เศรษฐกิจประเทศเยอรมนีขยาย 0.3% หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติดต่อกัน และประเทศสิงคโปร์ ที่เศรษฐกิจขยายตัวถึง 20.7% เป็นต้น จึงน่าจะฟันธงได้ว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์

อย่างไรก็ดีในมุมมองของ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ยังแสดงความเป็นห่วงว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปีนี้ มักจะมีโอกาสติดลบ แต่เป็นการหดตัวน้อยลงเหลือ 2-3% และในไตรมาส 4 ของปีนี้ ก็น่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 2-3% ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ

การเบิกจ่ายเงินของภาครัฐยังคงเป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องการนำเข้าที่หดตัวมากเกินไป ซึ่งเป็นสัญญาณไม่ดี เป็นจุดเปราะบางของเศรษฐกิจไทย ทำให้เศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตในลักษณะตัว V เป็นรูปตัว W ได้ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งหากไม่ปรับสูงมากจนเกินไปก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้กระทรวงการคลังยังได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบการปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 52 ใหม่ จากเดิม 0-3.5% เป็น 0.5-3% โดยกรอบล่างที่ปรับสูงขึ้นจากเป้าหมายเดิม เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้

*ดอกเบี้ยแบงก์ขึ้นสวนอาร์/พี

เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มที่ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ผลที่ตามจึงเลี่ยงไม่ได้ที่อัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์จะต้องกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง และขณะนี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็เริ่มออกมาส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกันอย่างต่อเนื่อง

อาทิ นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2552 จากคาดการณ์ที่เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้น่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ฉะนั้นความต้องการสินเชื่อหรือการขยายธุรกิจของภาคเอกชนจะเพิ่มสูงขึ้น อย่างน้อยการขยายตัวของภาคส่งออกก็น่าจะปรับตัวดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกจากคำสั่งซื้อของต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาในบางอุตสาหกรรม ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มทำการระดมเงินฝาก ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น โดยเฉพาะเงินฝากระยะยาว เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของสินเชื่อ

เช่นเดียวกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย ที่ยืนยันว่า การเปิดจำหน่ายพันธบัตรออม 5 หมื่นล้านบาทของธปท. และกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมจะเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 2 ต่างเป็นแรงกดดันให้สถาบันการเงินต่างพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อเป็นการรักษาฐานเงินฝากของแบงก์ และท้ายสุดจะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต่างต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สูงขึ้น เพื่อชดเชยต้นทุนเงินฝากที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจจะมีสัญญาณที่เริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังมีความเปราะบางอยู่บ้าง โดยเฉพาะปัจจัยทางด้านการเมืองที่อาจฉุดให้เศรษฐกิจปักหัวลงอีก ฉะนั้นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์นอกจากจะคำนึงถึงผลกำไรที่จะได้รับแล้ว ยังควรให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบยั่งยืนในระยะต่อไปด้วย!!!!

ไม่ต่างจากนายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยคิดว่าจะทรงตัวตลอดทั้งปีนี้ ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์/พี )ยังคงที่ระดับ 1.25% แต่ถ้ามองไปข้างหน้ามีแนวโน้มธนาคารพาณิชย์อาจต้องการระดมเงินฝากและปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มประมาณปลายปี ซึ่งเป็นผลจากรัฐบาลออกพันธบัตร ภาคเอกชนออกหุ้นกู้ หรือการทำตลาดของกองทุนรวม โดยจะเห็นธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มดอกเบี้ยจากระดมเงินฝากในรูปแบบเป็นแพ็กเกจ เช่น ธนาคารกรุงศรีฯ ออกเงินฝากพิเศษ 9 เดือน แต่โดยรวมไม่คิดว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยทั้งระบบ

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า ช่วงที่เหลือ 4-5เดือนมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝาก แต่รัฐบาลพยายามจะกดดอกเบี้ยสินเชื่อไว้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอาจจะปรับขึ้นได้บ้าง แต่สัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ยังไม่มา เพราะแม้คนจะมีความต้องการกู้ซื้อบ้านแต่ธนาคารยังไม่ปล่อย จึงเป็นหน้าที่ธนาคารของรัฐต้องทำหน้าที่ ซึ่งจากนี้ไปทางกระทรวงการคลังคงจะไปคุยกับธนาคารพาณิชย์ หลังจากออกโครงการ Fast Tract ให้ธนาคารของรัฐปล่อยสินเชื่อแล้ว

ขณะนี้ตลาดยอมรับการคงดอกเบี้ยนโยบายของกนง. ที่ผ่านมา แต่หลายธนาคารได้ทยอยปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากไปบ้างแล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่ากนง.ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

ในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝาก เช่น ธอส.อยากได้เงินฝากประจำอายุ 3ปีจ่ายดอกเบี้ย 3.25%หลังปรับขึ้นดอกเบี้ยไป 3 สัปดาห์ปรากฏมีเงินฝากเข้ามาแล้วประมาณ 20,000 ล้านบาท

Advertisement Replay Ad
ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์