เอดีบีคาดจีดีพีไทยปีนี้หด3.2%เหตุศก.โลก-การเมืองภายใน

เอดีบีคาดจีดีพีไทยปีนี้หด3.2%เหตุศก.โลก-การเมืองภายใน

นายฌอง ปิแอร์ เวอร์บีสท์ ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) ประจำประเทศไทย แถลงวันที่ 22 กันยายนว่า เอดีบีคาดการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยรอบใหม่ โดยคาดว่าจีดีพีปีนี้จะติดลบร้อยละ 3.2 จากเดิมคาดการณ์ไว้เดือน เม.ย.ติดลบร้อยละ 2.0 ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่กระทบต่อการส่งออกและปัญหาการเมืองในเมืองไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจมากกว่าคาดการณ์เดิม อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 3 ซึ่งจะเป็นลักษณะ V เชฟ เหมือนประเทศในเอเชีย แต่ประเทศไทยจะเติบโตค่อนข้างช้า ซึ่งการคาดการณ์อยู่บนสมมติฐานไม่มีการสะดุด หยุดชะงักของรัฐบาล ทำให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจเดินหน้าตามแผน โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งที่มีวงเงินลงทุนภาครัฐ 1.43 ล้านล้านบาท ในช่วงงบประมาณ 2553-2555 โดยจะเริ่มในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งแผนดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าร้อยละ 5 ของจีดีพีแต่ละปี โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่า โครงการทั้งหมดจะก่อให้เกิดการจ้างงาน 1.5 ล้านอัตรา ช่วยกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และก่อให้เกิดการฟื้นตัวในภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง

สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าที่จะเติบโตร้อยละ 3 นั้น แผนไทยเข้มแข็งมีส่วนกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน บริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะดีขึ้นจากการจ้างงานที่ดีขึ้นและราคาสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจโลกดีขึ้น คาดว่าจะส่งผลทำให้การส่งออกของไทยดีขึ้น เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าภาคการเกษตร จากการที่ส่งออกจะหดร้อยละ 18 ในปี 2552 ก็คาดว่าจะกลับมาขยายตัวร้อยละ 15 ในปี 2553 ขณะที่การนำเข้าจะขยายตัวเช่นกัน โดยคาดว่าปี 2553 จะขยายตัวถึงร้อยละ 28 ขณะที่การบริการคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกและการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยปีนี้คาดว่าไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเป็นบวก และทั้งปีอัตราเงินอยละ 0.5 ส่วนปีหน้าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 ซึ่งมีสมมติฐานบนการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้ออาจต่ำกว่านี้หากรัฐบาลขยายมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพออกไปอีกในปีหน้า ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน เม.ย. 2552 ไปอยู่ที่ร้อยละ 1.25 ซึ่งดอกเบี้ยที่ต่ำนี้ในเอเชียรวมถึงไทยต้องระมัดระวังการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจจะสูงเกินไปจนอาจส่งผลกระทบจนเป็นการกลับมาของปัญหาฟองสบู่อีกครั้ง

"เศรษฐกิจไทยจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดำเนินการเรื่องของไทยเข้มแข็งว่าจะเดินหน้าไปตามแผนหรือไม่ หากการลงทุนไม่เป็นไปตามกำหนด เนื่องจากเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง มีความตึงเครียดทางการเมือง หรือเกิดเหตุไม่สงบ ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทุกด้านและกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะต่ำกว่าคาดการณ์

นายฌอง ปิแอร์ เตือนว่า แม้การกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยจะทำให้อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มเป็นร้อยละ 58 ในปี 2555 จากร้อยละ 37.4 ในปี 2551 แต่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะไทยยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การกระจุกตัวของการใช้หนี้คืน โดยเฉพาะการออกพันธบัตรเพื่อกู้ยืมเงิน ซึ่งหากมีระยะเวลาการคืนหนี้ใกล้เคียงกัน เช่น 5 หรือ 7 ปี ก็จะเกิดปัญหาต่อภาครัฐได้ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลจำเป็นต้องกู้ยืมเงินก็ควรจะมีการจัดสรรอันดับให้ดี ซึ่งน่าจะมีการประสมประสานทั้งการกู้เงินในประเทศและต่างประเทศ โดยในส่วนของธนาคารระหว่างประเทศก็พร้อมให้กู้แก่รัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาในการกู้เพื่อนำไปใช้สำหรับโครงการที่จำเป็นต้องใช้สินค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าระบบสาธารณสุข หรือระบบรถไฟฟ้า โดยในส่วนของเอดีบีนั่างเจรจากับกระทรวงการคลังในการกู้ยืมเงิน เพื่อสนับสนุนงบประมาณในปี 2553 วงเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่มีการเจรจาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการกู้ยืมเงิน 77.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างเส้นทางของกรมทางหลวงที่จะมีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

นายฌอง ปิแอร์ กล่าวด้วยว่า เอดีบี ได้ปรับประมาณการคาดการณ์เศรษฐกิจในเอเชียที่กำลังพัฒนาจะขยายตัวร้อยละ 3.9 เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์เดิมร้อยละ 3.4 ส่วนปีหน้าปรับประมาณการให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 เป็นร้อยละ 6.4 เช่นกัน โดยประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลักจะมีการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี เช่น จีน คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวร้อยละ 8.2 จากเดิมประมาณการไว้ร้อยละ 7.0 อินเดีย คาดว่าเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมร้อยละ 5.0 เป็นร้อยละ 6.0 ขณะที่ประเทศพึ่งพาการส่งออกและมีเศรษฐกิจขนาดเล็ก เช่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จะได้รับผลกระทบหนัก ดังนั้น การปรับโครงสร้างที่ไม่ควรพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปจึงเป็นสิ่งที่ประเทศในเอเชียควรดำเนินการ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีการพึ่งพาการส่งออกร้อยละ 70 ก็ควรหันมาปรับระบบให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีความโชคดีหลายด้านที่สามารถส่งออกสินค้าได้หลากหลาย และมีตลาดใหม่ในหลายประเทศ ประกอบกับมีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมโดยเฉพาะอยู่ระหว่างจีนและอินเดีย และมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกัน ดังนั้น ไทยจึงควรจะใช้ประโยชน์จากส่วนนี้ เพื่อนำมาพัฒนาเศรษฐกิจ

Advertisement Replay Ad
ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์