ใช้ 3 เก็บ 1 สูตรบริหารเงิน ดร.สมนึก สงวนสิน

ใช้ 3 เก็บ 1 สูตรบริหารเงิน ดร.สมนึก สงวนสิน

ดร.สมนึก สงวนสิน หรือที่รู้จักกันดีในฐานะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด นอกจากนี้ยังมีธุรกิจในกลุ่มยาวเป็นหางว่าว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอัญมณี คือ บิวตี้เจมส์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับอันดับหนึ่งของประเทศไทย, ฮอนด้าปิ่นเกล้า กรุ๊ป เป็นกลุ่มธุรกิจยานยนต์และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยในกลุ่มบิวตี้เจมส์และกลุ่มฮอนด้าปิ่นเกล้า ยังมีกิจการในเครืออีกหลายประเภท อาทิ โรงแรม สนามกอล์ฟ และ ภัตตาคาร เป็นต้น บริษัทน้ำตาลเอกผล จำกัด และกลุ่มบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด

นั่นคือ สิ่งที่บ่งบอกถึง ความรวย เข้าขั้น เศรษฐีของ ดร.สมนึก

ทีนี้มาดูกันว่าเศรษฐีคนนี้มีนิสัยการใช้เงินและวางแผนการออมอย่างไร รับรองได้ว่าคนฐานะปานกลางอ่านแล้วหนาว!

เริ่มจากเรื่องการวางแผนการออม ดร.สมนึก เล่าให้ฟังว่า จากรายได้ที่หามาได้ จะแบ่งเป็นเงินออม 25% และใช้จ่าย 75% พร้อมยกตัวอย่าง ถ้าหากมีเงินออม 1 ล้านบาท จะแบ่งเป็น 3 ส่วนตามระดับความเสี่ยงดังนี้

หนึ่ง สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง จะลงทุนไม่เกิน 5% ของเงินออม เช่น หุ้น ที่ปัจจุบันไม่ได้ลงทุนมากเพราะถ้าลงไปหมดตัวล้านเปอร์เซ็นต์แน่

สอง ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลางประมาณ 70% ซึ่งดร.สมนึก บอกว่า ชอบลงทุนในหุ้นกู้เอกชน ให้ผลตอบแทน 3.25-5% ต่อปี เช่น หุ้นกู้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)(บมจ.),หุ้นกู้กลุ่มบมจ.ปตท. และหุ้นกู้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เป็นต้น ซึ่งมีระยะเวลาการลงทุน 2 ปี ก็เห็นดอกผลแล้ว

แม้ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ปัจจัยการเมืองในประเทศจะมีผลกระทบ ก็ยังเป็นห่วงบ้าง แต่ที่สำคัญอย่าลืมดูผู้บริหารของบริษัทที่เราเข้าไปลงทุน อย่างของกลุ่มทรู ก็ไว้ใจคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ที่ทำให้พอมีความหวังบ้าง

สาม สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ เงินฝาก ก็จะมีบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ โดยเจ้าตัวบอกว่าชอบใช้เงินสดมากกว่า ไม่ชอบใช้บัตรเครดิต

แม้จะมีคนมาเสนอว่าคิดดอกเบี้ยต่ำก็ตาม ไม่ได้กินผมหรอก เพราะตอนนี้มองว่าแบงก์เอาเปรียบลูกค้ามากเกินไป

มาที่การวางแผน ค่าใช้จ่าย เช่นกัน ดร.สมนึก ยกตัวอย่างโดยสมมติว่ามีค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาท ก็จะแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายของครอบครัวและเรื่องการศึกษาบุตรมากที่สุดถึง 75% โดยปัจจุบันจะใช้เงินปีละ 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาบุตร โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ กับลูกชายทั้งสามคน ได้แก่ น้อง ลูกลี-สิริน, ตองหนึ่ง-ยศสวิน และ อูโน่-สิริสรณ์ เป็นพิเศษ ส่วนที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวส่วนตัว และเบ็ดเตล็ดทั่วไป

ตอนนี้ของใช้ส่วนตัวที่อยากได้ไม่มีแล้ว เพราะผมมีหมดแล้ว และของที่ผมซื้อส่วนใหญ่จะต้องทน คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป และใช้ได้นาน แล้วก็ไม่ได้บ้ายี่ห้อหรือแบรนด์เนม ที่ต้องอัพเดตตลอดเวลา ทุกวันนี้ผมมีนาฬิกา 3 เรือน ยี่ห้อโรเล็กซ์ ก็มีแล้วและไม่ได้ต้องการจะมีเพิ่มเป็น 5 เรือน เพราะ 3 เรือนใช้มาแล้ว 5 ปีก็ยังไม่เสียหรือชำรุดซักที หรือชุดไม้กอล์ฟยี่ห้ออีริค ผมใช้มา 20 ปี จนในตลาดเลิกผลิตไปแล้ว แต่ผมก็ยังตีได้เยี่ยมเหมือนเดิม ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนไทยทำไมต้องบ้าของแบรนด์เนม หรือถ้ามีโอกาสไปแหล่งผลิตก็จะซื้อในสิ่งที่ยังขาดหรือจำเป็นเท่านั้น

จากที่กล่าวข้างต้น ดร.สมนึก กำลังจะบอกว่าตัวเองเป็นคนที่มี เหตุผล ในการใช้เงิน พร้อมยกตัวอย่างเช่น การซื้อสินค้าที่ต้องลดราคา 70% ขึ้นไป และจะซื้อก็ต่อเมื่อเดินทางไปต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยวหรือดูงานเท่านั้น โดยจะแวะไปซื้อของใช้ทั่วไปกับภรรยาและลูกๆ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์กีฬาและนาฬิกา เพราะแต่ละประเทศที่เดินทางไป ถือว่าเป็นแหล่งผลิตสินค้าแบรนด์เนมดังๆ โดยตรง ทำให้ได้ราคาถูกกว่าซื้อที่เมืองไทย ซึ่งมีราคาสูงถึงกว่า 6 เท่า

พร้อมยกตัวอย่าง เช่น เสื้อเชิ้ตยี่ห้ออามานี่ เมืองนอกขาย 800 บาท เมืองไทยขาย 2,500 บาท ,กระเป๋ายี่ห้อพราด้า เมืองนอกขาย 20,000 บาท เมืองไทยขาย 100,000 บาท หรือกางเกง ยี่ห้อเนค เมืองนอกขาย 800 บาท เมืองไทยขาย 4,000 บาท

เช่นเดียวกับรสนิยมในการกินและดื่ม ที่ ดร.สมนึก บอกว่า ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะการดื่มกาแฟ

ยามที่ผมพาภรรยาและลูกไปช็อปปิ้ง ผมจะชอบไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์มากกว่า หรือบางทีก็ซื้อไอศกรีมทานเล่นๆ ผมชอบอ่านหนังสือในร้านกาแฟ แต่ก่อนก็นั่งร้านสตาร์บัคส์เหมือนกัน แก้วนึงก็เกือบ 200 บาท แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ดื่มกาแฟแก้วละ 50-60 บาทก็ได้ เพราะค้นพบตอนชงกาแฟที่บ้านดื่มเอง รสชาติเหมือนสตาร์บัคส์เลย จึงรู้ว่ากาแฟจะอร่อยอยู่ที่เราบอกให้ร้านทำตามใจเรามากกว่า ทั้งนี้ ผมใช้เวลา 3 ชั่วโมงอ่านหนังสือในร้านกาแฟ ครอบครัวก็ช็อปปิ้งไป

ส่วนการสะสมสิ่งของ หรือของมีค่าเพื่อ

เก็งกำไร ในอนาคต ดร.สมนึก บอกว่าไม่ชอบ โดยมองว่าเป็นการยึดติดที่ทำให้เราต้องมีมากขึ้น

อย่างไรก็ตามเจ้าตัวบอกว่าจะชอบซื้อคอนโดมิเนียมสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อไว้สำหรับพักผ่อนเพราะได้บรรยากาศเหมือนไปพักในโรงแรมหรือคอนโดฯ ในต่างประเทศ ไม่ต้องเสียเงินบินไปไกล และได้ความสงบกว่าซื้อคอนโดฯ ที่มีคนไทยอยู่ด้วย นอกจากนี้ถือเป็นการลงทุนระยะยาว เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตและเก็บไว้เป็นมรดกได้ด้วย หรือเรียกว่า เป็นของสะสมเฉพาะกิจก็แล้วกัน

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ผมชอบที่จะสร้างความสุขให้ชีวิตมากกว่า ด้วยการสร้างและสะสมความดี มีพ่อแม่และศาสนาในดวงใจ
สภาผู้ส่งออกมองบาทมีโอกาสแตะ37/$

สภาผู้ส่งออกมองบาทมีโอกาสแตะ37/$

เอกชน ชี้ราคายางพาราขาขึ้นแตะ100บ./กก.

เอกชน ชี้ราคายางพาราขาขึ้นแตะ100บ./กก.

ราคาทองปีนี้ผันผวน จับตานโยบาย ทรัมป์

ราคาทองปีนี้ผันผวน จับตานโยบาย ทรัมป์

กสิกรฯคาดหุ้นสัปดาห์หน้าแนวรับ1,540-1,525จุด

กสิกรฯคาดหุ้นสัปดาห์หน้าแนวรับ1,540-1,525จุด

ปตท.ชงบอร์ดสอบโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ปตท.ชงบอร์ดสอบโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

สมาคมนักบินจี้กพท.กำหนดบทลงโทษ

สมาคมนักบินจี้กพท.กำหนดบทลงโทษ

กสิกรคาดบาท23-27ม.ค.35.20-35.50/$

กสิกรคาดบาท23-27ม.ค.35.20-35.50/$

ขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถโดยสารช่วงตรุษจีน

ขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถโดยสารช่วงตรุษจีน

กรมชลแจงกรณีอ่างฯห้วยน้ำใส

กรมชลแจงกรณีอ่างฯห้วยน้ำใส

ธงแดงฉุดอุตสาหกรรมการบินชะลอ

ธงแดงฉุดอุตสาหกรรมการบินชะลอ

กปภ.บางสะพานผลิตจ่ายน้ำเต็มกำลัง

กปภ.บางสะพานผลิตจ่ายน้ำเต็มกำลัง

สินค้าตลาดสดย่านฝั่งธนยังทรงตัว

สินค้าตลาดสดย่านฝั่งธนยังทรงตัว

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,800 บาท

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,800 บาท

แรงงานจัดระเบียบต่างด้าวใต้แนวทาง3มิติ

แรงงานจัดระเบียบต่างด้าวใต้แนวทาง3มิติ

กรมจัดหางานส่งรถโมบายช่วยลูกจ้างใต้

กรมจัดหางานส่งรถโมบายช่วยลูกจ้างใต้

ทองขึ้น100บ.รูปพรรณขาย20,800บ.

ทองขึ้น100บ.รูปพรรณขาย20,800บ.

เกาะสถานการณ์ 09.30 น.

เกาะสถานการณ์ 09.30 น.

หุ้นUSบวกรับทรัมป์นั่งประธานาธิบดี

หุ้นUSบวกรับทรัมป์นั่งประธานาธิบดี

พณ.เผยราคาไก่สดปรับขึ้นกก.ละ5บ.

พณ.เผยราคาไก่สดปรับขึ้นกก.ละ5บ.

ปตท.รายงานบอร์ดกรณีโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ปตท.รายงานบอร์ดกรณีโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์