เงินเดือนเป็นความลับ

เงินเดือนเป็นความลับ

เงินเดือนเป็นความลับ

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์ โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

ทุกบริษัทมักจะมีกฎเหล็กคล้าย ๆ กันว่าเรื่องเงินเดือนเป็นความลับ ห้ามนำไปบอกกัน ถ้าใครเอาเรื่องไปบอกกันจะมีโทษทางวินัยถึงไล่ออกได้เลยนะ แล้วบริษัทต่าง ๆ จะมีวิธีรักษาความลับของเงินเดือนไว้ในแบบคล้าย ๆ กัน คือทำ Pay Slip (ใบแจ้งเงินเดือน) ที่ปิดผนึกตีตราลับเฉพาะแจกพนักงานก่อนวันเงินเดือนออก เพื่อยืนยันว่าเรื่องเงินเดือนเป็นความลับเฉพาะตัวพนักงานจริง ๆ นะเออ

ต่อให้ผู้บริหารของบริษัทจะอยากให้เรื่องเงินเดือนเป็นความลับขนาดไหน หรือจะมีวิธีการที่จะปกปิดเรื่องเงินเดือนพนักงานให้ลับยังไงก็ตาม แต่สัจธรรมหนึ่งที่ผมมักจะบอกไว้อยู่เสมอก็คือ...."เงินเดือนของเราได้เท่าไหร่..ไม่สำคัญเท่ากับเพื่อนได้เท่าไหร่"

ดังนั้นพนักงานก็หาทางที่จะรู้เงินเดือนของเพื่อนกันจนได้อยู่ดีไม่ทางตรง (คือขอดูสลิปเงินเดือนกันตรง ๆ) ก็ทางอ้อม (รู้มาจากคนอื่น)

เรื่องที่ผมจะเอามาแลกเปลี่ยนกับท่านในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องที่ว่า บริษัทจะหาวิธีการเก็บความลับเรื่องเงินเดือนยังไงไม่ให้พนักงานเอาไปบอกกันหรอกนะครับ

แต่เป็นเรื่องที่ทำยังไงที่ฝ่ายบริหารจะบริหารจัดการค่าตอบแทน(รวมถึงเงินเดือน)อย่างยุติธรรม ตามหลักการที่สำคัญของการบริหารค่าตอบแทน คือ "หลักความเสมอภาคและเป็นธรรม" กับพนักงานมากกว่า !!

เพราะผมถือหลักว่าถ้าผู้บริหารมีหลักการบริหารค่าตอบแทนที่เสมอภาคและเป็นธรรม มีเหตุมีผลในการให้ค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมก็จะสามารถอธิบายพนักงานให้เข้าใจได้ชัดเจน ไม่ว่าพนักงานจะรู้เงินเดือนกันหรือไม่ก็ตามก็ย่อมจะทำให้พนักงานลดความรู้สึกว่า ฝ่ายบริหารไม่เป็นธรรมกับเขาลงได้ไม่น้อยเลยนะครับ

ลองมาดูกันไหมครับว่าทุกวันนี้ บริษัทของท่านยังมีวิธีการบริหารค่าตอบแทนทำนองนี้อยู่หรือไม่....

1.มีหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเดือนที่แตกต่างกันระหว่างคนที่จบใหม่ที่มีคุณวุฒิเดียวกันแต่จบสถาบันที่ต่างกันบริษัทจะให้เงินเดือนไม่เท่ากัน เช่น จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย A จะได้เงินเดือน 15,000 บาท แต่ถ้าจบวุฒิเดียวกันนี้จากมหาวิทยาลัย B จะได้เงินเดือน 12,000 บาท

2.เฉพาะคนที่จบจากมหาวิทยาลัย A ที่ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 จะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก 5% และถ้าจบเกียรตินิยมอันดับ 1 จะได้เงินเดือนเพิ่มอีก 10% ของ 15,000 บาท ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานเหมือนกัน

3.ใช้ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบเก่า ที่เรียกกันว่าแบบ Graphic Rating Scale (ซึ่งผมมักจะเรียกว่า แบบประเมินผลงานแบบ "จิตสัมผัส") คือจะมีแบบฟอร์มประเมินผลงานที่กำหนดหัวข้อ หรือปัจจัยในการประเมินไว้ 10-20 ข้อ ซึ่งหัวข้อเหล่านี้จะใช้ประเมินได้แบบเหวี่ยงแห ครอบคลุมไปได้ทุกตำแหน่ง ทุกหน่วยงานในบริษัท แล้วก็กำหนดเกรดในแต่ละปัจจัยเป็น A, B, C, D, E หรือ 5, 4, 3, 2, 1 แล้วก็มีช่องสุดท้าย คือ "สรุปผลการประเมินโดยรวม" ให้เลือกเอาเกรดเดียวว่า ผู้ถูกประเมินจะได้เกรดอะไร แล้วช่องสรุปผลการประเมินโดยรวมนี่แหละครับ จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายว่าลูกน้องจะได้ขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ หรือได้โบนัสกี่เดือน

4.บางบริษัทก็ไม่ต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอะไรทั้งนั้น เพราะการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีและการจ่ายโบนัสจะอยู่ในดุลพินิจของกรรมการผู้จัดการ (MD) หรือเถ้าแก่ล้วน ๆ คือพูดง่าย ๆ ว่าอยู่ที่ใจเถ้าแก่ว่าจะให้ใครเท่าไหร่ก็ตามนั้น

5.ในการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งพนักงาน ไม่มีหลักเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งที่ชัดเจน ไม่มีหลักเกณฑ์การปรับเงินเดือนเมื่อเลื่อนตำแหน่ง ทุกอย่างอยู่ที่ใจกรรมการผู้จัดการ หรือใจเถ้าแก่ว่าจะให้เลื่อนหรือให้ปรับเงินเดือนหรือไม่

6.เวลาสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน แล้วผู้สมัครงานถามว่าเงินเดือนที่ขอมาในใบสมัครนี้ทางบริษัทจะให้ได้หรือไม่ เช่น ผู้สมัครขอมา 20,000 บาท ผู้บริหารของบริษัทที่ทำหน้าที่กรรมการสัมภาษณ์ก็จะตอบไปทำนองนี้ "ได้เลย ไม่มีปัญหา" หรือ "ผมว่าอยู่ในโครงสร้างของบริษัทนะ" หรือ "โอ๊ย...คนเก่าที่ลาออกไปได้มากกว่านี้อีก เขาได้ตั้ง 25,000 บาทแน่ะ" หรือ "ไม่เป็นไร ผมจะช่วยคุยกับฝ่ายบุคคลให้" ฯลฯ พูดง่าย ๆ คือ กรรมการสัมภาษณ์ ที่เป็น Line Manager ตอบเพื่อเอาใจผู้สมัครงาน อยากให้มาทำงานกับบริษัทเราไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ยังสัมภาษณ์ผู้สมัครไม่ครบทุกคน ซึ่งอาจจะมีผู้สมัครรายอื่นหลังจากนี้เหมาะสมกว่ารายนี้ก็ได้

7.ผลจากการพูดเอาใจหรือให้ความหวังตามข้อ6ทำให้ผู้สมัครงาน (ซึ่งบริษัทไม่ได้ตอบรับเข้าทำงาน) นำไปโพสต์ตั้งกระทู้ไว้ในสื่อออนไลน์แบบนี้ครับ "วันนี้เรามาสมัครงานตำแหน่ง......บริษัท.....เขาให้เรา 20,000 บาท เพื่อน ๆ ว่าน่าสนใจมั้ย...." ท่านลองคิดดูสิครับว่า เมื่อพนักงานในบริษัทของเราไปเห็นข้อความนี้เข้า แล้วพนักงานคนนี้ที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันนี้ตอนนี้ได้รับอยู่ 18,000 บาท จะคิดยังไงกับผู้บริหารของบริษัท

8.บริษัทไม่เคยมีโครงสร้างเงินเดือนอย่างถูกต้อง หรือมีโครงสร้างเงินเดือน แต่ไม่เคย Update บ้างเลย เพราะไม่มี HR ที่ทำโครงสร้างเงินเดือนเป็น

9.มีโครงสร้างเงินเดือน แต่ไม่มีการบริหารจัดการโครงสร้างเงินเดือนอย่างมีหลักการที่ถูกต้อง หรือบริหารโครงสร้างเงินเดือนแบบ "ขาดวินัย" เลือกที่รักมักที่ชังทำให้มีโครงสร้างเงินเดือนก็เหมือนไม่มี เพราะพนักงานคนโปรดของ MD ก็สามารถมีเงินเดือนทะลุเพดานของโครงสร้างเงินเดือนได้ ฯลฯ

ที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่อยากจะเป็นกระจกเงาสะท้อนให้ผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนได้ทบทวนพฤติกรรมตลอดจนนโยบายในเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมกับพนักงานในบริษัทโดยมีหลักเกณฑ์ในเรื่องการบริหารค่าตอบแทนที่ยุติธรรมและชัดเจน

ทุกวันนี้จากประสบการณ์ของผมยังพบว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยังไม่เห็นความสำคัญของหลักการบริหารค่าตอบแทนที่ถูกต้องยังคงมีมุมมองเรื่องการบริหารค่าตอบแทน (Compensation Management) เป็นแค่เพียงการจ่ายเงินเดือน (Payroll) ให้พนักงานในแต่ละเดือนให้ถูกต้องเท่านั้น

ถ้าผู้บริหารยังมีมุมมองเรื่องการบริหารค่าตอบแทนแบบแคบๆว่า เรื่องเงินเดือนเป็นความลับจะบริหารยังไงพนักงานก็คงไม่รู้อย่างนี้แล้วล่ะก็ บริษัทนั้นก็ยังคงต้องเจอกับปัญหาพนักงานลาออก เพราะผู้บริหารไม่สามารถตอบคำถามพื้น ๆ ของพนักงานได้ว่าทำไมเงินเดือนของเขาน้อยกว่าเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ทำงานเหมือน ๆ กันอยู่เรื่อย ๆ แหละครับ

Advertisement Replay Ad
ตลาดบ้าน-คอนโดฯ ส่อแววคึกคัก ดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นแรงซื้อ

ตลาดบ้าน-คอนโดฯ ส่อแววคึกคัก ดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นแรงซื้อ

8 สินค้าไทยโดนใจคนลาว ซื้อง่าย ขายคล่อง รวยไว

8 สินค้าไทยโดนใจคนลาว ซื้อง่าย ขายคล่อง รวยไว

สศช.ประกาศเศรษฐกิจไทยโตสูงสุดในรอบ 54 เดือน

สศช.ประกาศเศรษฐกิจไทยโตสูงสุดในรอบ 54 เดือน

Tencent ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในเอเชีย มากกว่า 1.6 ล้านล้านบาท

Tencent ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในเอเชีย มากกว่า 1.6 ล้านล้านบาท

ลดหย่อนภาษีด้วยประกัน วิธีที่ขาดไม่ได้ ก่อนขอคืนภาษีครั้งต่อไป

ลดหย่อนภาษีด้วยประกัน วิธีที่ขาดไม่ได้ ก่อนขอคืนภาษีครั้งต่อไป

คนรวยเพียง 1% ถือครองความมั่งคั่ง 'ครึ่งหนึ่ง' ของโลก

คนรวยเพียง 1% ถือครองความมั่งคั่ง 'ครึ่งหนึ่ง' ของโลก

สายการบินนิวเจนเปิด 2 เส้นทางบินใหม่เริ่ม 3 ธ.ค. 2560

สายการบินนิวเจนเปิด 2 เส้นทางบินใหม่เริ่ม 3 ธ.ค. 2560

'Beyoncé' ขึ้นแท่นศิลปินหญิงรายได้สูงสุดในปี 2017 กวาดรายได้เข้ากระเป๋ากว่า 3 พันล้านบาท

'Beyoncé' ขึ้นแท่นศิลปินหญิงรายได้สูงสุดในปี 2017 กวาดรายได้เข้ากระเป๋ากว่า 3 พันล้านบาท

กระทรวงท่องเที่ยวคาดมาตรการลดหย่อนภาษีเริ่มใช้ปี 61

กระทรวงท่องเที่ยวคาดมาตรการลดหย่อนภาษีเริ่มใช้ปี 61

กรมบัญชีกลาง เผยมีผู้รับบัตรสวัสดิการ 11.4 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 5 พันล้าน

กรมบัญชีกลาง เผยมีผู้รับบัตรสวัสดิการ 11.4 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 5 พันล้าน

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

นิด้าโพล เผยคนไทยเกินครึ่งยอมซื้อลอตเตอรี่แพง เพราะเลขเด็ด!

นิด้าโพล เผยคนไทยเกินครึ่งยอมซื้อลอตเตอรี่แพง เพราะเลขเด็ด!

Comcast พร้อมยื่นข้อเสนอแข่งกับ Disney ซื้อกิจการ 21st Century Fox

Comcast พร้อมยื่นข้อเสนอแข่งกับ Disney ซื้อกิจการ 21st Century Fox

แนวคิดการลงทุน - 5 ข้อควรรู้ 'ก่อนคิด ออมในหุ้น'

แนวคิดการลงทุน - 5 ข้อควรรู้ 'ก่อนคิด ออมในหุ้น'

ธอส.ลดกระหน่ำ 'บ้านมือสอง-ที่ดิน' ลดสูงสุด 50% ราคาต่ำสุด 4 หมื่นบาท

ธอส.ลดกระหน่ำ 'บ้านมือสอง-ที่ดิน' ลดสูงสุด 50% ราคาต่ำสุด 4 หมื่นบาท

ก.เกษตรฯ สั่งคุมพื้นที่ทำนาปรังห้ามเกิน 11 ล้านไร่

ก.เกษตรฯ สั่งคุมพื้นที่ทำนาปรังห้ามเกิน 11 ล้านไร่

สารพัดวิธีดัดหลังผู้ค้าหวยชุด! กองสลากฯ ขู่ถ้ายังดื้อจะขายเอง

สารพัดวิธีดัดหลังผู้ค้าหวยชุด! กองสลากฯ ขู่ถ้ายังดื้อจะขายเอง

Adidas ได้รับรางวัล 'ยับยั้งแรงงานทาส' ร่วมกับอีก 3 บริษัท

Adidas ได้รับรางวัล 'ยับยั้งแรงงานทาส' ร่วมกับอีก 3 บริษัท

ภาพเขียนสุดท้าย 'เลโอนาร์โด ดา วินชี' ใช้เวลาเพียง 20 นาที ปิดประมูลได้เงินเกือบ 1.5 หมื่นลบ.

ภาพเขียนสุดท้าย 'เลโอนาร์โด ดา วินชี' ใช้เวลาเพียง 20 นาที ปิดประมูลได้เงินเกือบ 1.5 หมื่นลบ.

เปิดตัว Dragoncard บัตรเครดิตที่จับจ่ายเงินด้วย 'บิตคอยน์'

เปิดตัว Dragoncard บัตรเครดิตที่จับจ่ายเงินด้วย 'บิตคอยน์'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์