ลุ้นเทพนิยายกรีก จะเกิดกับปัญหาหนี้กรีซ ตลาดหุ้นโลกลดลงราว 1-3% ขณะที่หุ้นยุโรปเฉลี่ยลดล

ลุ้นเทพนิยายกรีก จะเกิดกับปัญหาหนี้กรีซ ตลาดหุ้นโลกลดลงราว 1-3% ขณะที่หุ้นยุโรปเฉลี่ยลดล

ลุ้นเทพนิยายกรีก จะเกิดกับปัญหาหนี้กรีซ   ตลาดหุ้นโลกลดลงราว 1-3% ขณะที่หุ้นยุโรปเฉลี่ยลดลง 3-5% หลังกรีซประกาศควบคุมเงินทุน ปิดธนาคารและจำกัดการเบิกถอนเงินสำหรับประชาชนไม่เกิน 60 ยูโร/วัน นักลงทุนยังอยู่ในช่วงสับสน และตลาดกำลังพยายามประเมินความเสี่ยงในกรณีแย่สุดสำหรับหนี้กรีซ เรายังคงยืนยันมุมมองว่าผลกระทบจากการผิดนัดชำระรอบนี้จะต่ำกว่าสมัยปี 2555 ที่หนี้กรีซส่วนใหญ่ถือโดยภาคเอกชนของประเทศในยูโรโซน ขณะที่ครั้งนี้หนี้ส่วนใหญ่ 80% ของหนี้ถือโดยสถาบันขนาดใหญ่อย่าง IMF, ECB, EFSF ซึ่งทำให้ผลกระทบจำกัดกว่ามาก แม้เส้นทางของกรีซจะยังดูยากลำบาก แต่ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะจบได้ดีและเร็วกว่าที่คาด \"เทพนิยายกรีก\" เป็นคำเรียกเหตุการณ์ที่ทีมฟุตบอลกรีซสามารถชนะเลิศฟุตบอลแห่งชาติยุโรปในปี 2547  ทั้งที่เป็นทีมนอกสายตา และดูแทบจะไม่มีความเป็นที่จะคว้าแชมป์ ซึ่งคล้ายกับสถานการณ์หนี้กรีซขณะนี้ แม้จะมีอุปสรรคอยู่มากและไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ แต่เราก็เห็นโอกาสที่จะเกิดเทพนิยายกรีก หลังประชาชนกรีซเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงของการไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากยูโรโซน ทำให้ผลสำรวจความเห็นล่าสุดประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการลงประชามติ \"ยอมรับ\" ข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้ ซึ่งทำให้ฝ่ายการเมืองของกรีซมีโอกาสกลับเข้าสู่การเจรจาโดยไม่เสียจุดยืนทางการเมืองเรื่องคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดไป นอกจากนี้ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเยอรมันที่ระบุพร้อมเจรจาอีกครั้งกับกรีซหลังการลงประชามติของกรีซในวันที่ 5 ก.ค. ทำให้ IMF อาจยอมรับการผิดนัดชำระของกรีซในระยะเวลาสั้นๆได้ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงสำคัญ คือ การลงประชามติเป็นเพียงกระบวนการปรึกษาโดยต้องมีผู้มาลงประชามติไม่ต่ำกว่า 40% และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายกับรัฐบาล ทั้งหมดจึงยังขึ้นกับการเจรจาหลังประชามติ เรามองผลกระทบต่อตลาดเอเชียและไทยจำกัด เราคงมุมมองช่วงปลายมิ.ย.เป็นจังหวะทยอยซื้อ ในหุ้นหลัก อาทิ วัสดุก่อสร้าง โรงแรม และเลือกซื้อรายตัวในพลังงานและปิโตรเคมี ในจังหวะอ่อนตัว และหุ้นที่จะเติบโตโดดเด่น หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ SCC MINT CENTEL PTT PTTGC IVL IRPC CPN กลยุทธ์การลงทุน \"หุ้นเอเชียมีโอกาสกลับมาเด่นกว่าโลก\"  ในภาวะที่หนี้กรีซยังไม่จบ แต่มีความชัดเจนว่าผลกระทบในทางเศรษฐกิจจริงต่อเอเชีย มีต่ำกว่ายุโรปที่มีความผูกพันทางเศรษฐกิจแน่นแฟ้น และความผันผวนของสกุลเงินเอเชียที่จะต่ำกว่ายูโร จะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นในเอเชียมีโอกาสฟื้นตัวก่อน และดีกว่าตลาดโลกในช่วงนี้ เมื่อรวมกับโมเมนตัมทางเศรษฐกิจที่เข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง เรายังคงมุมมองการปรับตัวลดลงในช่วงนี้เป็นโอกาสในการซื้อ หุ้นแนะนำTISCO (ผลการดำเนินงานเด่นกว่าธนาคารใหญ่จากแรงกดดันการตั้งสำรองที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว), STPI  (คาดผลการดำเนินงานผ่านไตรมาส 2 แข็งแกร่งจากการรับรู้รายได้ค่าเร่งงาน), ADVANC  (ผลการดำเนินงานใกล้เข้าสู่ช่วง High season โดยมีปันผลระหว่างกาลช่วยรองรับความผันผวนของตลาด) เก็งกำไรประเด็นรายตัว(ควรตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5%): IRCP SUPER TPIPL TTA CPF DEMCO TKS IVL KTC GRAMMY EMC CNT SGP   Trading Ideas คาดการณ์เบื้องต้นหุ้นกำไร 2Q15 ดี// Energy&Petro: SCC PTTGC IVL BCP SCN / ICT: TRUE SAMTEL THCOM / Fin: MTLS SAWAD / Prop: LPN SC AMATA / Cons: CK ITD / Comm: CPALL / Food: CPF TUF   Best trade ADVANC (ปิด 237 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 274 บาท เลือกหุ้นที่จ่ายปันผลดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง โดย ADVANC เป็นหุ้นที่มีการจ่ายปันผลในรอบผลการดำเนินงานครึ่งปี เราคาด ADVANC จะรายงานกำไรปกติที่ 9.5 พันลบ. ในไตรมาส 2/58 ทรงตัว QoQ ขณะที่เพิ่มขึ้น 12% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการประมูล 4G ที่อาจเกิดขึ้นในปีนี้ เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 245-250 ตัดขาดทุนที่ 233 บาท   STPI (ปิด 17.20 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 20.20 บาท คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 966 ลบ. เติบโต 71% YoY และ 74%QoQ จากการรับรู้งานส่วนเพิ่มในโครงการ Ichthys LNG ราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว มีแนวโน้มสนับสนุนในกลุ่มอุตสาหกรรม LNG คาดเซ็นต์สัญญางานใหม่ราว 2 หมื่นลบ. ในช่วงครึ่งหลังของปี 58 คาดปี 59 มีผลตอบแทนปันผลที่สูงกว่าปกติ ที่ 5.3% จากการเสร็จสิ้นโครงการใหญ่ในปี 58 เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 18.00-19.00 ตัดขาดทุนที่ 16.60 บาท   TISCO (ปิด 47.25 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 49.00 บาท (Bloomberg Consensus) สัดส่วนสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ TISCO ได้รับผลกระทบจากหนี้เสียจากสินเชื่อ SME และอสังหาริมทรัพย์ น้อยกว่าธนาคารพาณิชย์ด้วยกัน แนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อในระยะกลางเริ่มน่าสนใจหลังจาก ผ่านช่วงนโยบายรถคันแรกไปเกือบ 5 ปี แล้วซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนรถใหม่ ปัจจุบันซื้อขายที่เพียง 8.2 เท่า PER ปี 58 ด้วยคาดการณ์ผลตอบแทนปันผล 4.8% เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 49.00-50.00 บาท ตัดขาดทุนที่ 45.50 บาท   ปัจจัยสำคัญ และปัจจัยที่ต้องติดตาม ปัจจัยสำคัญ วิกฤตหนี้กรีซ: ความเสี่ยงที่กรีซจะออกจากยูโรโซนสูงขึ้น - ในวันศุกร์ก่อนการประชุมกับรมว.กลุ่มยูโร นายกรัฐมนตรีกรีซประกาศว่าจะจัดการลงประชามติเพื่อรับข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้ในวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปฏิเสธข้อเสนอต่ออายุแผนช่วยเหลือทางการเงินล่าสุดของเจ้าหนี้ที่ผ่อนปรนลงอย่างมาก (ต่อเวลาโครงการเงินกู้ออกไปอีก 5 เดือน และขยายวงเงินช่วยเหลือทางเศรษฐกิจงวดต่อไปเป็น 15,000 ล้านยูโร โดยพร้อมอนุมัติเงินทันที 1,800 ล้านยูโร หากรัฐบาลกรีซตกลงเพิ่มความเข้มงวดให้แก่มาตรการรัดเข็มขัด) ล่าสุดกลุ่มยูโรปฏิเสธที่จะต่ออายุแผนการช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลกรีซออกไปอีก 1 เดือน เพื่อรอผลการลงคะแนนเสียงประชามติของกรีซ ทำให้กรีซมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้ IMF ในวันที่ 30 มิ.ย.ค่อนข้างแน่ สิ่งที่จะเกิดตามมา: รัฐมนตรีคลังประเทศสมาชิกยูโรโซนจะทำการนัดหมายประชุมกลุ่มยูโรอีกครั้ง โดยไม่มีรัฐมนตรีคลังกรีซเข้าร่วมด้วย เพื่อพิจารณาถึงผลกระทบและแนวทางในการรับมือ ซึ่งในเบื้องต้นกรีซมีแนวโนมจะถูกระงับวงเงินช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (Emergency Liquidity Assistance: ELA) ซึ่งเป็นการสนับสนุนสภาพคล่องให้แก่ธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์เสี่ยงต่อการขาดสภาพคล่องและอาจนำไปสู่การล้มละลายจากการแห่ถอนเงิน ดังนั้นรัฐบาลอาจมีการประกาศควบคุมเงินทุน (Capital control) และอาจประกาศปิดทำการธนาคารพาณิชย์ระยะเวลาหนึ่งซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามธนาคารกลางยุโรปมีกองทุน ESM และ EFSF ซึ่งน่าจ่ะวยรับมือการลุกลามของผลกระทบได้ เพียงแต่การขาดสภาพคล่องของกรีซ และยังไม่สามารถเข้าถึงตลาดเงินตลาดพันธบัตรโลกได้ น่าจะต้องบีบให้กรีซกลับไปใช้สกุลเงินของตนเอง (ดรักมาร์) หรือหมายถึงอาจจะต้องออกจากยูโรในที่สุด อย่างไรก็ตามจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกรีซยื่นคำร้องต่ออียูอย่างเป็นทางการเท่านั้น ผลกระทบ: ความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลกระยะสั้น คาดจะทำให้เงินเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น กดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงและโภคภัณฑ์ดังที่เราได้วิเคราะห์ไปในวันศุกร์ ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสตอบรับในเชิงลบ แต่ผลกระทบน่าจะเป็นระยะสั้น และให้ติดตามการประชุมนัดพิเศษของรมว.คลังยูโรโซน เพื่อดูการออกมาตรการรับมือกับหนี้กรีซ ผลกระทบต่อตลาดหุ้นยุโรปในฐานะคู่ค้า และอาจมีผลกระทบหากกรีซหยุดชำระหนี้ น่าจะสูงกว่าตลาดฝั่งเอเชีย เรามองตลาดผันผวนจากประเด็นดังกล่าวระยะสั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ และน่าจะเป็นโอกาสซื้อที่ดี เศรษฐกิจไทย: ตัวเลขการค้าเดือน พ.ค.แย่กว่าคาด -  กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออก -5.01% และนำเข้า -19.97% แย่กว่าคาด ที่ -2.5% และ -9.05% ตามลำดับ ทั้งนี้ การที่ตลาดรอสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขส่งออกกลับออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ต้องรอติดตามสัญญาณอื่นต่อไป และน่าจะเป็นลบกับภาพระยะสั้น ทำให้ตลาดอาจยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,525+/- ไปได้ และอาจมีแรงทำกำไรให้ปรับลดลงมาแถว 1,500-1,510 จุด อีกครั้ง ทั้งนี้ รายการสินค้าส่งออกที่ผิดคาดหลักๆคือ รถยนต์ ซึ่งชะลอตัวจากการรอรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นปัจจัยชั่วคราว สำหรับมุมมองระยะกลาง ภาวะเศรษฐกิจไทยน่าจะสามารถทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายและงบลงทุนของรัฐบาล (7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 58 รัฐเบิกจ่ายงบลงทุนไปแล้ว 33% โดยเรายังคงคาดหวังว่ารัฐบาลน่าจะเบิกจ่ายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี ที่ระดับ 64-68%) ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันอุปสงค์ในประเทศ (เรามองกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และรับเหมาฯขนาดกลางน่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนทางถนนและการก่อสร้างขนาดกลาง อาทิ TASCO SCC TPIPL CCP NWR CNT - ทั้งนี้หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของเรา ปัจจัยติดตาม ได้แก่ 30 มิ.ย. ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค. 58 โดยธปท.   ปัจจัยที่ต้องติดตาม เศรษฐกิจสหรัฐฯ:การประชุม FOMC มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.25% -เศรษฐกิจสหรัฐฯ:การประชุม FOMC มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.25% -ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ตามคาด ขณะที่แถลงการภาวะเศรษฐกิจมีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ลงเป็น 1.8%-2.0% จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนมี.ค.ที่ 2.3%-2.7%ทั้งนี้รายงานคาดการณ์เส้นทางการขึ้นดอกเบี้ย (Dot plot) ในปี 58 เฟดได้คงตัวเลขคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในช่วงปลายปีนี้ที่ 0.625% ขณะเดียวกันได้ปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในปี 2016 สู่ระดับ 1.625% จากเดิมที่ 1.875% และปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของปี 2017 สู่ 2.875% จาก 3.125% สะท้อนมุมมองการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยเฟด สำหรับประเด็นกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ยังเป็นปัจจัยที่มีโอกาสกดดันต่อเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ทำให้ตลาดในระยะสั้นคงความผันผวน โดยการศึกษาของเราพบเงินทุนจะไหลออกกดดันต่อตลาดหุ้นมากสุดในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังการเริ่มขึ้นดอกเบี้ยของ Fed (ธนาคารกสิกรไทย (KBank) คาดว่า Fed จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเดือนก.ย.58) ปัจจัยติดตามได้แก่ 1 ก.ค. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือนมิ.ย. 58 / 2 ก.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรฯ เดือนมิ.ย. 58 เศรษฐกิจยุโรป: ตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่อง เพิ่มความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป แต่จะเพิ่มความเสี่ยงที่ตลาดพันธบัตรโลกจะผันผวน- ผลสำรวจมาร์กิต อิโคโนมิคส์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซนในเดือนมิ.ย.ปรับขึ้นแตะ 54.1 ซึ่งสูงสุดในรอบ 49 เดือน จาก 53.6 ในเดือนพ.ค. ทั้งนี้ ให้ระวังความผันผวนในตลาดพันธบัตร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในฝั่งยุโรปและสหรัฐฯมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสแกว่งผันผวนและอาจปรับถอยในช่วงเริ่มต้นของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสะสมหุ้น ขณะเดียวกัน เรามองว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและระดับราคาที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในฝั่งยุโรป จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง   ปัจจัยติดตามได้แก่ 1 ก.ค. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือนมิ.ย. 58 เศรษฐกิจจีน: ประกาศนโยบายผ่อนคลายทางการเงินอีกครั้ง - ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดสัดส่วน RRR สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่รองรับพื้นที่ชนบท ภาคการเกษตร และธุรกิจขนาดเล็กลง 0.50% และสัดส่วน RRR สำหรับบริษัทการเงินหรือสถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารลง 3.0% นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% แตะ 4.85% และ 2% สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอายุหนึ่งปี ตามลำดับ นโยบายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีให้อยู่เหนือระดับเป้าหมายของปี 2558 ที่ 7% ปัจจัยติดตามได้แก่ 1 ก.ค. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือนมิ.ย. 58   บทวิเคราะห์วันนี้ AP (ถือ ปิด 7.30 พื้นฐาน 8.25 บาท +13.01%) AP ประกาศยอดขาย YTD ถึงวันที่ 28 มิ.ย.ที่ 17.4 พันลบ.เพิ่มขึ้น 87.5%YoY หลักๆเป็นผลจากความสำเร็จของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 4 แห่ง และทำให้ยอดขายครึ่งปีคิดเป็น 61% ของเป้าทั้งปีที่ 28.3 พันลบ. เราเห็นว่านอกจากจะเพิ่มยอดขายได้แล้ว คอนโดมิเนียมใหม่ดังกล่าวยังจะเป็นส่วนสนับสนุนการเติบโตที่สำคัญในปี 2561 ต่อเนื่องจากคาดการณ์การเติบโตก้าวกระโดดในปี 2560 หลังคอนโดมิเนียมที่พัฒนาโดยบริษัทร่วมทุนกับมิตซูบิชิ เอสเตท จะมีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นจำนวนมากในปีดังกล่าว อย่างไรก็ตามระยะสั้นความกังวลด้านค่าใช้จ่ายพิเศษจากปัญหาในโครงการบ้านกลางกรุง เดอะ โรยัลเวียนนาจะยังเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น กอรปกับภาวะตลาดที่เป็นลบจากวิกฤติกรีซ เราจึงเห็นว่าหากราคาหุ้นปรับลดลงจะเป็นโอกาสเข้าสะสมที่ดีของนักลงทุนระยะยาว AEONTS (ซื้อ ปิด 94.75 พื้นฐาน 128 บาท +35.1%) AEONTS ประกาศงบไตรมาส 1/58 (สิ้นสุดวันที่ 20 พ.ค.) ด้วยกำไรสุทธิ 524 ลบ. ลดลง 11% YoY, QoQ ประเด็นหลักที่ทำให้งบออกมาไม่ค่อยดีมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นมาก และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)ลดลง โดยสินเชื่อรวมยังเติบโต 4% YoY และ 1.4% QoQ โดยกมาจากกลุ่มบัตรเครดิตเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลซึงเป็นฐานหลักของบริษัทยังเติบโตไม่มากนักเนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลุ่มรายได้กลางถึงล่างยังไม่ดีมากนัก ซึ่งการที่บัตรเครดิตมีสัดส่วนมากขึ้นทำให้ NIM ลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 11% YoY เป็นผลมาจากการปรับปรุงสาขา ค่าใช้จ่ายทางการตลาด การขยายธุรกิจมในตปท. ฯลฯ ด้านคุณภาพสินทรัพย์มีการปรับตัวที่ดีขึ้นทั้ง NPLs ratio, NPL coverage อย่างไรก็ดี เรายังไม่เชื่อว่าจุดสูงสุดของ NPL ได้ผ่านไปแล้ว เนื่องจากภาพรวมศก.ที่ยังดูไม่สดใส STPI (ซื้อ ปิด 17.20 พื้นฐาน 20.20 บาท +17.5%) เราเริ่มบทวิเคราะห์ STPI ด้วยคำแนะนำ ซื้อ มีราคาเป้าหมาย 20.20 บาท ประเมินด้วยวิธี PER ที่ 18.5 เท่า เราชอบ STPI ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตโครงสร้างเหล็กที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศ โดยเน้นงานโครงการก๊าซธรรมชาติ ในครึ่งหลังของปีนี้ เราคาดว่า STPI มีโอกาสได้งานใหม่ขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะช่วงสนับสนุนรายได้และกำไรสุทธิในช่วงปี 2560 (+39.9%YoY) ขณะที่เราคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2559 จะปรับตัวลดลง (-39.5%YoY) เนื่องจากงานใหม่ๆ ที่ออกมาล่าช้า ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากมุมมองของนักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของเราเชื่อว่าราคาน้ำมันได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจการลงทุนของโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติต่างๆ (LNG project) ระยะสั้นเราคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2/58 กำไรสุทธิที่ราว 966 ลบ. (+71.0%YoY, 74.2%QoQ) สนับสนุนจากการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากค่าเร่งงาน ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งเชื่อว่าได้สะท้อนแนวโน้มผลการดำเนินงานที่จะลดลงในปี 2559 ไปแล้ว PTT (ซื้อ ปิด 363.0 พื้นฐาน 392.0 บาท +8.0%) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการที่คณะกรรมการบริษท PTT มีมติอนุมัติลดเงินลงทุนในปี 2558 ลง 28% จาก 77.3 พันลบ. เหลือ 55.7 พันลบ. โดยส่วนใหญ่เป็นการลดเงินลงทุนในส่วนธุรกิจต้นน้ำที่เกี่ยวของกับธุรกิจถ่านหินซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาอุปทานล้นตลาด นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเลื่อนการซื้อที่ดินในส่วนของคลัง LNG เฟส 3 และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ การลดลงของงบลงทุนนี้อาจช่วยให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง และเพิ่มปริมาณกระแสเงินสดให้กับบริษัท แต่เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2558 ไว้ที่ 108.9 พันลบ. เรายังคงคำแนะนำ \"ซื้อ\" สำหรับ PTT จากปัจจัยหนุนราคาหุ้นที่เราเคยกล่าวไว้ยังคงอยู่ เช่น การปรับเพิ่มราคา NGV การบันทึกกำไรจากการขายทรัพย์สิน และการพิจารณาขึ้นค่าผ่านท่อก๊าซ PTTGC (ซื้อ ปิด 69.25 พื้นฐาน 76.4 บาท +10.3%) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการที่คณะกรรมการบริษท PTTGC มีมติอนุมัติการเข้าซื้อบริษัท PTT Polymer Logistics จำกัดจาก PTT ด้วยเงินลงทุน 707 ลบ. เพิ่อเป็นการเพิ่มปรสิทธิภาพการบริหาร supply chain ของการขายและกระจายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกของบริษัท โดยเราคาดว่าระยะเวลาคุ้มทุนจะอยู่ที่ 3-4 ปี ซึ่งเป็นระดับปกติของการลงทุนเข้าซื้อกิจการ เราคงประมาณการกำไรสุทธิของ PTTGC ไว้ที่ 28.1 พันลบ. ผลประโยชน์จากการลดต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับจาก PTTPL จะช่วยลดผลกระทบของกระแสเงินสดที่ลดลงจากการเข้าซื้อครั้งนี้ ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ \"ซื้อ\" สำหรับ PTTGC เราเชื่อว่าราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/58 น่าจะช่วยผลักดันราคาหุ้นได้อีกครั้ง   สรุปภาวะตลาด   ตลาดหุ้นต่างประเทศ DJIA ปิด 17,596.35 จุด -350.33 จุด (-1.95%) S&P500 ปิด 2,057.64 จุด -43.85 จุด (-2.09%) NASDAQ ปิด 4,958.47 จุด -122.04 จุด (-2.40%) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลง เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซ หลังจากที่รัฐบาลกรีซประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุน พร้อมกับสั่งปิดธนาคารพาณิชย์และตลาดหุ้น   ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ NYMEX ส่งมอบ ส.ค. ปิดที่ USD58.33/bbl -1.3 (-2.18%) ราคาสัญญาน้ำมันดิบปิดปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลที่ว่า วิกฤตหนี้กรีซอาจจะทวีความรุนแรง หลังจากรัฐบาลกรีซประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุนและสั่งปิดธนาคาร สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ส.ค. อยู่ที่ USD1,179.0/ounce +5.8 (+0.49%) ราคาสัญญาทองคำปิดปรับตัวขึ้นตามการอ่อนค่าเงินสกุลดอลลาร์ และความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์กรีซ   ข่าวต่างประเทศ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 0.9% แตะระดับ 112.6 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 9 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2006 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2% นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณซึ่งแสดงถึงการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ (อินโฟเควสท์) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ระดับ CCC- จากระดับ CCC และยังคงให้แนวโน้มเป็นลบ พร้อมระบุว่า ความเป็นไปได้ที่กรีซจะต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนั้น มีอยู่ถึง 50% (อินโฟเควสท์) ฐบาลกรีซประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุน ขณะที่สั่งปิดธนาคารพาณิชย์ และตลาดหุ้นจนถึงวันที่ 6 ก.ค. และจำกัดการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มที่ระดับ 60 ยูโร (65 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อวันในช่วงเวลาที่ธนาคารปิดทำการ (อินโฟเควสท์)   ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรมในประเทศ ส่งออกติดลบเกิน 1.5% นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ จะปรับตัวเลขการส่งออกของไทยใหม่ โดยคาดว่าการส่งออกจะติดลบมากกว่า 1.5% จากเดิมที่คาดว่าไม่ขยายตัว หรือเติบโต 0% ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยขาดกำลังซื้อ (โพสต์ทูเดย์) รัฐขาดดุลเงินสดอื้อ กู้แหลกนำเงินกระตุ้นเศรษฐกิจหวั่นบริโภคหดชงยืดแวตอีก 1 ปี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค. 2557-พ.ค. 2558) ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 5.41 แสนล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 1,420 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 5.42 แสนล้านบาท (โพสต์ทูเดย์) สศค.ห่วง'ส่งออก-ภัยแล้ง'ฉุดราคาสินค้าเกษตรร่วง สศค.เกาะติด\"ส่งออก-ภัยแล้ง\" ปัจจัยซ้ำเติม \"จีดีพี\" ล่าสุดสัญญาณเศรษฐกิจเดือนพ.ค. \"ดัชนีผลผลิต-ราคาสินค้าเกษตร\" ยังคงรับ ผลกระทบจากภัยแล้งต่อเนื่อง เดือนเดียวติดลบ 7.3% ขณะดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ปรับตัว ลดลงต่อเนื่องเดือนที่5 เหตุกังวลการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ปัญหาภัยแล้งกระทบกำลังซื้อ (กรุงเทพธุรกิจ) สมาคมโรงน้ำตาลผนึกความร่วมมือเจรจาลงทุนอินโด 3 สมาคมโรงน้ำตาลทราย พร้อมผู้ประกอบการเตรียมเจรจาอินโดนีเซียเพื่อผสานความร่วมมือด้านการค้าและธุรกิจรองรับเปิด AEC (ทันหุ้น)   ข่าวบริษัท 'SUPER'กู้บัวหลวง6.7พันล.รุกโซลาร์ เฟสแรก 131.62 เมกะวัตต์ คาดจ่ายไฟเดือน ก.ค. นี้ พร้อมเข้าร่วมทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น 300 เมกะวัตต์  ถือหุ้น 75% โดยเตรียมก่อสร้างเฟสแรก ปลายปีนี้ 70 เมกะวัตต์ (กรุงเทพธุรกิจ) TVTจ้องเขมือบธุรกิจทีวี เล็งควบรวมกิจการธุรกิจสื่อ 2-3 แห่ง คาดได้ข้อสรุปปีหน้า \"ภัทรภร วรรณภิญโญ\" บอสสาวสวย ปรับเป้ารายได้ปีนี้ทะยาน 20-25% จากเดิม 15% (ทันหุ้น) TGCIบุ๊กกำไรพิเศษขายที่ดินร่วมทุนแตกไลน์รุกพลังงาน แถมเตรียมขอใบอนุญาต ผุดธุรกิจการผลิตและจำหน่ายน้ำดื่ม หวังกระจายความเสี่ยงอัพกำไรโตยั่งยืน พร้อมทุ่มงบ 500 ล้านบาท ทำนิคมเฟส 2 ทุนฝรั่งตบเท้าซื้อที่ 157 ไร่ มูลค่า 600 ล้านบาท คาดเซ็นสัญญาเร็วๆ นี้ (ทันหุ้น) ECFควงFPIบุกพลังงานชีวมวลเปิดโผบอสใหญ่ GUNKUL มีเอี่ยวดีลนี้ คาดกำลังผลิตคร่าวๆ ราว 100 เมกะวัตต์ บุ๊กรายได้เข้าปี 2559 (ทันหุ้น) UAC อัดฉีดงบ 300 ล้านบาทเทกโอเวอร์พลังงานทดแทน มองผลตอบแทนแจ่มแย้มแผนซุ่มศึกษาควบรวมกิจการ พลังงานเพิ่ม คุยมีคนเสนอขายโครงการเพียบ เตรียมเหินฟ้าดูพลังงานทดแทนนอกบ้าน มองหาโครงการโกยเงินต่อ มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 1.5 พันล้านบาท (ทันหุ้น) KBSแววเศรษฐีบุ๊กขายไฟฟ้า โวปี 2558 รายได้ทะลุเป้าโต 5% จากปีก่อนที่ 6.3 พันล้านบาท อานิสงส์รายได้ขายไฟฟ้าหนุน พร้อมอัดฉีดงบ 4.8 พันล้านบาท เสริมกำลังผลิต-ผุดโรงงานเอทานอล ขยายช่องรับทรัพย์ (ทันหุ้น) ก.ล.ต.จี้ผถห.CWTร่วมใช้สิทธิออกเสียงแผนลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และไปใช้สิทธิในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 1 กรกฎาคมนี้ หลังที่ปรึกษาการเงินอิสระมองต่าง ไม่เห็นด้วยกับการลงทุนเหตุสัญญาไม่ชัด (ทันหุ้น) CCPรับอานิสงส์งานภาครัฐโชว์แบ็กล็อกพุ่ง2.3พันล. โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เส้นทางที่ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมไปถึงภาคใต้ ซึ่งในช่วงไตรมาส 4/2558 คาดว่าภาครัฐจะมีความชัดเจนการเปิดประมูลโครงการดังกล่าวและน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปีหน้า โดยบริษัทเชื่อว่าจะได้รับส่วนแบ่งงานอย่างแน่นอน (ทันหุ้น) AOTเทหมดหน้าตัก1.4แสนล.ขยายท่าสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง วางอนาคต 5 ปีพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองเล็งแล้วเสร็จ ปี 2563 หวังรองรับผู้โดยสารพุ่งกระฉูด 120 ล้านคนต่อปี (ทันหุ้น) AMATARเทรดวันแรก ลุ้นราคาหุ้นเหนือจอง ผลตอบแทนสูง8.7% จ่ายทุกไตรมาส ลงทุนในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ด้าน EGATIF ขายเกลี้ยง รายย่อย-กองทุนจองล้น (ข่าวหุ้น) CHOคว้างานมาเลย์71ล้าน ผลิตรถลำเลียงพลหุ้มเกราะจากมาเลเซียจำนวน 71 คัน พร้อมรอเซ็นสัญญาชนะประมูลผลิตรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน มูลค่า 1,735 ล้านบาท ดันรายได้ปีนี้พุ่งเกือบ 3,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น) BJCHI ลุ้นงานใหม่ 5 พันล้านในบราซิล และสหรัฐฯ ลั่นรายได้-กำไรโตต่อเนื่อง พร้อมเหินฟ้าเตรียมโรดโชว์ฮ่องกง-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ หวังดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น (ข่าวหุ้น) ILINKจ่อเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้ มั่นใจทะลุ 3 พันล้าน งบ Q2 คาดกำไรโต 30% พร้อมย้ายเข้า SET ส.ค.นี้ (ข่าวหุ้น)   กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com, 02-696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน  Paniti.j@kasikornsecurities.com, 02-696-0053 ปฐมพล เหล่าวิระยะศักดิ์ Pathompol.l@ kasikornsecurities.com,02-696-0051 อวยพร มีศีล auayporn.m@kasikornsecurities.com 02-696-0037   โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 30 มิ.ย. 2558

Advertisement Replay Ad
ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

Daily Market Monitor : 23/11/2017

Daily Market Monitor : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - Telecom : 23112017

Sector Update - Telecom : 23112017

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

ZOOM : 23/11/2017

ZOOM : 23/11/2017

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

Thailand in focus : 23/11/2017

Thailand in focus : 23/11/2017

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

HANA - บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) - HANA

HANA - บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) - HANA

Thailand economy : 23/11/2017

Thailand economy : 23/11/2017

BDMS - บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

Daily Strategy : 23/11/2017

Daily Strategy : 23/11/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์