รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

รอบด้านตลาดหุ้น   Sideways   วันนี้คาดดัชนีฯ ย่อสลับดีด แนวรับ 1,470 จุด แนวต้าน 1,490 จุด ระยะสัปดาห์ ดัชนีฯยังคงอยู่ในแนวโน้ม ขาลง เราคงคำแนะนำ กระชับพอร์ตหุ้นใหญ่ตามที่แนะไปก่อนหน้า กลยุทธ์ Cash is king หรือเลือกหุ้น Save haven ไว้พักเงิน รายเดือน มิย. คาดแนวรับ 1,460/1,450 จุด แนวต้าน 1,520 จุด คาดกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรฯ แบงก์ บ้าน อ่อนกว่าตลาด และแนะนำล็อกกำไรกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไว้บ้างถ้าขึ้นรับข่าวบาทอ่อน ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (+) เมื่อวานประชุม ECB ส่งสัญญาณความพร้อมให้เงินกู้ฉุกเฉินกรีซเพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ (+)ประชุม EU 18 มิย. ประเด็นแก้หนี้กรีซ, (-)กรีซมีหนี้ต้องจ่าย IMF 310ล้านยูโร ครบกำหนดวันที่ 5 มิย., (+)ลุ้น กนง.ลดดอกเบี้ย 10 มิย.นี้, (-)Flows นลท.ต่างชาติยังคงขายหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง   หุ้นแนะนำ ยืมหุ้น Short BDMS, เก็งกำไรทางเทคนิค IFEC แนวรับ 11.7 ต้าน 12.9 บาท, สะสม VGI JASIF   BLS รายงานพื้นฐานวันนี้ (ดูรายละเอียดฉบับเต็ม) (-) กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน (BH BDMS) คาดรับผลกระทบอย่างมีนัยยะ หากรัฐบาลกำหนดนโยบาย คุมราคายา โดยให้คนไข้นำใบสั่งยาออกมาซื้อเองนอกโรงพยาบาล และให้โรงพยาบาลเปิดเผยราคากลางของยารักษาโรค โดยสัดส่วนรายได้ยาคิดเป็น 30% ของรายได้กลุ่ม รพ. ซึ่งคาดการณ์กรณีแย่สุด คือให้จ่ายยานอกโรงพยาบาล 100% บนคนไข้ในและนอก (OPD และ IPD) คาดกระทบกำไรปี 2015 ของ BDMS 12% และ BH 10% ส่วนกำไรปี 2016 คาด กระทบต่อ BDMS 23% และ BH 20% ขณะที่ตอนนี้ PE ปี 2015 ของ BH เทรดที่ 40.2 ส่วน BDMS เทรด 34.2 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยภูมิภาคอยู่แค่ 34.9 เท่า เรามองว่าราคาหุ้น BDMS และ BH มีโอกาสปรับลงได้อีก แนะนำยังไม่ต้องรีบซื้อ กลยุทธ์ แนะ ขายล็อกกำไร (-) WORK เราปรับคาดการรายได้ลงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายส่วนแบ่งรายได้ JV โปรเจคทางบัญชี โดยรายได้ปรับลง 23% เหลือ 2.46 พันล้านบาท แต่ไม่กระทบกำไร เพราะย้ายมารับรู้เป็น Equity income อย่างไรก็ดี กำไรจากรายการ 3 ช่า คาราบาว และ Cat-A-Wab ที่แย่กว่าคาด ทำให้เราปรับกำไรปีนี้ลง 13% เหลือ 220 ล้านบาท และ ราคาเป้าหมายลงเหลือ 50 บาท   หุ้นมีข่าว (-) กลุ่มการบิน, ท่องเที่ยว กระทรวงสาธารณะสุข เกาหลีใต้ สั่งกัก ปชช. กว่า 1300 คน ให้อยู่ในที่พัก ป้องกันเชื้อหวัด เมอร์ ระบาด ทั้งนี้เชื้อหวัดเมอร์ เป็นเชื้อไวรัสสายพันธ์ที่พัฒนาจาก โรคซาร์ ที่ระบาดช่วงปี 2003 ด้านฮ่องกงประกาศเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด / แนะไม่ต้องรีบซื้อ หุ้นกลุ่มโรงแรม สายการบิน เพราะ วิตกสถานการณ์อาจลุกลาม และปกติช่วงนี้เข้าสู่ช่วง Low season ของกลุ่มฯ คาดราคามีโอกาสอ่อนลงมากกว่านี้ (-) รมว.คลังจะเสนอร่าง พรบ.ภาษีที่ดิน ต่อ สนช.ภายใน 2 เดือน/ ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่จะเกิดขึ้นจากการเสนอเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างใหม่ โดยมีกำหนดอัตราจัดเก็บภาษีใหม่ ดังนี้ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างเชิงพาณิชย์เก็บในอัตราไม่เกิน 0.5%ของราคาประเมินที่ดิน, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยเก็บในอัตรา 0.1% และที่ดินเพื่อการเกษตรเก็บในอัตราไม่เกิน 0.05% ส่วนที่ดินว่างเปล่าจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 0.05-2% ของราคาประเมินที่ดินต่อปี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถือครอง ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้นสำหรับเจ้าของที่ดินขนาดเล็กและที่ดินทางการเกษตร เป็นจิตวิทยาลบต่อ กลุ่มบ้าน ภายใต้สมมติฐานให้ผู้ประกอบการบ้าน แบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเอง จะส่งผลกระทบต่อกำไรราว 0.5-3% โดย บจ.ที่กระทบเยอะสุดได้แก่ LH QH SC มีการสะสมที่ดินเปล่าเยอะสุด /ส่วน LPN PS SPALI กระทบน้อยเพราะ Land bank ต่ำ ส่วนกลุ่มแบงก์ สินทรัพย์ที่รอการขายจากธนาคารและผู้ลงทุนในที่ดินเปล่า (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก) จะมีภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เราคาดต้นทุนภาระนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยต่อผลประกอบการ น้อยกว่า 1% (+) หุ้นติดโผ SET50 BLA TPIPL WHA SUPER ITD BA SAWAD ส่วน MTLS ติดโผ SET100 (-) ราคาน้ำมันดิบลุ้นรีบาวด์ ก่อนประชุม OPEC 5 มิย. เราคงแนะนำ ขายหุ้นที่เชื่อมโยงน้ำมัน ถ้าเด้งขึ้นมาตามราคาน้ำมันดิบ คาดน้ำมันมี Sell on fact หลังประชุม OPEC แล้วไม่มีอะไรใหม่   ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด (+/-) ธปท.ส่งสัญญาณต้องการเห็นบาทอ่อน ระบุไม่ได้ชอบให้เงินบาทแข็งค่า (ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ) / คาด กนง.เดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อ (-) OECD ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2015-16 ลง เหลือ 3.1% และ 3.8% ตามลำดับ (จากเดิมคาด 4% และ 4.3% ตามลำดับ) (-) เมื่อวาน US ISM ภาคบริการ พค. 55.7 คาด 57 จาก 57.8, (0) วันพฤหัส ประชุม ธ.กลางอังกฤษ คาดคงดอกเบี้ย 0.50%, เกาหลีใต้ GDP 1Q15 2nd คาด +2.4% คงที่ (0) ศุกร์ US Nonfarm payrolls พค. คาด 2.22 แสนราย จาก 2.23 แสนราย และ อัตราการว่างงาน พค. คาด 5.4% คงที่, EU GDP 1Q15 2nd คาด +0.4% q-q ไม่เปลี่ยนแปลง   วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด   ประธานอีซีบีย้ำดำเนินมาตรการ QE ไปถึง 2016 ประธานยุโรปย้ำการคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 0.25% และดำเนินการซื้อพันธบัตรต่อเนื่องไป 2016 โดยเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคภายในกลุ่มดีขึ้นไปตามที่คาดการณ์ท่ามกลางระดับราคาสินค้าไม่ผันผวน และคาดว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะขยายตัวส่งผลดีกับประเทศสมาชิกมากขึ้น นักลงทุนในตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงิน และตราสารหนี้พันธบัตรควรเตรียมตัวกับความผันผวนเพิ่มขึ้นเมื่อโยบายการเงินสหรัฐเปลี่ยนแปลง (Bloomberg)   ธ.โลกประเมินศก.ไทยโตสูงลุ้นเฟดปรับดบ./ค่าบาทอ่อน นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) มีแผนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่า เป็นไปตามคาดการณ์ของตลาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ที่ยังไม่มีการปรับในช่วงก่อนหน้าและลากยาวมาต่อเนื่อง เป็นเพราะสหรัฐต้องประเมินภาวะเศรษฐกิจโดยรวมก่อนว่าจะมีการปรับขึ้นได้ในช่วงใด และแน่นอนว่าเมื่อเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะมีผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินทุกสกุล ทำให้ค่าเงินทุกสกุลปรับค่าอ่อนลง ซึ่งรวมถึงค่าเงินบาทของไทยด้วย (หนังสือพิมพ์มติชน)   'คลัง' เบรกขึ้นแวต-ชงเก็บ7% เท่าเดิมแต่เดินหน้าภาษีบ้านที่ดิน-ย้ำจ่ายน้อยกว่าค่าเคเบิล 'สมหมาย' ยันเดินหน้าเก็บภาษีบ้าน-ที่ดิน ชี้ราคาไม่สูงมากน้อยกว่าค่าเคเบิลทีวี ส่วนแวตยอมถอย ชงครม.เก็บ 7% เท่าเดิมอีก 1 ปี หลังจะสิ้นสุดเดือนก.ย.นี้ รับไม่กล้าปรับขึ้นเพราะเกรงกระทบสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว (หนังสือพิมพ์มติชน)   ชี้พิษรถคันแรกฉุดตลาดรถซึมอีก 2 ปีคาดปีนี้ลบ 10% นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 (มอเตอร์เอ็กซ์โป) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ปีนี้คาดว่าจะลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 8.8 แสนคัน จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและโครงการคืนภาษีรถคันแรกที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อกำลังซื้อต่อเนื่องไปอีก 2 ปี หลังจากเริ่มมีผลกระทบมาตั้งแต่ปี 2556 (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)   หวั่นต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน! ดันค่าไฟแพง นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวเรื่องการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานอยากให้ประชาชนในพื้นที่ทำความเข้าใจ ไม่อยากให้เกิดกระแสเกลียดถ่านหิน เกิดความหวาดกลัว เพราะหากไทยไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 โรง ประมาณ 7,000 เมกะวัตต์ได้ จะทำให้ค่าไฟปลายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ ปี 2579 มีอัตราค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 50-60 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟรวมมากกว่า 6 บาทต่อหน่วย จากเดิมคาดการณ์ค่าไฟฟ้าปลายแผนประมาณ 5 บาทต่อหน่วย เพราะต้องหันไปใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวซึ่งมีราคาสูงกว่าถ่านหิน 3 เท่า (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)   นอนแบงก์ปรับแผนครึ่งหลัง รับเอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคลพุ่ง \"นอนแบงก์\" เกาะติดคุมระดับหนี้เสีย ปรับกลยุทธ์เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ หลังสัญญาคุณภาพหนี้สินเชื่อบุคคลไตรมาสแรก ด้อยลง 1% \"กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์\" รับอัตราอนุมัติสินเชื่อลด 5% เจาะกลุ่มบนรายได้ 20,000 บาทขึ้นไป รับช่วยลูกหนี้แล้ว 20% ของพอร์ต ชี้ 4 เดือนแรกสินเชื่อโต 7% รับยังต่ำเป้าคาดทั้งปีโต 14% \"เคทีซี\" จ้างเอาท์ซอร์สตามหนี้ สแกนลูกค้าใหม่โฟกัสกลุ่มรายได้สม่ำเสมอ รุกแคมเปญลดภาระค่าใช้จ่ายผ่านบัตร หลังขยายฐานบัตรใหม่ต่ำเป้า (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)   ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน รายงานวันนี้   กลุ่ม: การแพทย์          คำแนะนำ: NEUTRAL           ราคาเป้าหมาย (บาท): -   ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ซึ่งเราศึกษาพบว่าอาจจะส่งผลต่อกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงพยาบาลมากกว่าที่ตลาดคาด หากผู้ป่วยตัดสินใจซื้อยานอกโรงพยาบาลเอกชนทั้ง BMDS และ BH  เราแนะนักลงทุน รอและติดตาม  จนกว่าราคาหุ้นจะสะท้อนผลกระทบดังกล่าว กรณีที่เลวร้ายที่สุดหากผู้ป่วยนอกทั้งหมดตัดสินใจซื้อยานอกโรงพยาบาล(โดยใช้คำสั่งซื้อของโรงพยาบาล) จะมีความเสี่ยงในการปรับลดกำไรหลักปี 2558 ของ BDMS 12% ปี 2559 ที่ 23% และ กำไรหลักปี 2558 ของ BH 10% และ ปี 2559 20% มีความเสี่ยงด้านระดับมูลค่าการซื้อขายที่อาจลดลงจากกฎเกณฑ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันทั้ง BHและ BDMS มีการซื้อขายด้วย PER ที่ค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกและน่าจะสูงขึ้นอีกหากรวมประเด็นนี้ในการประมาณการ   นักวิเคราะห์: นฤมล เอกสมุทร, นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 4 มิ.ย. 2558

Advertisement Replay Ad
หุ้นปิดบวก 5.00 จุดแตะระดับ 1,714.38 จุด

หุ้นปิดบวก 5.00 จุดแตะระดับ 1,714.38 จุด

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

MEGA - Hold : MEGA LIFESCIENCES PUBLIC COMPANY LIMITED - MEGA

MEGA - Hold : MEGA LIFESCIENCES PUBLIC COMPANY LIMITED - MEGA

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 20 พ.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 20 พ.ย. 2017

Chart Insight Afternoon , 20 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 20 Nov 2017

หุ้นปิดภาคเช้า 7.52 จุด เพิ่มขึ้น 748 หลักทรัพย์

หุ้นปิดภาคเช้า 7.52 จุด เพิ่มขึ้น 748 หลักทรัพย์

หุ้นไทยเปิดบวก 4.10 จุด เพิ่มขึ้น 324 หลักทรัพย์

หุ้นไทยเปิดบวก 4.10 จุด เพิ่มขึ้น 324 หลักทรัพย์

JUBILE - ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

JUBILE - ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

Daily Market Monitor : 20/11/2017

Daily Market Monitor : 20/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 20/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 20/11/2017

Traders Spectrum : 20/11/2017

Traders Spectrum : 20/11/2017

Daily Trading Focus : 20/11/2017

Daily Trading Focus : 20/11/2017

ZOOM : 20/11/2017

ZOOM : 20/11/2017

Daily Strategy : 20/11/2017

Daily Strategy : 20/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 20/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 20/11/2017

Equity Play of the day : 20/11/2017

Equity Play of the day : 20/11/2017

Ztock Daily : 20/11/2017

Ztock Daily : 20/11/2017

Morning Ztrategy : 20/11/2017

Morning Ztrategy : 20/11/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์