ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

บวกต่ออีก แต่ไม่ไล่ซื้อ ให้รอช่วงย่อ             KGI ประเมิน SET วันพฤหัสฯ เปิดกระโดดขึ้นก่อนถูกขายทำกำไร  พอร์ตสั้นให้ขาย/รอ พอร์ตลงทุนถือ/ซื้อหุ้นได้ ปัจจัยภายนอกเป็นบวกอย่างมาก เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (ยอดขายบ้านมือสองเดือน มี.ค.) และผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีออกมาแข็งแกร่ง ประกอบกับเงินดอลล่าร์ฯ อ่อนยวบ หลังจากมีรายงานประมูลพันธบัตรสเปนได้การตอบรับดี (2.1 เท่า ของปริมาณขาย เทียบกับ 1.8 เท่าในการขายครั้งก่อน) หนุนเงินยูโร ทั้งนี้การวิ่งขึ้นของตลาดหุ้นโลกและการร่วงของเงินดอลล่าร์ฯ จะดันเงินทุนไหลเข้าตลาดสินทรัพย์ในเอเชียต่อไป อย่างไรก็ดีวันนี้ SET น่าจะเผชิญแรงขายค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากขึ้นใกล้แนวต้านสำคัญที่ 1,120 จุด           สำหรับปัจจัยในประเทศ ผลประกอบการของหุ้นธนาคารค่อนข้างดี โดย KBANK* แจ้งกำไรไตรมาส 1/2554 สูงกว่าตลาดคาดเล็กน้อยขณะที่ BBL* ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ภาพรวมเติบโตค่อนข้างมากทั้งสองธนาคาร และในวันสองวันนี้มีโอกาสสูงที่ ธนาคารพาณิชย์จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม กนง. ที่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เมื่อวานนี้ และน่าจะเป็นการปรับดอกเบี้ยเงินกู้มากกว่าเงินฝากซึ่งจะส่งผลดีต่อความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร           กลยุทธ์: สำหรับพอร์ตเทรดดิ้งแนะนำขายหุ้นช่วงเปิดกระโดด กรณีขายหมดแล้วให้รอ update ตลาด เชื่อว่าจะมีปรับฐานเร็วๆ นี้ ส่วนพอร์ตระยะไตรมาสแนะถือหุ้นใหญ่/ซื้อเพิ่มในหุ้นที่ยังขึ้นน้อยและหุ้นขนาดปานกลางซึ่งน่าจะได้รับความสนใจ เช่น BANPU* (ราคาปรับตัวช้ากว่ากลุ่มมาก), HEMRAJ (กำไรปี 2555 เติบโตก้าวกระโดด), VNG (กำไรฟื้นตัว ราคาหุ้นต่ำ ปันผลสูง) และ MAJOR เป็นต้น ทั้งนี้เราคงเป้าหมายดัชนีฯ ไตรมาส 2 ที่ 1,150 จุด   ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ           กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% มาที่ 2.75% เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น  กนง.ระบุด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ยังคงอยู่ในขาขึ้นต่อไปเนื่องจากระดับดอกเบี้ยในปัจจุบัน ยังถือว่าต่ำกว่าระดับปกติและเพื่อส่งสัญญาณในการดูแลการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ หลังพบว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในขณะนี้ มีมากขึ้นกว่าการประชุมครั้งก่อนเมื่อต้นเดือนมี.ค. เนื่องจากการคาดการณ์เงินเฟ้อก็ยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า ที่อยู่ใต้การควบคุมของทางการ จะเป็นปัจจัยเพิ่มเติมให้แรงกดดันเงินเฟ้อ อยู่ในระดับค่อนข้างสูง ต่อไป การประชุม กนง.ในวันนี้ มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดย 1 เสียงดังกล่าว เห็นว่าควรชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปก่อนจากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ที่มีต่อการผลิตและการส่งออก แต่คณะกรรมการ 1 เสียง ที่เห็นว่าควรชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ ก็ยังเห็นด้วย กับการที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย จะต้องอยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อไป (ที่มา:Bisnews)             ความเห็น: เราคาดว่า กนง. จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 3.0% ในการประชุมวันที่ 1 มิถุนายน และจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนั้นชั่วคราวเนื่องจากแรงกดดันต่อการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อลดลงเล็กน้อยเนื่องจากรัฐบาลอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท ต่อลิตร ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม  แต่หลังจากนั้นคาดว่ารัฐบาลจะทยอยปรับราคาขึ้น 1 บาท ต่อเดือน จะส่งผลให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในระดับสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป บวกกับสินเชื่อธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงเข้าใกล้ก่อนช่วงวิกฤตปี 2540 เราคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปลี่ยนแนวนโยบายการเงินจาก “normalizing” มาเป็น “tightening” ในช่วงวปลายปี และ จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นไปเป็น 3.50-3.75% ในปี 2555           กระทรวงพาณิชย์รายงานส่งออกมี.ค.โต 30.9% ดุลการค้าเกินดุล 1.79 พันล้านดอลลาร์ มองทั้งปี 54 เพิ่มขึ้น 12%  มูลค่าส่งออกของไทยเดือน มี.ค.54 มีมูลค่า 21,259 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.9% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักเป็นเดือนที่ 17 และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มูลค่านำเข้ามีมูลค่า 19,473 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.4% YoY ทำให้ไทยเกินดุลการค้าประมาณ 1.79 พันล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าส่งออกที่ขยายตัวถึง 30.9% เนื่องจากสินค้าส่งออกยังขยายตัวดีในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ที่มีสัดส่วนส่งออกถึง 65% ของการส่งออกทั้งหมด ขยายตัวได้ 26.7% อาทิ สิ่งพิมพ์ ขยายตัว 99.8%, อัญมณีขยายตัว 89.0% และ เม็ดพลาสติก ขยายตัว 56.8% ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ที่มีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 20% ขยายตัวได้ 43.6% โดยสินค้าที่สำคัญ คือ ยางพารา ขยายตัว 117.7% และข้าว ขยายตัว 38.9% โดยส่งออกได้ถึง 1.18 ล้านตัน ซึ่งถ้ารวมในไตรมาสแรก คิดเป็นการส่งออกข้าวได้ถึง 2.86 ล้านตัน การส่งออกไปตลาดหลัก ยังคงขยายตัว 25.4% โดยสหภาพยุโรปขยายตัว 30.0%, ญี่ปุ่น 23.6% และสหรัฐ 22.8%  สำหรับการส่งออกไปญี่ปุ่น หลังจากได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการด้านรถยนต์ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น พบว่าอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ในเรื่องชิ้นส่วน วัตถุดิบการผลิต ที่จะต้องนำมาผลิตต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะหยุดชะงักบ้าง แต่ขณะนี้โรงงานในญี่ปุ่นก็เริ่มกลับมาเปิดโรงงานแล้วหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อกลางเดือนที่แล้ว จึงมองว่าไม่น่าจะกระทบมากนักและน่าจะเป็นผลกระทบช่วงสั้นๆ (ที่มา: Bisnews) เรายังคงเป้าการขยายตัวมูลค่าส่งออกและนำเข้า 16.6% และ 18.0% ในปี 2554 และไทยยังเกินดุลการค้า 1.173 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ หรือ 3.0% เทียบกับ GDP โดยตลาดส่งออกที่สำคัญยังขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และราคาทองคำแท่งที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นและแก่วงตัวในบางช่วงซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งให้มูลค่าส่งออกและนำเข้าแกว่งตัว ส่วนผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมยายนต์ในช่วงอีก 2-3 เดือนข้างหน้า     Daily View - บล.กสิกรไทย Source - Kasikorn Securities PCL (Th/Eng) Thursday, April 21, 2011  09:54 XTHAI XECON XCORP XFINSEC XFINMKT XCOMMENT ZSTOCK V%COMMENT P%KS     ยังเก็งกำไรต่อได้อีกระยะหนึ่ง เพียงแต่ให้มีจุด stop ตามไปด้วย           โมเมนตัมของการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐดูดีขึ้น ขณะที่ความกังวล ต่อปัญหาหนี้สินยุโรประยะสั้นที่ผ่อนคลายลงจากผลการประมูลพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลเสปนที่ออกมาดี จะช่วยยืดระยะเวลาการทำ Carry trade ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง รวมถึงการที่ตลาดหุ้นไทยยังมีประเด็นบวกให้เข้าเก็งกำไรได้จนถึงสิ้นเดือนเม.ย. ทั้ง จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน เริ่มโดยกลุ่มธนาคาร การขึ้นเครื่องหมาย XD ที่มีตลอดในช่วงเดือนเม.ย. และ การยุบสภาที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพ.ค. ซึ่งทั้งหมดนี้จะหนุนให้ตลาดหุ้นยังมีโอกาสซิกแซกขึ้นได้อยู่           ทั้งนี้ เหตุการณ์ถัดไปที่มีโอกาสกดดันให้เกิดการ unwind ของเงิน carry trade นี้คือ การพิจารณาปรับลด/คงอันดับเครดิตเรตติ้งของประเทศโปรตุเกส และไอร์แลนด์ รวมถึงผลการประชุมผู้นำประเทศของกลุ่มประเทศยูโรโซนที่จะมีในเดือน มิ.ย. ว่าจะมีความชัดเจนสำหรับกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินของกลุ่มยูโรโซนอย่างไร และสุดท้าย ความชัดเจนของรัฐบาลสหรัฐสำหรับมาตรการQE2 ที่จะหมดลงในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. ซึ่งทั้งหมดนี้ เราคาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของเดือน พ.ค. เป็นต้นไป ดังนั้นสำหรับระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรตามกระแสเงินที่ไหลเข้ามาจาก Carry trade เพียงแต่ การเก็งกำไรนี้ ควรมีจุด Stop loss/ จุด Take profit ตามขึ้นไปด้วย เนื่องจาก หากมีการไหลออก จะออกอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับที่ไหลเข้ามา           กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไรตามประเด็ยบวกในเดือนเม.ย.เริ่มต้นด้วยกลุ่มธนาคาร (BBL KTB SCB TCAP TISCO) นอกจากนี้ ก็มีกลุ่มพลังงานที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ ถึงแม้ว่าจะปรับตัวลดลงมาบ้าง แต่ยังทรงตัวในระดับสูงเช่น BANPU IRPC PTT PTTEP และ PTTCH นอกจากนี้อาจเข้าเก็งกำไร หุ้นที่จะขึ้น XD ในช่วง 1 เดือนข้างหน้า เช่น CPF (XD 28/04) KTB (XD 28/04) KK (XD 26/04) TISCO (XD 26/04) CPALL (XD 28/04) BAFS (XD 28/04) ASP (XD 25/04) BLS (XD 27/04) DTAC (XD 26/04) GRAMMY (XD 6/05) AP (XD 04/05) LH (XD 29/04) TICON (XD 28/04) QH (XD 9/05) รวมถึงหุ้นที่อาจมีเก็งกำไรในช่วงการเมืองเช่นกลุ่มรับเหมา (STEC CK) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC SCC SCCC) เป็นต้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องติดตามคือนักลงทุนต่างประเทศที่เริ่มซื้อหุ้นเบาลง ว่าจะต่อเนื่องหรือไม่           กลยุทธ์ระยะกลาง (3-6 เดือน): เราเชื่อว่าตลาดจะเคลือนไหวแบบsideway up ในกรอบใหญ่ จะไม่ขึ้นไปทันทีเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดปีนี้จะถูกกดดันด้วยภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นแนะนำทยอยขายทำกำไรเมื่อตลาดปรับเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และรอสะสมใหม่เมื่อตลาดปรับฐาน คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพ.ค.   ECONOMICS & POLITICS           รมว.พาณิชย์ เผยมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน มี.ค.54 อยู่ที่ 21,259 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 30.9% MoM (แต่คิดเป็นเงินบาทจะเพิ่มขึ้น 20.79%) ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 19,472.8 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 28.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งยอดส่งออก-นำเข้า ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,786.4 ล้านเหรียญฯ           ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค.54 ปรับตัวลงมาที่ 102.3 จากระดับ 108.2 ในเดือน ก.พ.54 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แล้ว อย่างไรก็ตามค่าดัชนีที่สูงกว่า 100 สะท้อนระดับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมว่ายังอยู่ในระดับที่ดี           ครม.อนุมัติลดภาษีน้ำมันดีเซล จาก 5.31 บาทต่อลิตร เหลือ 0.005 บาทต่อลิตร สภาพัฒน์คาดลดอัตราเงินเฟ้อได้ 0.4% และพยุงจีดีพีได้ 0.2% ขณะที่รายได้รัฐบาลยังเป็นไปตามเป้า ขณะที่ ปตท.เตรียม ขอขึ้นราคาเอ็นจีวี เนื่องจากภาระชดเชยก๊าซขนส่งร่วมแสนล้านแล้ว           กรรมการนโยบายการเงินขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น2.75% เพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ           จรัมพร” จับตาเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าไทย มองตลาดหุ้นไทยยังมีการเติบโตที่ดี ทั้งสภาพคล่องสูง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนดี การเติบโตระยะยาวมั่นคง รวมถึงมีการเลือกตั้งกลางปี   ประเด็นการเมือง           \"จิรเดช\" ลาออดจากพรรคเพื่อไทย ตาม \"บิ๊กจิ๋ว\" เช่นเดียวกับ \"สุพล\" ซึ่งทิ้งเก้าอี้เลขาธิการพรรค เนื่องจากกังวลว่าเสื้อแดงเป็นเหตุถูกยุบพรรค           \"ชาติไทยพัฒนา\" เตรียมเปิดตัวกลุ่มประดิษฐ์ ส.ส. และอดีต ส.ส. รวม 15 คน ด้าน\"ภูมิใจไทย\" ยอมปรับนโยบายหาเสียงกับสถาบัน           วันที่ 23 เม.ย. พรรคเพื่อไทยจะจัดงานเปิดตัวนโยบายหาเสียงเลือกตั้งที่ศูนย์ประชุม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตหัวข้อ \"ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง\" โดยไฮไลต์ในเวลา 10.15 น. “ทักษิณ” จะวิดีโอลิงก์แนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.           \"ทักษิณ\" เตรียมโชว์นโยบาย ฟื้น \"แลนด์บริดจ์-ท่าเรือปากบารา\" คาดว่าบริษัทน้ำมันจะย้ายฐานจากสิงคโปร์มาไทย ด้าน ปชป.เล็งย้ายท่าเรือคลองเตย ผุดสวนสาธารณะขนาดพันไร่ขึ้นแทนภายใน 4 ปี   INDUSTRY NEWS           กลุ่มท่องเที่ยว: รมว.ท่องเที่ยวฯ เผยว่า ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอให้ไทยยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวทั้ง จีน และไต้หวัน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยจำนวนมาก ครม.ไม่เห็นด้วย แต่จะให้กระทรวงการท่องเที่ยวไปเจรจากับทางจีนและไต้หวันให้พิจารณายกเลิกการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยวไทย หากทั้ง 2 ประเทศตกลงรัฐบาลไทยก็จะยกเว้นวีซ่าให้กับนักทอ่ งเที่ยวจีน และไต้หวันในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยเช่นกัน พร้อมกันนี้ที่ประชุม ครม.ได้ยกเลิกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากสถานการณ์ปกติแล้ว แต่ต่ออายุให้นำรางวัลเที่ยวในประเทศหักภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริงต่ออีก 1 ปี           กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์เดือนมีนาคม 2554 มีทั้งสิ้น 172,004 คัน เพิ่มขึ้น 13.8% YoY และเป็นเดือนที่มียอดการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการผลิตรถยนต์มา แบ่งเป็นผลิตเพื่อการส่งออก 80,210 คัน ลดลง 3.08% และผติดเพื่อจำหน่ายในประเทศ 91,794 คัน เพิ่มขึ้น 34.23% ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกปี 2554 จะมียอดการผลิตทั้งสิ้น 468,981 คัน เพิ่มขึ้น 22.5% YoY   EXTERNAL FACTOR           ดัชนี DJ ปิดเพิ่มขึ้น 186.79 จุด หรือ 1.52% แตะ 12,453.54 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 17.74 จุด หรือ 1.35% แตะที่ 1,330.36 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 57.54 จุด หรือ 2.10% สู่ 2,802.51 จุด เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีที่ออกมาดี ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์พุ่งขึ้น 4.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว นำโดยหุ้นอินเทล คอร์ป ที่ปิดเพิ่มขึ้น 7.8%หลังจากเปิดเผยว่าบริษัทมีรายได้ในไตรมาสแรกปีนี้ 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% YoY และมีกำไรสุทธิ 3.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% ขณะที่หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ คอร์ป ปิดเพิ่มขึ้น 4% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้สูงขึ้น 17% และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปี 2554 ด้วย ส่วนหุ้นยาฮู อิงค์ ปิดบวก 4.6%ถึงแม้ว่าจะมีกำไรสุทธิลดลง 28% แตะที่ 222.99 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก แต่ก็ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากรายงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐที่ระบุว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% แตะระดับ 5.10 ล้านยูนิตต่อปี มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.5% แตะระดับ 5 ล้านยูนิตต่อปี รวมถึงการที่สเปนประสบความสำเร็จในการขายพันธบัตรระยะยาวมูลค่า 3.4 พันล้านยูโร ด้วย bid-to-cover ratio ที่แข็งแกร่ง โดยเป็นพันธบัตรอายุ 10 ปี 2.49 พันล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 5.472% (bid-to-cover ratio เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนที่ 1.81 เป็น 2.1) โดยส่วนที่เหลือเป็นพันธบัตรอายุ 14 ปี (bid-to-cover ratio อยู่ที่ 2.27)           สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น USD3.8 มาปิดที่ระดับ USD1,498.9 เพราะได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากปัญหาเงินเฟ้อทั่วโลก           ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น USD3.17/bbl ปิดที่ USD111.45/bbl เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้ออย่างคึกคักหลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และหลังจากสำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วร่วงสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการพลังงานในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง           ค่าระวางเรือปรับลดลง 9 จุด หรือ 0.70% เป็น 1,262           นางอู๋ เสี่ยวเหลียน รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า จีนจะยังคงดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินออกจากระบบ ขณะเดียวกันก็จะพยายามปรับอัตราเงินเฟ้อปี 2554 ให้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4% ซึ่งธนาคารกลางจีนอาจพิจารณาการปรับเพิ่มเพดานกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์อีกในอนาคต           นายเหยา เจียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนคาดการณ์ว่า ราคาผักของจีนจะปรับตัวลงอย่างรวดเร็วหลังจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการต่างๆเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคา และเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น และอุปทานผักสูงขึ้น           มูลค่าการส่งออกของญี่ปุ่นลดลง 2.2% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 16 เดือน และมากกว่าที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยอุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบมากที่สุด   TODAY’S REPORTS           TTW: เราคาดว่ากำไรงวด 1Q54 จะอยู่ที่ 514 ล้านบาท (+3.5%QoQ, -0.5%YoY)           เราคาดว่า TTW จะรายงานกำไรงวด 1Q54 ที่ 514 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวด 4Q53 ที่ 497 ล้านบาท (+3.5%QoQ) และลดลงจากงวด 1Q53 ที่ 517 ล้านบาท (-0.5%YoY) เนื่องจากอากาศที่หนาวทำให้ความต้องการใช้น้ำลดลงแม้ราคาขาย/หน่วยจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ขณะที่ต้นทุนไฟฟ้าที่ถูกลงและคุณภาพของน้ำที่ดีขึ้นช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากงวด 4Q53 เราคาดว่ากำไรทั้งปี 54 ของ TTW จะเติบโต 7.5%YoY มาอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท โดยปัจจัยหนุนในระยะสั้นสำหรับ TTW คือ แผนการลงทุนใหม่ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปช่วง 2Q54 ถึง 3Q54 เรายังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 6.4 บาท           BANPU: เราคาดว่ากำไรงวด 1Q54 จะอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท (-34%QoQ, +20%YoY)           เราคาดว่า BANPU จะรายงานกำไรสุทธิงวด 1Q54 อยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท ลดลง 34%QoQ เนื่องจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ต่ำลง แต่เพิ่มขึ้น 20%YoY จากการบันทึกกำไรจากการขายเหมืองที่ Daning ในเดือน มี.ค.54 โดยถ้าเราตัดรายการพิเศษออกไปจะทำให้ กำไรปกติงวด 1Q54 ของ BANPU อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท (+130%QoQ, -22%YoY) จากราคาขายเฉลี่ยใน Indo ที่ 86 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงขึ้นจากราคาถ่านหินโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมากแต่ปริมาณขายลดลงทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากฤดูฝน ขณะเดียวกันราคาขายเฉลี่ยที่ CEY อยู่ที่ 67 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาส่งออก ส่งผลให้ Margin อยู่ที่ 40.7% (+15%QoQ, -10%YoY)นอกจากนี้คาดว่า BANPU จะรับรู้รายได้ 200 ล้านบาท จากการถือหุ้น 40% ใน Hebi แต่จะไม่มีรายได้จาก Daning และ RATCH หลังจากที่ขายหุ้นออกไป เราเชื่อว่าด้วยภาพระยะยาวที่แข็งแกร่งประกอบกับการปรับราคาขายที่ CEY ตั้งแต่ปี 56 จะเป็นปัจจัยหนุนของ BANPU ในระยะยาว และเราเชื่อว่า BANPU จะหาเหมืองแห่งใหม่มาทดแทนเหมืองที่ Daning ได้ภายในกลางปีนี้ เราจึงคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 972 ล้านบาท           BBL: รายงานกำไรสุทธิงวด 1Q54 อยู่ที่ 6,469 ล้านบาท (+14.5%QoQ, +8.1%YoY)           BBL รายงานกำไรสุทธิงวด 1Q54 ที่ 6,469 ล้านบาท (+14.5%QoQ, +8.1%YoY) ซึ่งเติบโต QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่าย promotion และกิจกรรมการตลาดที่สูงกว่าปกติในงวด 4Q53 ขณะที่รายได้จากดอกเบี้ยลดลง1%QoQ แต่เติบโต 8.7%YoY ส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมเติบโต 4.6%QoQ และ 10.3%YoY ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด ขณธที่กำไรสุทธิปี 54 ของ BBL เราคาดว่าจะเติบโตลดลงจาก 19% ในปี 53 มาอยู่ที่ 8% จากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 208 บาท           TICON: ผู้บริหารคาดว่าผลประกอบการงวด 1Q54 จะเติบโตแข็งแกร่ง           ผู้บริหาร TICON คาดว่ารายได้และกำไรงวด 1Q54 จะดีงวด 1Q53 เนื่องจากความต้องการโกดังเช่าพื้นที่ 62,000 ตารางเมตร (+40%QoQ) ขณะที่ลูกค้าหลักของ TICON งวด 1Q54 เป็นลูกค้ากลุ่ม Automotive และ Electronic นอกจากนี้ยังคาดว่าด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งจะทำให้มีการตัดสินใจขายสินทรัพย์เข้า Property fund เพิ่มขึ้น 30% จำนวน 2.3 พันล้านบาท (จำนวน 1.3-1.4 พันล้านบาท ให้ TFUND และ 0.9 พันล้านบาท ให้ TLOGIS) และเป็นโอกาสดีที่จะทำให้รายได้จากการขายในปี 54 เติบโตถึงเป้าที่ 15-20% เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 15.8 บาท (ประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 1 บาท/หุ้น XD วันที่ 28 เม.ย.)           SVI: เราคาดว่ากำไรงวด 1Q54 จะอยู่ที่ 212 ล้านบาท (+4%QoQ, +22%YoY)           เราคาดว่า SVI จะรายงานกำไรสุทธิงวด 1Q54 ที่ 212 ล้านบาท (+4%QoQ, +22%YoY) เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในงวด 1Q54 ซึ่งช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แม้จะเป็นช่วง Low season ก็ตาม นอกจากนี้ด้วย Order ที่แข็งแกร่งน่าจะเสริมให้กำไรในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้าของ SVI ยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรทั้งปี 54 ของ SVI จะอยู่ที่ 849 ล้านบาท เติบโต 27% เราจึงคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 4.56 บาท (จ่ายเงินปันผล 0.105 บาท/หุ้น XD วันที่ 3 พ.ค.)           THAI: Cabin load factor งวด 1Q54 ลดลงมาอยู่ที่ 76.1%           THAI รายงาน Cabin load factor งวด 1Q54 ลดลงมาอยู่ที่ 76.1% (+3%QoQ, -6.1%YoY) เนื่องจากผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน Freight factor งวดเดียวกันก็ปรับตัวลดลง 4.6%YoY และ 5.9%QoQ มาอยู่ที่ 56.9% นอกจากนี้บอร์ด THAI ได้อนุมัติให้เช่าเครื่องบินรุ่น B777-300ER จำนวน 2 ลำ จากJet Airways (India) Limited เพื่อทดแทนเครื่องบินรุ่น Bt747-400 นอกจากนี้คณะรัฐมาตรีก็ได้อนุมัติให้มีการจัดซื้อเครื่องบินจำนวน 75 ลำ มูลค่า 45.7 พันล้านบาท ในอีก 12 ปีข้างหน้า (เฟสแรก ช่วงปี 54-60 วางแผนซื้อ37 ลำ มูลค่า 21.6 พันล้านบาท เฟส 2 ช่วงปี 61-65 วางแผนซื้ออีก 38 ลำ มูลค่า 24.1 พันล้านบาท เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 45.8 บาท เนื่องจากเราเชื่อว่าตลาดได้ตอบรับข่าวร้ายเรื่อง Cabin load factor ไปเรียบร้อยแล้ว   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (suheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)           Gold Futures: กรณีที่เล่น GAP แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อไปที่ 21,480           จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ทะลุขึ้นมาแล้วและมีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ $1,520 และ $1,558-1,560 หรือสูงกว่านั้น โดยในด้าน Timing อาจซิกแซกขึ้นต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับแนวรับกรณีที่เกิดการแกว่งอยู่ที่ $1,495 และ $1,487           สำหรับ Gold Futures (GFJ11) ทาง Technical กรณีที่ถือ Long เพื่อเล่น GAP แนะนำให้ถือต่อไปหลังแบ่งทำกำไรไปแล้วส่วนหนึ่ง เพื่อรอจังหวะขึ้นไปที่ 21,480 และ/หรือ 21,600 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่ส่วนทุนต่ำที่ Long อยู่ แนะนำให้ถือปล่อย Let-profit-run ต่อ             SET50 Futures: แนะนำถือ Long position เพื่อรอจังหวะซิกแซกขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 811           จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนะนำให้ถือ Long สัญญา S50M11 ที่เหลืออยู่ เพื่อรอจังหวะซิกแซกขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 811 หรือสูงกว่านั้น ส่วนที่เล่นสั้นและ Long เพิ่มไปแล้ว ตอนที่ S50M11 ทะลุผ่าน 744.50 ขึ้นมาช่วงท้ายตลาด เราแนะนำให้ถือต่อไป เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรบรเวณ 790-800 ขณะที่ Stop loss อาจต้องรอดูตอนปิด           (S50H11 มีแนวต้าน 793, 795 และ 798 แนวรับ 780, 776 และ 770)   MARKET EVENT           Thai Even           - 29/04/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค.           - 03/05/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย.             World Event           - 21/04/11 Jobless Claims*           - 21/04/11 Philadelphia Fed Survey*           - 22/04/11 Good Friday (All Markets Closed, Banks Open)           * - Markets will pay more attention for these figures           กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 21 เม.ย. 2554

Advertisement Replay Ad
หุ้นปิดบวก 5.00 จุดแตะระดับ 1,714.38 จุด

หุ้นปิดบวก 5.00 จุดแตะระดับ 1,714.38 จุด

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

MEGA - Hold : MEGA LIFESCIENCES PUBLIC COMPANY LIMITED - MEGA

MEGA - Hold : MEGA LIFESCIENCES PUBLIC COMPANY LIMITED - MEGA

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 20 พ.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 20 พ.ย. 2017

Chart Insight Afternoon , 20 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 20 Nov 2017

หุ้นปิดภาคเช้า 7.52 จุด เพิ่มขึ้น 748 หลักทรัพย์

หุ้นปิดภาคเช้า 7.52 จุด เพิ่มขึ้น 748 หลักทรัพย์

หุ้นไทยเปิดบวก 4.10 จุด เพิ่มขึ้น 324 หลักทรัพย์

หุ้นไทยเปิดบวก 4.10 จุด เพิ่มขึ้น 324 หลักทรัพย์

JUBILE - ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

JUBILE - ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

ทยอยซื้อ : บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) - JUBILE

Daily Market Monitor : 20/11/2017

Daily Market Monitor : 20/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 20/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 20/11/2017

Traders Spectrum : 20/11/2017

Traders Spectrum : 20/11/2017

Daily Trading Focus : 20/11/2017

Daily Trading Focus : 20/11/2017

ZOOM : 20/11/2017

ZOOM : 20/11/2017

Daily Strategy : 20/11/2017

Daily Strategy : 20/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 20/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 20/11/2017

Equity Play of the day : 20/11/2017

Equity Play of the day : 20/11/2017

Ztock Daily : 20/11/2017

Ztock Daily : 20/11/2017

Morning Ztrategy : 20/11/2017

Morning Ztrategy : 20/11/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์