Market Insight - บล.ยูไนเต็ด

Market Insight - บล.ยูไนเต็ด

Market Highlight                - วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าจะหนุนให้ SETI เดินหน้าบวกต่อได้ ทั้งนี้ ด้วยโมเมนตัมที่เป็นบวก เรายังมองว่ามีโอกาสลุ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,120 และ 1,150 จุด ตามลำดับ           - ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำให้ “สู้ต่อ” และให้เพิ่มความเข้มของระบบจำกัดความเสี่ยงขึ้นอีก ดังนี้ SETI>1,075 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,065 หุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ AH, AOT, BAY, LPN, PTT, SVI, THCOM และหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION) คือ KSL, SSI, TVO           หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BAY (27.-/29.-), LPN (10.1/10.8), SVI (4.12/4.48) *   เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:   วันนี้:               - TMB18CA SP ตั้งแต่วันที่ 21-26 เม.ย.54           - BGH13CA  DW เข้าซื้อขายจำนวน 19.50 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 10 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 47.00 บาท            - CPF13CA  DW เข้าซื้อขายจำนวน 21.60 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 5 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 22.50 บาท           - DTAC13CA  DW เข้าซื้อขายจำนวน 27.60 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 10 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 45.00 บาท   วันพรุ่งนี้:              - SYMC XD @ 0.53 บาท           - BAY13CB BAY13CB  DW เข้าซื้อขายจำนวน 23.30 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 5 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 22.00 บาท           - STA13CB  DW เข้าซื้อขายจำนวน 22.40 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 5 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 32.00 บาท           - THAI13CA  DW เข้าซื้อขายจำนวน 21.60 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 10 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 30.00 บาท           - ลูกหุ้นเข้า SCB 1.31 แสนหุ้น, VIBHA 4.72 ล้านหุ้น   ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:                   - 20 เม.ย.54: กนง.กำหนดทิศทางดอกเบี้ย ครั้งที่ 3/2554           - 22 เม.ย.54:Good Friday (Australia, Hong Kong, Indonesia, Philippine, Singapore)           - 22 เม.ย.54: Easter (UK)           - 23 เม.ย.54 : The day following good friday           - 25 เม.ย.54: Easter Monday ( Australia, UK. ,Hong Kong )           - 25 เม.ย.54: Good Friday (US)            - 27 เม.ย.54: ประชุม กพช.เพื่อทบทวนการตรึงราคาดีเซล 30 บาท           - 29 เม.ย.54: ธปท.ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย มี.ค.54           - 2 พ.ค.54 : ชดเชยวันแรงงาน           - 2 พ.ค.54 : The day following labour day (Hong Kong)           - 3 พ.ค.54: นายกรัฐมนตรีวางคิวยุบสภา           - 5 พ.ค.54 : วันฉัตรมงคล           - 12-15 พ.ค.54: งานมหกรรมการเงิน มันนี่ เอ็กซ์โป กรุงเทพฯ ครั้งที่ 11           - 30 พ.ค.54 : Memorial Day (US.)           - 26 มิ.ย.54: นายกรัฐมนตรีกำหนดวันเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.   Investment Outlook   แนวโน้มระยะสั้น:             แนวโน้มระยะสั้น: เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยเดินหน้าบวกต่อตามตลาดภูมิภาค โดย SETI +11.48 จุด (+1.05%) ปิดที่ 1,107.36 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่น 43,957 ลบ.           ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:           - ตลาดหุ้นโลก: DJIA 12,453.54 จุด (+1.52%), S&P 1,330.36 จุด (+1.35%), NASDAQ 2,802.51 จุด (+2.10%), Nikkei 9,655 จุด (+0.5%), AOI 4,971 จุด (+0.64%), KOSPI 2,185 จุด (+0.73%)           - กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติ และบล. ซื้อสุทธิ +1,520 และ +1,105 ลบ. ตามลำดับ ในขณะที่สถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -430 และ -2,195 ลบ. ตามลำดับ           - สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $111.36 (+2.97%), BDI 1,262 จุด (-0.7%), GRM $5.79 (-48.0%), ทองคำ $1,504.59 (+0.4%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ           - ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงิน ฿ แข็งค่า โดยซื้อขายที่ 29.89-29.94 บาท/ดอลลาร์           - เศรษฐกิจ: ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนมี.ค., กนง.มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาที่ 2.75% ตามคาด, ยอดส่งออกของไทยเดือนมี.ค.โต 30.9%, คาดทั้งปี 54 เพิ่มขึ้น12%           - การเมือง: ครม.เห็นชอบขยายเวลาใช้ พรบ.มั่นคงใน 7 เขต กทม.ไปถึง 24 พ.ค.นี้, นายกฯ สั่ง รมต.เร่งสางงานก่อนประกาศยุบสภาใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า           - เทคนิค: โมเมนตัมสั้นและกลางยังเป็นบวก ถ้า SETI >หรือ= 1,085 และ 1,075 จุด ตามลำดับ           วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าจะหนุนให้ SETI เดินหน้าบวกต่อได้ ทั้งนี้ ด้วยโมเมนตัมที่เป็นบวก เรายังมองว่ามีโอกาสลุ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,120 และ 1,150  จุด ตามลำดับ           ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน วันนี้ ออกมาในเชิงบวก ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...           - ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้น Wall Street           - ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทน US10Y ปรับตัวขึ้น ล่าสุด=3.4171% [ความหมาย: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]           - ค่าเงินดอลลาร์: อ่อนค่า ล่าสุด=74.116~74.402 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ซื้อขายในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)]           - สินค้าโภคภัณฑ์: ปรับตัวขึ้น น้ำมัน, BDI และทองคำ [ความหมาย: น้ำมัน+BDI= “สินทรัพย์เสี่ยง”, ทองคำ=“สินทรัพย์ปลอดภัย”]           ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำ “สู้ต่อ” และเพิ่มความเข้มในระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,085 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,075 การลงทุนในตลาดหุ้น จากประเด็นต่อไปนี้...           - เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้วตั้งแต่ปี 52 และกำลังฟื้นตัวตามรูปแบบตัว “U”           - โครงการในมาบตาพุดที่หยุดชะงักไป จะกลับมาผลิตเชิงพาณิชย์อีกครั้งตั้งแต่ 4Q53/1Q54           - Fed, ECB, BOJ ยังต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (quantitative easing) ส่งผลให้เม็ดเงินยังคงไหลเข้าสู่ตลาดเอเชีย+ดันค่าเงินเอเชียแข็งขึ้น           - นรม. ประกาศชัดเจนว่าจะยุบสภา+จัดเลือกตั้งใหม่ปี 54 (สถิติชี้ว่าตลาดหุ้นมักขึ้นก่อนเลือกตั้ง (pre-election rally) 3 เดือน โดย SETI ปรับขึ้นเฉลี่ย +10%)           - แม้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ การแบ่งขั้วที่ลดลง+การจัดการเลือกตั้งใหม่ น่าจะช่วยให้ไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลอย่างปี 53-54           อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่มีผลกระทบกดดันอยู่หลายๆ ประเด็นเช่นกัน คือ ...           - PBOC ได้คุมเข้มทางการเงินมากขึ้นจากการขยายตัวอย่างร้อนแรงของจีน [ผลกระทบ: อาจส่งผลทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกกลับอ่อนตัวลง]           - การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ [ผลกระทบ: อาจโยกย้ายเม็ดเงินออกจากตลาดเกิดใหม่]           - สถานการณ์ที่ผันผวนสูงมากในขณะนี้ทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะ “กลัวความเสี่ยง” (risk aversion) และหันมาถือ US$ มากขึ้น [ผลกระทบ: มีผลกดดันให้ค่าเงิน ฿ อ่อนลง]           - เหตุจลาจลในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น [ผลกระทบ: หากสถานการณ์ลุกลาม อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกฟุบลงอีกครั้ง]           - เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่ญี่ปุ่น อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอีกครั้ง [ผลกระทบ: เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย]           แม้เรายังคงเป้าหมายของ SETI ที่ 1,200 จุด แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุน เพราะ...           - แม้ราคาหุ้นช่วงนี้ “ไม่แพง” แต่ถือว่า “ไม่ถูก” จึงต้องเน้นที่ “การเลือกหุ้น” ค่อนข้างมาก           - มีปัจจัยลบกดดันไม่ให้ปรับตัวขึ้นทุกกลุ่ม [ข้อสมมติสำคัญที่ใช้ประเมินเป้าหมาย SETI คือ ราคาหุ้นทุกตัวใน coverage วิ่งเข้าหาราคาเป้าหมาย (พื้นฐาน)]           - คาดว่าการพักฐานของตลาดจะหยุดเมื่อ 1) มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง (มี.ค.?); 2) มีการคาดการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับผลประกอบการ 1Q54 (เม.ย.)   Futures Focus                              (พิเชฐ #536)   SET 50 Index Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “ขึ้นต่อ”                           - SET 50 Index เมื่อวาน: ปิดบวก 9.30 จุด อยู่ที่ 784.34 จุด, ขณะที่ S50M11 ปิดบวก 10.9 จุด อยู่ที่ 785.6 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติและรายย่อยซื้อสุทธิ +547 และ +3,232 สัญญา ตามลำดับในขณะที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ -3,779 สัญญา และมีค่า Basis (SET 50-S50M11) แคบลงมาอยู่ที่ -1.26 จุด            - มุมมองต่อ SET 50 Index วันนี้: คาดว่า SET50 Index มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและภูมิภาค รวมทั้ง แรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินบาท, แรงซื้อต่างชาติ, การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ รวมทั้ง ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ยังสดใส           - แนวโน้มทางเทคนิค SET50: โมเมนตัมยังเป็นบวก SET50 Index มีโอกาสลุ้นปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 800 และ 850 จุด           - แนวรับ - แนวต้าน:                   ปิด               แนวรับ 1,2                 แนวต้าน 1,2            จุดหยุดขาดทุน  S50M11          785.6             775 / 780                  790 / 795              770  S50U11          784.5             774 / 779                  789 / 794              769           - กลยุทธ์: แนะนำ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) ต่อ   Gold Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “แกว่งตัวในกรอบแคบๆ”              - ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ค: ปิดบวก $3.80 อยู่ที่ 1,498.90$/Oz (หรือ 21,302 บาท) และทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้ ในขณะที่นักลงทุนซื้อทองเพื่อทำประกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ และราคาทองได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้างด้วย เช้านี้ราคาทองคำ (Spot Gold: RTXGL) อยู่ที่ 1,503.62$/Oz หรือ 21,370 บาท           - กองทุน SPDR: กองทุน SPDR (กองทุน ETF รายใหญ่ที่สุดในโลก) รายงานการถือครองทองคำ ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 1,230.25 ตัน เมื่อวานนี้           - มุมมองด้านพื้นฐานต่อราคาทองคำ: ระยะกลางยังมีแนวโน้มเป็นบวกจากแรงหนุนความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากความวิตกเรื่องภาวะเงินเฟ้อ, ปัญหาหนี้สินในยูโรโซน และความไม่สงบในโลกอาหรับ           - แนวโน้มทางเทคนิค:  โมเมนตัมยังเป็นบวก ถ้ายืนเหนือ 1,480$/Oz ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,520 และ 1,550$/Oz           - แนวรับ-แนวต้าน                  ปิด                             แนวรับ 1,2                          แนวต้าน 1,2          GFJ11          21,370                       21,130 / 21,270                  21,450 / 21,650          GFM11          21,390                       21,180 / 21,320                  21,500 / 21,700                 - กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำ  เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อราคาอ่อนตัว   Trader’s Digest   BAY (แนวรับ=27.-, แนวต้าน=29.-)             - 1Q54 คาดกำไรถึง  2,452 ลบ. +18%yoy จากสินเชื่อ, NIM และการ cross selling ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังตั้งสำรอง LLR ลดลงเหลือ 1.7% ต่ำกว่าปีก่อนที่ 1.95% ของสินเชื่อรวม           - เราปรับประมาณกำไร FY54 ขึ้น +8.4% เป็น 11,078 ลบ. EPS 1.82 บ. +23%yoy ตามเป้าสินเชื่อสูงขึ้น +6% เป็น +8%, NIM จาก 4.75% เป็น 4.92% และรายได้ค่าธรรมเนียม +20%           - ราคาหุ้น BAY ยังปรับขึ้นไม่มาก เพียง +6% เทียบหุ้นกลุ่ม BANK ที่ +10% ytd           - แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เพราะ DPS งวด 2H53=0.35 บ. ขึ้นเครื่องหมาย XD แล้ว (19/4/54) แต่ยังมี upside=12% จากราคาเป้าหมาย 30.80 บ. (อิง P/B 1.8x)   LPN (แนวรับ=10.1, แนวต้าน=10.8)             - คาด 1Q54 กำไร 390 ลบ. EPS 0.26 บ. +44% จากการโอนโครงการลุมพินี เพลส พระราม 9 (เฟส 2) และลุมพินี คอนโด ทาวน์ รามอินทรา-นวมินทร์ (อาคาร D)           - มี backlog  1.4 หมื่นลบ. จะโอนในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของ FY54 ถึง 9.5 พันลบ. 95% ของรายได้ที่เราคาดที่ 1.26 หมื่น ลบ. ทำให้รายได้ปี 54 จะโตได้ไม่ต่ำกว่า +25%           - มีแผนเปิดโครงการใหม่ใน FY54=1.6 หมื่นลบ. (เผยแล้ว 10 โครงการ=1.07 หมื่นลบ.) ในช่วง2M54 เปิด 3 โครงการ คือ Vill Lasalle-Barring, Condotown Nida-Serithai1, Condotown Nida-Serithai2 ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี           - เราประเมินกำไรปี FY54 เพิ่มขึ้นเป็น 1.78 พันลบ. EPS 1.21 บ. +8.8% แนะนำ “ซื้อ” โดยมี upside 18% จากราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 12.10 บ. (อิง P/E 10x)   SVI (แนวรับ=4.12, แนวต้าน=4.48)             - กำไร 4Q53 ทำสถิติสูงสุดของปีตามคาด 203 ลบ. +25% ดันกำไรปี 53 เป็น 735 ลบ. +26% แต่ EPS 0.38 บ. เพิ่มเพียง +7% (fully diluted) เนื่องจากมีใช้สิทธิ SVI-W2 ช่วงปลายปี 53           - คาดแนวโน้ม 1Q54 ยังดีต่อเนื่อง ในเบื้องต้น คาดว่ารายได้จะใกล้เคียง 4Q53 ที่ 81 ล้าน $            - ปี 54 ตั้งเป้ารายได้ที่ 330 ล้าน$ +28% โดยมีคำสั่งซื้อในมือแล้ว >250 ล้าน$ (คิดเป็น >75% ของเป้าหมาย) โดยเราประเมินกำไรปี 54 ที่ระดับ 830 ลบ. EPS 0.43 บ. +13%           - บริษัทได้ซื้อโรงงาน SVI5 (ติดโรงงาน SVI2) เงินลงทุน 252 ลบ. แล้ว และมีแผนเข้าซื้อกิจการแถบสหภาพยุโรปอีก (คาดจะมีความชัดเจนภายในปี 54)            - แนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมาย 4.7 บ. (อิง P/E 11x) และเตรียมจ่าย DPS สำหรับกำไรในงวด 1/4/53-31/12/53 จำนวน 0.105 บ. (XD=3/5/54, PD=20/5/54) คิดเป็น D/P  2.5%, annualized D/P  30%ต่อปี   นักวิเคราะห์:           Namchai Techaratanawiroj 02-207-0038 email: namchaite@unitedsec.com             โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 21 เม.ย. 2554

Advertisement Replay Ad
Dual Momentum Model : 21/09/2017

Dual Momentum Model : 21/09/2017

AT THE Market (#ATM) : 21/09/2017

AT THE Market (#ATM) : 21/09/2017

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 21 กันยายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 21 กันยายน 2560

Chart Insight Afternoon ,21 September 2017

Chart Insight Afternoon ,21 September 2017

Daily Trading Strategy PM : 21/09/2017

Daily Trading Strategy PM : 21/09/2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 21 ก.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 21 ก.ย. 2017

NWR - Hold : บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) - NWR

NWR - Hold : บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) - NWR

TRUE - Hold : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TRUE - Hold : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

SMART PICK : 21/09/2017

SMART PICK : 21/09/2017

TCMC - Buy : บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) - TCMC

TCMC - Buy : บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) - TCMC

AOT - TBuy : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) - AOT

AOT - TBuy : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) - AOT

Daily Market Monitor : 21/09/2017

Daily Market Monitor : 21/09/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 21/09/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 21/09/2017

Trends & Turns : 21/09/2017

Trends & Turns : 21/09/2017

Traders Spectrum : 21/09/2017

Traders Spectrum : 21/09/2017

Daily Trading Focus : 21/09/2017

Daily Trading Focus : 21/09/2017

Daily Strategy : 21/09/2017

Daily Strategy : 21/09/2017

Daily Market Outlook : 21/09/2017

Daily Market Outlook : 21/09/2017

TECHNICAL EXPRESS : 21/09/2017

TECHNICAL EXPRESS : 21/09/2017

Tiger Signals : 21/09/2017

Tiger Signals : 21/09/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์