รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

สรุปภาพตลาด           ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดบวก 0.15% โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน แบงก์ เทคโนโลยีและกลุ่มไฟแนนซ์ ขณะที่มีแรงขายหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี และอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้นไทยวานนี้เริ่มทรงตัวได้ เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ๆเข้ามา ประกอบกับหลายวันที่ผ่านมา หุ้นปรับลงมาต่อเนื่องด้วย สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ   แนวโน้มตลาด           ในรายงานเกี่ยวกับกระแสเงินลงทุนจาก Morgan Stanley ล่าสุดข้อมูลบ่งชี้ว่านักลงทุนชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกไม่เฉพาะในตลาดเอเชีย แต่ชะลอแม้ในตลาดสหรัฐด้วยเช่นกัน เราคาดว่าน่าจะมาจากประเด็นที่ เฟดจะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ QE2 ในปลายเดือนมิ.ย. ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าจะมีเงินไหลกลับ แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐกลับมาชะลอลงอีกครั้ง จุดนี้ทำให้นักลงทุนยังลังเลกลับนโยบายของเฟดที่จะตามมา รวมไปถึงแนวโน้มทิศทางค่าเงินดอลลาร์ในระยะเดือน 2 เดือนนี้ต่อไป ฉะนั้นช่วงนี้เราจึงเห็นนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเรา และอาจจะมีขายออกมาบ้างเพื่อลดความเสี่ยง           ปัจจัยตลาดในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนให้การตอบรับหุ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ รวมถึงยอดขายบ้านมือสองที่ร่วงลงเกินคาดในเดือนเม.ย. ราคาน้ำมันลดลง แต่ดอลลาร์ร่วงลง บาทยังทรงตัว คาดตลาดยังผันผวน และยังมีแรงกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ             คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1333   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด           รมว.คลังดัทช์เตือนเกิดผลกระทบแบบโดมิโนทั่วยุโรปถ้ากรีซล้มละลาย: นายยาน คีส์ เดอ เยเกอร์ รมว.คลังเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากกรีซล้มละลาย เว้นแต่ว่าสิ่งนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบแบบโดมิโนในยูโรโซนที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น และเนเธอร์แลนด์ปล่อยให้กรีซกลับไปใช้สกุลเงินดราคมา (drachma) อีกไม่ได้ เพราะกรีซจะไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ แต่กรีซควรจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดต่อไปเพื่อปฏิรูป และนายเยเกอร์ระบุว่ามีผู้คนจำนวนมากพูดกันว่า กรีซควรจะถอนตัวจากสกุลยูโรหรือล้มละลาย แต่คนที่แสดงความรู้สึกนี้ออกมา พวกเขายังไม่เคยเห็นผลลัพธ์ทั้งหมด           รายงานประชุมชี้เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ต้องการขึ้นดอกเบี้ยก่อนขายหนี้จำนอง: ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 เม.ย. โดยระบุว่าเมื่อใดก็ตามที่เฟดเริ่มต้นคุมเข้มนโยบายการเงินในอนาคต เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ก็ต้องการให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนจะขายสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม เฟดไม่ได้เตรียมที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินในเร็วๆ นี้ แม้เจ้าหน้าที่เฟดกังวลต่อการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. ก่อนที่ราคาน้ำมันจะชะลอตัวในเวลาต่อมา ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดในอนาคต โดยรายงานการประชุมเฟดตอกย้ำให้เห็นว่าเฟดจะเข้าซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่เท่านั้น ทั้งนี้ เฟดส่งสัญญาณหลังสิ้นสุดการประชุมในวันที่ 27 เม.ย. ว่าเฟดจะไม่ปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้           ผู้ผลิตรถยนต์เตรียมทำงานเสาร์-อาทิตย์ หยุดพฤหัส-ศุกร์หวังลดใช้ไฟฟ้า: สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น (JAMA) เปิดเผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ของญี่ปุ่นเห็นพ้องที่จะทำงานในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และให้หยุดงานในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์แทน ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในฤดูร้อน ซึ่งจะมีการดำเนินมาตรการพิเศษนี้เป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. ถึงเดือน ก.ย. ในโรงงานทั่วประเทศ เพื่อลดภาระการใช้ไฟฟ้าในช่วงวันทำงานภายในสัปดาห์และหลีกเลี่ยงมาตรการหมุนเวียนดับไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาค โดยอุตสาหกรรมรถยนต์ตั้งเป้าจะลดการใช้ไฟฟ้าลง 15% ในฤดูร้อนนี้ตามการเรียกร้องของรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งปิดโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ของบริษัทชูบุ อิเลคทริค พาวเวอร์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าให้กลุ่มโรงงานทางภาคกลางของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป และโรงงานในประเทศทั้งหมดของซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ป ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ อาทิ โตโยต้า นิสสัน และฮอนด้า มอเตอร์เปิดเผยว่าพวกเขากำลังดำเนินงานเพื่อทำให้การผลิตกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดแผ่นดินไหวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอาจก่อนสิ้นปีนี้           ก.ล.ต.สหรัฐเสนอกฎใหม่คุมสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ: คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐยื่นข้อเสนอระบุว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นในเรื่องวิธีการตัดสินผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และในเรื่องที่ว่าอันดับความน่าเชื่อถือใช้การได้ดีเพียงใดเมื่อเวลาผ่านไป ข้อเสนอของก.ล.ต.ชุดนี้รวมถึงข้อกำหนดที่เรียกว่า \"look back\" ด้วย ซึ่งภายใต้ข้อกำหนดดังกล่าว สถาบันจัดอันดับต้องจัดตั้งกระบวนการที่ใช้ในการติดตามดูว่า พนักงานที่ออกจากสถาบันไปแล้วได้ไปทำงานกับบริษัทผู้ออกตราสารที่ได้รับการจัดอันดับภายในเวลา 1 ปีหรือไม่ สำหรับประเด็นเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์นั้น ข้อเสนอของก.ล.ต. ระบุว่าสถาบันจัดอันดับต้องแบ่งแยกระหว่างแผนกขายและการตลาด กับแผนกจัดอันดับและสอดส่องดูแลอันดับ โดยบริษัทใดที่ฝ่าฝืนกฎดังกล่าวอาจเผชิญกับการลงโทษ แต่บริษัทขนาดเล็กที่มีทรัพยากรน้อยอาจของดเว้นจากกฎระเบียบนี้ได้ ทั้งนี้ กฎระเบียบใหม่นี้มีจุดประสงค์ในการทำให้สถาบันเหล่านี้ต้องรับผิดชอบต่อการทำงานของตนมากขึ้น หลังจากบริษัทกลุ่มนี้เคยจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงเกินไปแก่หลักทรัพย์จำนองก่อนเกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐ อย่างไรก็ดี กฎระเบียบใหม่นี้ไม่ถือเป็นมาตรการคุมเข้มครั้งใหญ่สำหรับสถาบันจัดอันดับ เนื่องจากกฎระเบียบดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบการทำงานที่ให้ผู้ออกตราสารเป็นผู้จ่ายเงินจ้างสถาบันจัดอันดับ (issuer-paid)             ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662) 618-1336   รายงานวันนี้   หุ้น: MINT          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 15.80           - ค่าห้องเฉลี่ยมีสัญญาณบวก ปรับตัวขึ้น 15% YoY ในเดือน เม.ย.           - ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างเสนอซื้อหุ้นของ Oaks ซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นเดือน พ.ค. คาดเพิ่มหนี้สินต่อทุนเพียงเล็กน้อยและมีผลต่อกำไรปีหน้ามากกว่าคาด 5%           - จะปรับแบรนด์โรงแรม Bangkok Marriott เป็น Anantara Bangkok Riverside ซึ่งจะทำให้แนวโน้มค่าเข้าพักสูงขึ้น   นักวิเคราะห์: นฤมล เอกสมุทร Tel. (662) 618-1345   หุ้น: BIGC          คำแนะนำ: ขาย           ราคาเป้าหมาย (บาท): 82.00           - เราเชื่อว่า BIGC จะสร้างประโยชน์จากการรวมคาร์ฟูร์เข้ามาได้เร็วกว่าที่คาด           - ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2554-58 อีก 12%, 2% และ 4% ตามลำดับ           - ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 72 บาทเป็น 82 บาท           - แต่เราคิดว่าราคาปัจจุบันได้สะท้อนผลประโยชน์จากการรวมคาร์ฟูร์แล้ว   นักวิเคราะห์: ไชยธร ศรีเจริญ Tel. (662) 618-1344   หุ้น: RCL          คำแนะนำ: ขาย           ราคาเป้าหมาย (บาท): 8.75           - รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 1/54 ที่ 714 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 342 ล้านบาทในไตรมาส 1/53 และกำไรสุทธิ 644 ล้านบาทในไตรมาส 4/53           - ผลประกอบการไตรมาส 2/54 น่าจะยังคงขาดทุนเนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่สูงอย่างไรก็ตามการดำเนินงานน่าจะขาดทุนน้อยลงเนื่องจากปริมาณการขนส่งที่น่า จะเพิ่มขึ้น QoQ           - เราปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2554 เป็นขาดทุนสุทธิ   นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข Tel. (662) 618-1343   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   ทันข่าว...ก้าวทันหุ้น           MAI           บมจ. ทีวี ไดเร็ค ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI โดยจะเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 28.96 ล้านหุ้น เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุน ไปขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ (รอยเตอร์)             CENTEL           CENTEL คาดกำไรสุทธิปีนี้จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่คาดว่า รายได้ปีนี้เกินเป้าที่ตั้งไว้ที่ราว 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มีรายได้ 9.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากธุรกิจอาหารและโรงแรมยังเติบโต (รอยเตอร์)             KBANK           KBANK มั่นใจว่าสินเชื่อในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7-9% จากปีก่อน เนื่องจากทั้งสินเชื่อรายใหญ่ เอสเอ็มอี และสินเชื่อบุคคล ยังเติบโต และในเดือน มิ.ย.นี้ ยังคาดว่าจะได้ข้อสรุปดีลการรวมกิจการของบริษัทลูกค้า ซึ่งเป็นธุรกิจพลังงานทางเลือก มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทด้วย (รอยเตอร์)             STEEL           STEEL เผยว่า หลังจากที่ STEEL รวมกับโซล่า เพาเวอร์ จะมีรายได้รวมปีนี้ราว 600 ล้านบาท และคาดว่าในครึ่งปีแรกจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 5 โรง และตั้งเป้าในปีนี้ที่ 10 โรง นอกจากนี้ โซล่า เพาเวอร์ จะกู้เงิน 2.1 หมื่นล้านบาท เพื่อทำธุรกิจโซล่าฟาร์ม 34 โครงการ คาดว่าจะเสร็จในปี 56 (รอยเตอร์)             TICON           TICON เผยว่า กำไรสุทธิปีนี้จะดีกว่าปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการขายสินทรัพย์ คือโรงงานและคลังสินค้า เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 2.4 พันล้านบาท (รอยเตอร์)   Technical Analysis           Security: BANPU           Position: รอซื้อที่แนวรับ 720 บาท           เป้าหมาย 750 บาท           Stop loss บัวหลวง ประจำวันที่ 20 พ.ค. 2554

Advertisement Replay Ad
ZOOM : 22/09/2017

ZOOM : 22/09/2017

ECL - Buy : บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) - ECL

ECL - Buy : บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) - ECL

Daily Strategy : 22/09/2017

Daily Strategy : 22/09/2017

FTE - บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) - FTE

FTE - บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) - FTE

KKP - ทยอยซื้อ : ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) - KKP

KKP - ทยอยซื้อ : ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) - KKP

ECL - Buy : บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) - ECL

ECL - Buy : บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) - ECL

Daily Market Monitor : 22/09/2017

Daily Market Monitor : 22/09/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 22/09/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 22/09/2017

Sector Update - ยานยนต์ (AUTO) : 22/09/2017

Sector Update - ยานยนต์ (AUTO) : 22/09/2017

Traders Spectrum : 22/09/2017

Traders Spectrum : 22/09/2017

Daily Trading Focus : 22/09/2017

Daily Trading Focus : 22/09/2017

Equity Play of the day : 22/09/2017

Equity Play of the day : 22/09/2017

CBG - บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - CBG

CBG - บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - CBG

ASL Daily Market Trend 22 Sep 2017

ASL Daily Market Trend 22 Sep 2017

Trends & Turns : 22/09/2017

Trends & Turns : 22/09/2017

DTAC - บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) - DTAC

DTAC - บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) - DTAC

Thailand in focus : 22/09/2017

Thailand in focus : 22/09/2017

Economic : 22/09/2017

Economic : 22/09/2017

SCC - Buy : บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) - SCC

SCC - Buy : บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) - SCC

Thailand Daily Focus : 22/09/2017

Thailand Daily Focus : 22/09/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์