Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

มอง downside risk ที่ 1030           สหรัฐฯ ยังคงรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยล่าสุดดัชนีชี้นำเศรษฐกิจหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว ทำให้เราคาดว่า Fed คงไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ค่อนข้างแน่นอน และอาจมีความเป็นไปได้ว่าตลาดจะเริ่มพูดมากขึ้นว่า Fed อาจต้องอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบต่อเนื่องจาก QE2 แม้ว่าในช่วงนี้จะยังกังวลเรื่องการหมดลงของ QE2 ดังนั้นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มอ่อนาลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียในระยะกลาง ซึ่งจะหนุนให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทยด้วย นอกจากนี้เรายังมั่นใจถึงปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศที่แข็งแกร่ง เราจึงคงมุมมองระยะกลางของเราที่มีต่อ SET index ที่คาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวแบบ sideway up และขึ้นไปที่ 1180 จุด (มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น)ในช่วงครึ่งปีหลังปี 54 และมองการปรับฐานแต่ละครั้งยังเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นต่อเนื่องสำหรับนักลงทุนระยะกลาง ส่วนเรื่องการเมืองเราเชื่อว่าเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านบวกหรือลบก็ตาม             กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: ในช่วงนี้ตลาดยังคงแกว่งตัวจากเรื่องการเมืองและการหมดลงของ QE2 ทำให้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงว่าจะแกว่งตัว โดยเรามองdownside risk ของตลาดหุ้นอยู่ที่ 1030 จุด อย่างไรก็ตามเรามองว่า SET index มีโอกาสกลับขึ้นไปที่จุดสูงสุดเดิมที่ 1114 ก่อนการเลือกตั้ง จากเม็ดเงินต่างชาติที่อาจไหลกลับก่อนช่วงเดือนมิ.ย. ส่วนในช่วงตลาดแกว่งตัวแนะนำหุ้นที่มีประเด็นเป็นหลัก เช่นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเช่น SVI CPF TUF หุ้นในกลุ่ม media ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากเรื่องการเลือกตั้ง RS MCOT KTB BBL STEC และหุ้น defensive เช่น GLOW CPALL HMPRO BGH BH             กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): เราเชื่อว่าตลาดจะเคลือนไหวแบบ sideway up ในกรอบใหญ่ ดังนั้นหลังจากให้ทยอยขายทำกำไรออกมาเมื่อหุ้นปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนหน้านี้ ทยอยซื้อหุ้นกลับเมื่อ SET index ปรับลดลงต่ำกว่า 1050 จุด โดยมอง downside risk ของหุ้นรอบนี้ที่ 1030 จุด   ECONOMICS & POLITICS   ปัจจัยสัปดาห์นี้           ในสัปดาห์นี้ปัจจัยเรื่องการประกาศผลประกอบหมดลง จะมีเพียงสภาพัฒน์ประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาสที่ 1/54 ในวันนี้ โดยเราคาดว่าจะขยายตัว 2.8%YoYและ 2.6% QoQ ซึงชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 3.8% ในไตรมาสที่ 4/53 แต่คงไม่มีผลกระทบอะไรต่อตลาดมากนัก ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นในช่วงนี้คงเป็นปัจจัยด้านการเมือง ที่จะทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย ไม่กล้าเข้ามาในตลาดมากนัก ส่วนปัจจัยต่างประเทศ คงต้องดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนยอดขายบ้านใหม่ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE Price Index) เดือนเม.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ตัวเลข GDP (ทบทวนครั้งที่ 2) ประจำไตรมาส 1/2554 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเริ่มแสดงการชะลอตัวลง และมีผลให้ราคาน้ำมันอ่อนค่าลง และมีผลลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ก็มีปัญหาหนี้สินในยุโรปดังนั้นโดยภาพรวมตลาดหุ้นยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวในขาลงได้ต่ออีกในสัปดาห์นี้           - ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบฯ2554 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 9.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoYขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบฯมีทั้งสิ้น 1.299 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 3.83 ล้านบาท           - รมว.พาณิชย์ เปิดเผยการส่งออก ในเดือน เม.ย.54 มีมูลค่า 17,564 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 24.65% YoY (เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 5.28 ล้านล้านบาท ขยายตัว 16.72%) แต่ลดลง 17.4% MoM ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 18,360.5 ล้านเหรียญฯ ขยายตัว 27.9% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 796.5 ล้านเหรียญฯ โดยการส่งออกไปออสเตรเลียลดลง 36.9% เนื่องจากการส่งออกทองคำลดลง 89.7% พร้อมมั่นใจว่าการส่งออกรวมทั้งปีจะขยายตัวได้ 12-15%           - กรมธนารักษ์ เผย อยู่ระหว่างการประเมินราคาที่ดินรอบใหม่ ในรอบทุก 4 ปี เพื่อใช้ทำนิติกรรมตั้งแต่ 1 ม.ค.55-31 ธ.ค.58 ซึ่งเสร็จไปแล้ว 60% โดยภาพรวมของราคาประเมินที่ดินทั้งประเทศมีการเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% แนวรถไฟฟ้าราคาขึ้น 50%-ทำเลย่านสุขุมวิทยังแพงสุดในกรุงเทพฯ ตร.ว. ละ 5 แสน           - ประธานบอร์ด ธปท.มีแนวคิดที่จะจัดตั้งบริษัท เพื่อนำทุนสำรองฯ ไปลงทุนในหุ้นที่มั่นคง ซึ่งทำให้มีอัตราผลตอบแทนดีกว่าในปัจจุบัน โดย ธปท.ถือหุ้น 100% ยึดรูปแบบประเทศเกาหลีใต้ทำ ได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือน พร้อมเสนอ รมว.คลังคนใหม่ ขณะที่รองฯ อัจนายืนยันทุนสำรองฯ เมื่อหักเงินสำรองยังเหลือเงินมากพอลงทุนหากำไร   ประเด็นการเมือง           - เอแบคโพลล์ระบุ ผลสำรวจความเป็นผู้นำระหว่าง \"ยิ่งลักษณ์\" คะแนนความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้น ขณะที่ \"อภิสิทธิ์\"ลดลง และประชาชนอยากเห็นดีเบตคู่??ปชป. เปิดตัว 61 ส.ส.หญิงสู้ศึกเลือกตั้ง ชูนโยบายส่งเสริมโอกาสเทียบเท่าชาย           - \"บิ๊กจิ๋ว\" หวนคืนความหวังใหม่ เตรียมส่งลูกชายลงปาร์ตี้ลิสต์พร้อมเปิดใจวันนี้ ด้าน\"ยิ่งลักษณ์\" เชื่อ \"บิ๊กจิ๋ว\" ยังไม่ทิ้งเพื่อไทย           - \"ดุสิตโพล\" ชี้ปาร์ตี้ลิสต์ พท.นำปชป. ด้านเลขาธิการปชป. เผยไม่กังวลหลังผลสำรวจ           - ดีเอสไอ เผยมติคดีประวัติศาสตร์พนักงานสอบสวนคดีล้มเจ้าชี้ 19 นปช.ผิดจริงให้มารับทราบข้อหาพร้อมส่งตัวฝากขังศาลอาญาจันทร์นี้ \"จตุพร-นิสิต\" โดนด้วย พร้อมยื่นค้านประกันตัว   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มบัตรเครดิต: วีซ่า (ประเทศไทย) เผยว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าในไทยปี 2553 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่1.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY โดยมีปริมาณบัตรเดบิต ที่ออกโดยวีซ่า 29 ล้านใบ บัตรเครดิต 8 ล้านใบ แต่สัดส่วนของการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ปัจจุบันบริษัทเตรียมร่วมมือกับธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนการใช้บัตรเป็น 20-30% ในปี 2555           - กลุ่มธนาคาร: การการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เผย ลูกค้าบางรายมีความเสี่ยงเรื่องคุณสมบัติ ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ แม้ว่าจะมีความสามารถในการผ่อนชำระดังนั้น กคช.จึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งฝ่ายบริหารสินเชื่อและหนี้ เพื่อดำเนินการจัดหาและปล่อยสินเชื่อในโครงการเช่าซื้อเต็มรูปแบบ สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านของ กคช. ทั้งบ้านเอื้ออาทรและโครงการเคหะชุมชน โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการ ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้เพื่อให้อนุมัติ           - กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์: เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงงานฟ็อกซ์คอนน์ฯ ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ซึ่งโรงงานแห่งนี้เป็นแหล่งประกอบและผลิตสินค้าหลายชิ้นของแอปเปิ้ลได้แก่ ไอพอด ไอโฟนและไอแพด 2 รวมไปถึงอุปกรณ์อ่านอีบุ๊กของอเมซอนที่ชื่อ 'คินเดิล' นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ป้อนให้กับบริษัทใหญ่อย่างโซนี่ และโนเกีย รายงานเบื้องต้น คาดว่าเหตุของการระเบิดอาจจะมาจากปฏิกิริยาทางเคมีของฝุ่นระเบิดโดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ           - กลุ่มสถานีน้ำมัน, โรงกลั่น: นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และ ปตท. ไปเร่งรัดหาแนวทางจัดหาก๊าซเอ็นจีวี เช่นให้ ปตท.เพิ่มช่องทางกระจายเอ็นจีวีเข้าสถานีน้ำมัน เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวีปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 6,400 ตัน/วัน ทั้งนี้ สนพ.เผย กำลังติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซแอลพีจี อย่างใกล้ชิด หลังราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่965 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากที่ญี่ปุ่นต้องใช้แอลพีจีเพื่อผลิตไฟฟ้า           - กลุ่มธนาคาร: ธปท.รายงานยอดคงค้าง เอ็นพีแอล ทั้งระบบแยกตามประเภทธุรกิจล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 1/54พบว่า ภาคธุรกิจมียอดคงค้างเอ็นพีแอลรวมทั้งสิ้น 300,474 ล้านบาท ลดลง 3.89% QoQ โดยธุรกิจที่มียอดคงค้างเอ็นพีแอลลดลงมากที่สุดคือธุรกิจการอุตสาหกรรมมี 108,421 ล้านบาท ลดลง หรือ 8.48% QoQ           - กลุ่มบัตรเครดิต: วันนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดตัวโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต หลังจากที่ ธนาคารออมสินธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สามารถตกลงในรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข คุณสมบัติ อัตราดอกเบี้ย วงเงิน และเวลาการชำระคืนได้ เพื่อจะใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง โดยคาดวงเงินรายละไม่เกิน 3 แสนบ.ผ่อน 5 ปี จากนั้นจะเริ่มเปิดให้ลูกหนี้บัตรเครดิตสามารถยื่นขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไปยังธนาคารทั้ง 3 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป พร้อมทั้งกำหนดเวลาสิ้นสุดโครงการจนถึงสิ้นปีนี้ หรือจนกว่าจะหมดวงเงินเบื้องต้น 10,000 ล้านบาท           - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เผย จากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ในกรณีที่จะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นขนาดเล็ก ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 70% ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อไป ขณะที่รายกลางและรายใหญ่ไม่มีปัญหา เนื่องจากจ่ายค่าแรงขั้นต่ำราประมาณ 300 บาทต่อวันอยู่แล้ว           - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: ซูซูกิ (ประเทศไทย) เผยการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากการเกิดสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น โดยยังสามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้ตามปกติทำให้ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมามียอดจำหน่ายรถมากกว่า 1,000 คัน จากเป้าหมาย 700 คัน     EXTERNAL FACTOR           - ดัชนี DJ ปิดลดลง 93.28 จุด หรือ 0.7% ปิดที่ 12,512.04 จุด ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 10.33 จุด หรือ0.8% ปิดที่ 1,333.27 จุด Nasdaq ลดลง 19.99 จุด หรือ 0.7% ปิดที่ 2,803.32 จุด เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากรายงาน ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวลง 0.3% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการหดตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2553 ขณะที่ยอดขายบ้านมือสองปรับตัวลง 0.8% มาอยู่ที่ระดับ5.05 ล้านยูนิตต่อปี สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.20 ล้านยูนิตต่อปี ซึ่งบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นไปอย่างเชื่องช้า ทั้งนี้นักลงทุนยังวิตกกังวลด้วยว่าอาจจะเกิดภาวะสภาพคล่องหดตัวหาก QE2 ของ เฟด สิ้นสุดลงในเดือนหน้านี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนคาดว่า การยุติมาตรการ QE2 อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปรับฐานลง และอาจทำให้นักลงทุนมีความระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้น นอกจากนี้ กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรปได้กลับเข้ามาเป็นปัจจัยลบในตลาดหุ้นนิวยอร์กอีกครั้ง หลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ระดับขยะ เพราะกับเตือนว่าการปรับโครงสร้างหนี้อาจจะทำให้กรีซต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันในตลาดผ่อนคลายลงบ้างในระหว่างวัน เนื่องจากราคาหุ้นบริษัทลิงค์อิน ผู้บริหารเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ ทะยานขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น USD16.5 มาปิดที่ระดับ USD1,508.9 เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป หลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ระดับขยะ??ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น USD1.05/bbl ปิดที่ USD99.49/bbl เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบปรับลงเมื่อวันก่อน อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบแกว่งตัวในกรอบแคบๆเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวที่ว่าสำนักงานพลังงานสากล (IEA) แนะนำให้ประเทศสมาชิกเพิ่มอุปทานน้ำมันหากกลุ่มโอเปค ตรึงเพดานการผลิตไว้เท่าเดิมในการประชุมเดือนหน้า           - ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้น 20 จุด หรือ 1.50% เป็น 1,349           - ที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.1% และยังได้มีมติให้คงกองทุนซื้อสินทรัพย์วงเงิน 10 ล้านล้านเยน รวมทั้งคงนโยบายผ่อนปรนทางการเงินในการประชุมครั้งนี้           - ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า อัตราการออมทีอยู่ในระดับสูงของจีนอาจจะทำให้การลงทุนสูงขึ้นจนทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ พร้อมกับเรียกร้องเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังผลกระทบจากการออมที่อยู่ในระดับสูง           - กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนเปิดเผยว่า ผลผลิตทองคำของจีนในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 3.25 ตัน หรือ 4.63% จากระดับปีที่แล้ว แตะ 73.41 ตัน           - สภาทองคำโลก (WGC) เผยว่า แนวโน้มความต้องการทองคำทั่วโลกจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และแข็งแกร่งตลอดปี 2554 และคาดว่าตลาดทองคำจะได้แรงหนุนจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ความต้องการกระจายความเสี่ยง   TODAY’S REPORTS           - TCAP: รายงานยอดสินเชื่อเดือน เม.ย. เติบโต 1.7%MoM TCAP รายงานยอดสินเชื่อเดือน เม.ย.54 เติบโต 1.7%MoM สูงกว่าเดือน มี.ค.54 ซึ่งเติบโตเพียง 0.3%MoMขณะที่ยอดสินเชื่อตั้งแต่สิ้นปี 53 ถึงปัจจุบันเติบโต 5.2% โดยยอดเงินฝากปรับตัวลดลง 1.8%MoM ขณะที่ ยอดเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 9.5%MoM ส่งผลให้อัตราส่วนสภาพคล่องต่อสินทรัพย์อยู่ที่ 92% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก -4.4% เหลือ -2.8% ส่วนยอดเงินลงทุนปรับตัวลดลง 2.7 พันล้านบาท หรือ 1.8%MoM เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 38 บาท           - PTTAR: คาดว่าบริษัทใหม่จากการควบรวมกับ PTTCH จะเข้าจดทะเบียนเดือน ส.ค.54การควบรวมระหว่าง PTTCH และ PTTAR คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 54 โดยเรามองว่าผลจากการควบรวมดังกล่าวจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นของบริษัทใหม่ (คาดว่าจะสามารถจดทะเบียนหุ้นใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เดือน ส.ค.54) สำหรับ PTTAR นั้น เราคาดว่ากำไรงวด 2Q54 จะปรับตัวลดลง QoQ เนื่องจากคาดว่าจะไม่มีการบันทึกกำไรจากสินค้าคงคลังเหมือนงวด 1Q54 แต่เราเชื่อว่ากำไรปกติของ PTTAR จะลดลงน้อยกว่าบริษัทในกลุ่มโรงกลั่นด้วยกัน เนื่องจาก PTTAR มีกำลังการผลิตกลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้งหลังจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานในงวด 1Q54 เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 49.7 บาท           - TRUE: รายงานขาดทุนงวด 1Q54 ที่ 293 ล้านบาท เรายังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 4.9 บาทTRUE รายงานขาดทุนงวด 1Q54 ที่ 293 ล้านบาท (งวด 4Q53 ขาดทุน 266 ล้านบาท, งวด 1Q53 มีกำไร 1,240 ล้านบาท) ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขาดทุน 586 ล้านบาท เนื่องจาก EBITDA ปรับตัวสูงขึ้น 3%QoQ แต่ลดลง 4%YoY จาก EBITDA ของ HUTCH ที่ติดลบ 193 ล้านบาท โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิของ TRUE จะยังคงเผชิญกับผลประกอบการขาดทุนอย่างน้อย 2-3 ปี ขณะที่การปรับโครงสร้างกลุ่มงานของ TRUE ในส่วนของ RF&BFKT นั้น เรามองว่า TRUE อาจจะต้องมีการอัดฉีดเงินให้แก่กลุ่มดังกล่าว จากเงินเพิ่มทุน ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำหรับ TRUE คือ ความต้องการใช้บริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้คุณภาพในการให้บริการของ TRUE ลดลง ประกอบกับการเพิ่มทุนของ TRUE ซึ่งจะมีหุ้นเพิ่มทุนเข้ามาใหม่ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.54 เรายังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 4.9 บาท   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (suheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)             Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อไปจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) แนวโน้มยังอยู่ในลักษณะแกว่งซิกแซกขึ้น แต่เนื่องจากความเสี่ยงที่ U$ dollar index กำลังรีบาวด์ขึ้นมาจากแนวรับ อาจทำให้มีการแกว่งต่อได้ โดยถ้าสามารถทะลุผ่าน $1,504 ได้ ก็มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ $1,516 และ $1,526 หรือสูงกว่านั้น ซึ่งต้องค่อยๆ เลาะกลับขึ้นไป โดยแนวรับของการแกว่งมีที่ $1,484 และ $1,475           สำหรับ Gold Futures (GFM11) ทาง Technical พยายามยืนตั้งหลักที่แนวรับบริเวณ 21,560-21,500 ซึ่งถ้าสามารถยืนได้ มีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นไปที่ 21,840, 21,940 และ/หรือ 22,080 หรือสูงกว่านั้น แต่ถ้าหลุด 21,500 ลงมา อาจแกว่งลงต่อไปที่ 21,330 หรือ 21,260 เรายังคงแนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อไป           SET50 Futures: S50M11 ดูมีความเสี่ยง เราแนะนำ 2 กลยุทธ์จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50M11 ยังดูมีความเสี่ยงที่แนวรับ 748 และแม้ถ้าสามารถรีบาวด์ได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ 760-761, 767 และ/หรือ 772-773 และสามารถเปิด Long ได้ กรณีที่สามารถทะลุผ่าน 773 ขึ้นมาได้กลยุทธ์การลงทุน: 1) แนะนำให้เปิด Long ได้ แต่ควรทำในวงจำกัด เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรบริเวณแนวต้านที่ 760-761, 767 และ/หรือ 772-773 โดยใช้ 748 เป็น Stop loss 2) แนะนำให้เปิด Short สามารถทำได้ถ้า S50M11 หลุด 748 ลงมา โดยรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรบริเวณ 736-735 และใช้ 748 และ 760 เป็น Stop loss (S50H11 มีแนวต้าน 760-761, 767 และ 772-773 แนวรับ 748 และ 735)   MARKET EVENT   Thai Event           - 31/05/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย.           - 01/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค.           - 01/06/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย           - 03/07/11 วันเลือกตั้งทั่วไป   World Event           - 24/05/11 New Home Sales*           - 25/05/11 Durable Goods Orders*           - 26/05/11 GDP*           - 26/05/11 Jobless Claims*           - 27/05/11 Personal Income and Outlays*           - 27/05/11 Consumer Sentiment           - 27/05/11 Pending Home Sales Index*           * - Markets will pay more attention for these figures               กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ จำกัด ประจำวันที่ 23 พ.ค. 2554

Advertisement Replay Ad
หุ้นปิดบวก 2.65 จุด เพิ่มขึ้น 652 หลักทรัพย์

หุ้นปิดบวก 2.65 จุด เพิ่มขึ้น 652 หลักทรัพย์

Dual Momentum Model : 22/11/2017

Dual Momentum Model : 22/11/2017

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 22 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 22 พฤศจิกายน 2560

AT THE Market (#ATM) : 22/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 22/11/2017

Chart Insight Afternoon , 22 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 22 Nov 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 22 พ.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 22 พ.ย. 2017

BCP - Buy : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) - BCP

BCP - Buy : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) - BCP

ZOOM : 22/11/2017

ZOOM : 22/11/2017

Equity Play of the day : 22/11/2017

Equity Play of the day : 22/11/2017

Traders Spectrum : 22/11/2017

Traders Spectrum : 22/11/2017

Daily Trading Focus : 22/11/2017

Daily Trading Focus : 22/11/2017

Thailand in focus : 22/11/2017

Thailand in focus : 22/11/2017

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

CK - บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

Daily Strategy : 22/11/2017

Daily Strategy : 22/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 22/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 22/11/2017

Analyst Note - Banking : 22/11/2017

Analyst Note - Banking : 22/11/2017

Sector Update : contractor : 22/11/2017

Sector Update : contractor : 22/11/2017

LANNA - Buy : บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) - LANNA

LANNA - Buy : บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) - LANNA

SMART PICK : 22/11/2017

SMART PICK : 22/11/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์