Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน           ในช่วงต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นอาจ rebound ขึ้นมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงมาแรงในช่วงสุดสัปดาห์ ประกอบกับค่าเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นจากแรงเก็งกำไรเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธปท. อย่างไรก็ตามความเสี่ยงระยะสั้นยังคงมีอยู่มากไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนที่ยังคงอ่อนแอลงอยู่ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันที่ขึ้นช่วงนี้อาจไม่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีปัญหาหนี้ในยุโรปที่คอยรบกวนอยู่ อย่างไรก็ตามข่าวดีในระยะกลางคือการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแอลง จะทำให้ Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ และตลาดจะเริ่มพูดมากขึ้นว่า Fed อาจต้องอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบต่อเนื่องจาก QE2 ซึ่งจะหนุนให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทยด้วย นอกจากนี้ในระยะกลางเรายังมองว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชีย รวมถึงไทยด้วย ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศไทยที่ยังแข็งแกร่ง ทั้งตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง เราจึงคงมุมมองระยะกลางที่มีต่อ SET index ซึ่งคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวแบบsideway up และขึ้นไปที่ 1180 จุด (มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น) ในช่วงหลังของปี 54และมองการปรับฐานแต่ละครั้งยังเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นต่อเนื่องสำหรับนักลงทุนระยะกลาง ส่วนเรื่องการเมืองเราเชื่อว่าเป็นผลกระทบเพียงระยะ สั้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านบวกหรือลบก็ตาม             กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: ในช่วงนี้ตลาดยังคงแกว่งตัวในขาลงอยู่ แม้ว่าอาจมีการ rebound ระยะสั้นขึ้นมา แนะนำลดพอร์ตเมื่อตลาดหุ้นปรับขึ้นมา เรายังคงDownside risk ของตลาดหุ้นอยู่ที่ 1030 ส่วน โดยในช่วงตลาดแกว่งตัวแนะนำหุ้นที่มีประเด็นเป็นหลัก เช่นหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยของธปท. (KTB BBL) หุ้นในกลุ่ม media ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากเรื่องการเลือกตั้ง RS MCOT MAJOR หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเมือง THCOM STEC ADVANC และหุ้น defensive เช่น GLOW CPALL HMPRO BGH BH เป็นต้น             กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): แม้ว่าเราจะมองตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงในระยะสั้น แต่เรามอง downside risk ของตลาดเพียงแค่ 1030 จุดเท่านั้นจากข้อมูลในอดีตนักลงทุนต่างประเทศเริ่มขาดทุนจากหุ้นแล้ว หากลงทุนตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ.ปีนี้ และหากนับการลงทุนตั้งแต่มิ.ย.52 จะเหลือกำไรเพียง 5-6% เท่านั้น ทำให้เชื่อว่าแรงขายของต่างชาติจะเริ่มลดลง และอาจเพิ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนมิ.ย หลังจากความวิตกกังวลในยุโรป และการหมดของ QE2 ดังนั้นเราเชื่อว่าตลาดจะเคลือนไหวแบบ Sideway up ในกรอบใหญ่ ดังนั้นหลังจากให้ทยอยขายทำกำไรออกมาเมื่อหุ้นปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนหน้านี้ ทยอยซื้อหุ้นกลับเมื่อSET index ปรับลดลงต่ำกว่า 1050 จุด โดยมอง Downside risk ของหุ้นรอบนี้ที่ 1030 จุด   ECONOMICS & POLITICS   ปัจจัยสัปดาห์นี้           การประชุมนโยบายดอกเบี้ยของธปท. ในวันที่ 1 มิ.ย. คงเป็นประเด็นในประเทศที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยเราคาดว่าธปท. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 3.0% (และคาดว่าจะขึ้นอีกครั้ง 0.25% ในวันที่ 13 ก.ค.) ซึ่งอาจทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าระยะสั้น และหนุนให้เงินต่างประเทศไหลกลับชั่วคราว โดยกลุ่มที่จะได้รับผลประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยคือกลุ่มธนาคาร นอกจากนั้นในวันที่ 1 มิ.ย. จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ซึ่งเราคาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง ส่วนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนเม.ย. ของธปท. ในวันที่ 31 พ.ค. คงไม่มีผลอะไรต่อตลาดมากนัก ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังคงมีจุดสนใจอยู่ที่วิกฤตหนี้ในยุโรปขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และตัวเลขตลาดแรงงาน           เดือนพ.ค. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนเม.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนมี.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ โดยตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในคืนวันนี้เนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์           - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผย กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. 54 อยู่ที่54.6% ของกำลังการผลิตทั้งหมดต่ำสุดในรอบ 24 เดือน โดยเฉพาะ ยานยนต์, ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ, เบียร์,น้ำตาลทราย, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, อาหารทะเลและเครื่องประดับ ที่ลดกำลังผลิตลง ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติในญี่ปุ่น           - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยว่า กระทรวงการคลังยังคงเป้าหมายเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตที่ 4-5% แม้ สศช. จะประกาศเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัว 3% ต่ำกว่าที่ สศค.คาดการณ์ไว้ที่ 4%           - ที่ประชุม กบง.มีมติลดเก็บเงินดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันฯ 40 สตางค์ต่อลิตรเหลือ 1.80 บาทต่อลิตร           - บีโอไอ เผย ได้ร่วมมือกับ โคโลญจน์ เมสเซ่ จีเอ็มบีเอส ผู้บริหารจัดงานแสดงสินค้านานาชาติจากเยอรมนี เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ในวันที่ 8-12 ต.ค.นี้ ณ เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เชื่อว่าจะมียอดสั่งซื้อสินค้าไทยไม่น้อยกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9,000 ล้านบาท จากปี 2552 มีคำสั่งซื้อ 230 ล้านเหรียญสหรัฐ   ประเด็นการเมือง           - \"อภิสิทธิ์\" ลุยหาเสียงภาคตะวันออกชูนโยบายปราบปรามยาเสพติด พร้อมโต้กลับ พท.ที่กล่าวหาเรื่องส่งทหารลงพื้นที่ แบบมีวาระซ่อนเร้น           - โฆษก ปชป.เผยเกษตรกรอีสานชื่นชอบนโยบายประกันรายได้ คาดได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 15 ที่นั่ง           - นายซก อาน รองนายกฯกัมพูชา ยืนยันว่า ยูเสโก ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่ไทยขอให้เลื่อนการพิจารณาแผนบริหารฯ พื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไป จากวาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก วันที่ 19-29 มิ.ย.ตามที่ทางการไทยกล่าวอ้าง   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มบัตรเครดิต: ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)เปิดเผย มีความพร้อมในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการลดภาระการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิต สำหรับลูกค้าที่มีหนี้บัตรเครดิตกับสถาบันการเงินอื่น สามารถขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค.54 ซึ่งธนาคารได้รับวงเงิน 1,000 ล้านบาท 10% ตลอดอายุสัญญา ผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 1 ปี ถึง3 ปี ทั้งนี้ลูกค้าที่ยื่นเอกสารหลักฐานไม่ทันหรือมีคุณสมบัติไม่ตรงกับโครงการของรัฐบาล สามารถมาใช้บริการสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อบุคคลของไอแบงก์ได้ ในโครงการ สินเชื่อไอแบงก์กู๊ดไทม์           - กลุ่มรับเหมาฯ: กระทรวงคมนาคม เผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับบริษัทที่ปรึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการก่อสร้างสถานีที่บริเวณ วัดมังกรกมลาวาศ ที่ยังเกิดปัญหาด้านการเวนคืน รวมถึงยังอยู่ระหว่างการร้องเรียนต่อศาลปกครอง ซึ่งต้องมีการปรับแผนการก่อสร้างใหม่ ทงั้ นคี้ ดว่าเร็วๆ นี้จะได้ข้อสรุป           - กลุ่มโรงภาพยนต์: ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนผ่านสายด่วนราคาสินค้า 1569 ของกรมการค้าภายใน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาการไปใช้บริการในโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะบัตรชมภาพยนตร์ที่ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาบ่อยครั้ง โดยใช้วิธีการจัดทำโปรโมชั่นพิเศษ โดยไม่มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ผู้บริโภคได้รับทราบ และยังได้รับการร้องเรียนว่าสินค้าที่ขายหน้าโรงภาพยนตร์ เช่น น้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยว ข้าวโพดคั่ว ตั้งราคาที่สูงเกินความเหมาะสม โดยขนมขบเคี้ยวราคาสูงกว่าที่ขายในร้านค้าปกติ ถึง 100% และยังถูกห้ามมิให้นำอาหารและเครื่องดื่มที่ซื้อจากแหล่งอื่นเข้าไปในโรงภาพยนตร์ด้วย           - กลุ่มธนาคาร: ธปท. เผย ได้สั่งให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดทำแผนทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) กรณีการรองรับการไหลออกของเงินฝาก เนื่องจากในวันที่ 11 ส.ค.นี้ สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะลดการคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายบุคคลต่อสถาบันการเงิน เหลือคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาท พบว่าภาพรวมธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีสภาพคล่องเพียงพอรองรับปัญหาดังกล่าวได้ แต่ยอมรับว่าอาจมีธนาคารพาณิชย์ 1-2 แห่ง ที่อาจมีปัญหาสภาพคล่องบ้าง เนื่องจากเงินฝากรายใหญ่กระจุกตัว           - กลุ่มธนาคาร: ธปท. เผยว่า ขณะนี้มีธนาคารพาณิชย์ 2-3 แห่งสนใจปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ หลังจากธปท.มีหนังสือเวียนเพื่อแจ้งแนวนโยบายสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิ.ย. 2554 โดย ธปท.ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดอุปสรรคให้กับธนาคารพาณิชย์ คือ 1.จะไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำของผู้ขอสินเชื่อ 2.ไม่กำหนดเอกสารหลักฐานและหลักประกันที่ใช้ประกอบการขอสินเชื่อ แต่ให้ธนาคารพาณิชย์มีกระบวนการพิจารณาที่เหมาะสม 3.สามารถให้บริการนอกสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวก           - กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มโรงกลั่น: สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สายการบินรายใหญ่ของจีนได้ยืนยันถึงการปรับขึ้นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงอีกเกือบ 30% สำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูป แห่งชาติ (NDRC) ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ท ณ หน้าโรงกลั่นอีก 800 หยวน/ตัน แต่อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากชิโนเปค และ ปิโตรไชน่า ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ทรายใหญ่ของประเทศ กล่าวว่ายังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากทาง NDRC เรื่องการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคา ณ หน้าโรงงานดังกล่าวหรือการเปลี่ยนแปลงราคาแต่อย่างใด           - กลุ่มปิโตรเคมี: เซี่ยงไฮ้ ซีเคียวริตีส์ นิวส์ รายงานว่า สมาคมอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและเคมีจีนตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าผลผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 10% ต่อปี ตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2558 จากระดับ 8.88 ล้านล้านหยวนในปี 2553 เป็น 16 ล้านล้านหยวน และอุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างวัสดุเคมีใหม่ๆและสารเคมีความบริสุทธิ์สูง จะขยายตัวในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน           - กลุ่มเหล็ก: สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าจีน (CISA) คาดการณ์ว่า อุปสงค์โลหะดิบภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 670 - 750 ล้านตันต่อปีในปี 2558 ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของสมมุติฐานที่ว่าเศรษฐกิจของจีนจะมีอัตราการขยายตัวต่อปีที่ 8-9% ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติของรัฐบาลระบุว่า ในปี 2553 ผลผลิตโลหะดิบของจีนเพิ่มขึ้น 9.6% YoY แตะที่ 626.96 ล้านตัน   EXTERNAL FACTOR           -  ดัชนี DJ ปิดขยับขึ้น 38.82 จุด หรือ 0.31% แตะที่ 12,441.58 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 5.41 จุดหรือ 0.41% แตะที่ 1,331.10 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 13.94 จุด หรือ 0.50% แตะที่ 2,796.86จุด โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยหนุนราคาเหล็กและหุ้นกลุ่มวัสดุให้ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของธอมสัน รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่ขยายตัวแตะ 74.3 จุดในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 70 จุด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่ารายได้ส่วนบุคคลและการใช้จ่ายส่วนบุคคลต่างขยายตัว 0.4% ในเดือนเมษายน สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ดีการใช้จ่ายส่วนบุคคลขยายตัวน้อยที่สุดในรอบ 3 เดือน บ่งชี้ว่าสถานการณ์การบริโภคยังคงซบเซา นอกจากนี้ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ก็ปรับลดลง 11.6% ในเดือนเมษายน ซึ่งต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 1%           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น USD13.5 มาปิดที่ระดับ USD1,536.3 หลังจากที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ขณะที่วิกฤตหนี้สินยุโรปก็กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำเพื่อความปลอดภัย           - ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น USD0.36/bbl ปิดที่ USD100.59/bbl โดยมีแรงหนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าเมื่อเทียบสกุลเงินอื่นๆ แต่การเพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากถูกฉุดโดยข้อมูลเศรษฐกิจบางตัวที่น่าผิดหวัง           - สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมของจีนสามารถทำกำไรได้สูงขึ้น 29.7%ในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. แตะ 1.49 ล้านล้านหยวน   TODAY’S REPORTS           - BAFS: เราคาด Dividend yield 5.6% และยังคงคำแนะนำ Buy ปรับราคาพื้นฐานเป็น 14.5 บาทจากงาน Opportunity day ของ BAFS เราปรับประมาณการกำไรปี 54 ของ BAFS ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเติบโต29%YoY โดยเราปรับประมาณการกำไรปี 54-55 ขึ้น 14.3% และ 11.4% ตามลำดับ เนื่องจากการเติบโตของปริมาณน้ำมัน ค่าเสื่อมราคาที่ลดลงจากมาตรฐานบัญชีใหม่และต้นทุนอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจาก 4% มาอยู่ที่ 3.7% นอกจากนี้เราคาดว่ากำไรงวด 2Q54 ของ BAFS จะเติบโต YoY จากปริมาณน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นแต่คาดว่าจะลดลง QoQ จากผลของฤดูกาล ขณะที่การลงทุนที่หาดใหญ่หรือสนามบินที่ภูเก็ตนั้นคาดว่าจะทราบผลในเดือน พ.ย.54 นี้ เราคาดว่า BAFS จะจ่ายเงินปันผล 0.33 บาท สำหรับงวดผลประกอบการ 1H54 คิดเป็น Dividend yield 5.6% เรายังคงคำแนะนำ Buy และปรับราคาพื้นฐานขึ้นจาก 11.9 บาท มาอยู่ที่ 14.5 บาท           - ROBINS: เราปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 32.5 บาท เนื่องจากภาพอนาคตที่สดใสจากงาน Analyst Meeting ของ ROBINS เรามีการปรับกำไรสำหรับปี 54 ขึ้น 6% จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS) และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น โดย ROBINS คาดว่า SSS จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในงวด 2Q54ที่ 12.6%YoY และคาดว่าปี 54 จะมีผลประกอบการที่ดี โดยสาขาใหม่ที่ตรังและเชียงรายมีผลประกอบการดีขึ้น จากมาร์จิ้นที่สูงขึ้น เราคงคำแนะนำ Outperform และปรับราคาพื้นฐานขึ้นจาก 30 บาท มาอยู่ที่ 32.5 บาท           - THAI: THAI หวังว่ากำไรปกติจะดีขึ้นช่วง 2H54 เราคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 45.8 บาทจาก Analyst meeting ของ THAI พบว่า THAI สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้แก่สายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินจากตะวันออกกลาง โดย THAI จะมีการจัดตั้งสายการบิน Thai Wing เพื่อจับตลาดต้นทุนต่ำ-กลาง ซึ่งบินในเส้นทางภายในภูมิภาคทดแทน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ช่วง 2Q55 นอกจากนี้ THAI ยังเชื่อว่าภายหลังจากการอัพเกรดและปรับปรุงที่นั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วรวมถึงการมีจำนวนเครื่องบินใหม่เพิ่มขึ้น 26 ลำ ภายใน 3 ปีข้างหน้า จะช่วยให้ส่วนแบ่งการตลาดของ THAI ฟื้นตัวกลับมา สำหรับปัจจัยระยะสั้นเราคาดว่า THAI จะรายงานขาดทุนจำนวน 350 ล้านบาท จากการดำเนินงานปกติงวด 2Q54 เนื่องจากผลของฤดูกาลและการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิง เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 45.8 บาท           - SAT: เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 31 บาทจาก Analyst meeting ของ SAT เราคาดว่ากำไรปกติงวด 2Q54 จะลดลง 40%YoY มาอยู่ที่ 125 ล้านบาทเนื่องจาก Utilization ที่ต่ำและ Margin ที่ลดลง โดยเราคาดว่างวดดังกล่าวจะเป็นงวดที่ผลประกอบการต่ำสุดและจะกลับมาดีขึ้นช่วงครึ่งหลังของปี 54 โดย SAT คาดว่ากำลังการผลิตยานยนต์ของทั้งอุตสาหกรรมปี 54 จะอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน แต่เราคาดการณ์ที่ 1.6 ล้านคัน นอกจากนี้ SAT คาดว่าจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้หลังจากโรงงานใหม่จะเริ่มดำเนินงานเดือน ก.ค.54 ขณะที่โมเดลรถบรรทุกใหม่ประกอบกับส่วนประกอบของKubota จะเป็นแรงหนุนรายได้จากการขายให้แก่ SAT ในระยะต่อไป เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 31 บาท   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (susheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)             Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 22,640 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) แนวโน้มเริ่มดูดีขึ้นและอาจตั้งหลักได้แล้ว จากการกลับมาซิกแซกขึ้นอีกครั้ง แต่ระยะสั้นอาจมีการแกว่งบริเวณแนวต้านที่ $1,534 ซึ่งถ้าสามารถทะลุขึ้นไปและยืนได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ $1,542-1,550 และ $1,575 หรือสูงกว่านั้น ซึ่งต้องค่อยๆเลาะขึ้นไป สำหรับแนวรับ ถ้า$1,517-1,515 ยืนไม่อยู่ อาจแกว่งลงไปทดสอบบริเวณ $1,500 และ/หรือ $1,482 (ความเสี่ยงเรื่องการปรับขึ้นของค่าเงินดอลล่าร์ อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่รับได้สำหรับราคาทองอย่างน้อยในตอนนี้)           สำหรับ Gold Futures (GFM11) ทาง Technical สามารถทะลุ High เดิมที่ 22,080 ขึ้นมาได้แล้ว และมีโอกาสขึ้นต่อไปที่ 22,640-22,680 หรือสูงกว่านั้น เรายังคงแนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 22,640           SET50 Futures: S50M11 ดูมีความเสี่ยง เราแนะนำ 2 กลยุทธ์จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50M11 รีบาวด์ขึ้นมาแต่ยังดูมีความเสี่ยง โดยถ้าสามารถทะลุผา น 751 ขนึ้ ไปได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ 755 และ/หรือ 757 แต่ถ้าหลุด 745 ลงมา อาจถอยลงไปทดสอบ 742 และ/หรือ 739 หรือต่ำกว่านั้นกลยุทธ์การลงทุน: 1) แนะนำให้เปิด Long กรณีที่สามารถรีบาวด์จาก 725-723 ขึ้นมา โดย Stop loss ถ้าหลุด 719 ลงมา2) แนะนำให้เปิด Short กรณีที่ S50M11 ถอยลงมาจากแนวต้านที่ 751, 755 และ/หรือ 757 และสามารถ Shortเพิ่ม กรณีที่หลุด 739 และ/หรือ 733 ลงมาระหว่างวัน โดยใช้แนวต้านข้างต้นเป็น Stop loss(S50H11 มีแนวต้าน 751, 755 และ 757 แนวรับ 742, 739 และ 733)   MARKET EVENT   Thai Event           - 31/05/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย.           - 01/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค.           - 01/06/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย           - 20/06/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออก           - 30/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค.           - 01/07/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ           - 03/07/11 วันเลือกตั้งทั่วไป           - 13/07/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย   World Event           - 30/05/11 US Holiday: Memorial Day (All Markets Closed)           - 31/05/11 S &P Case-Shiller HPI           - 31/05/11 Chicago PMI           - 31/05/11 Consumer Confidence*           - 01/06/11 ISM Mfg Index*                     - 01/06/11 Motor Vehicle Sales           - 01/06/11 Construction Spending           - 01/06/11 ADP Employment Report           - 02/06/11 Jobless Claims*           - 02/06/11 Factory Orders           - 02/06/11 Productivity and Costs           - 03/06/11 Employment Situation*           - 03/06/11 ISM Non-Mfg Index           * - Markets will pay more attention for these figures             กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ จำกัด ประจำวันที่ 30 พ.ค. 2554  

Advertisement Replay Ad
CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

Dual Momentum Model : 23/11/2017

Dual Momentum Model : 23/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 23/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 23/11/2017

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

Daily Market Monitor : 23/11/2017

Daily Market Monitor : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - Telecom : 23112017

Sector Update - Telecom : 23112017

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

ZOOM : 23/11/2017

ZOOM : 23/11/2017

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

Thailand in focus : 23/11/2017

Thailand in focus : 23/11/2017

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์