Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

Upside still limit           ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เช้านี้ก็ยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ทั้งนี้เป็นผลจากความมั่นใจมากขึ้นในการแก้ปัญหาหนี้สินของกรีซ ซึ่งทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่วันนี้อาจมีการเก็งกำไรเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธปท.ดังนั้นตลาดยังมีโอกาส rebound ได้ต่อ อย่างไรก็ตามเรายังมองว่าเป็นการrebound ในกรอบขาลงอยู่ โดยความเสี่ยงระยะสั้นยังคงมีอยู่มากไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนที่ยังคงอ่อนแอลงอยู่ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันที่ขึ้นช่วงนี้อาจไม่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีปัญหาหนี้ในยุโรปที่คอยรบกวนอยู่ และสุดท้ายคือการหมดลงของโครงการ QE2 ที่อาจ limit upside ของตลาดหุ้นกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: ในช่วงนี้ตลาดยังคงแกว่งตัวในขาลงอยู่ แม้ว่าอาจมีการ rebound ระยะสั้นขึ้นมา แนะนำลดพอร์ตเมื่อตลาดหุ้นปรับขึ้นมา เรายังคงDownside risk ของตลาดหุ้นอยู่ที่ 1040 (เพิ่มขึ้นจาก 1030) โดยในช่วงตลาดแกว่งตัวแนะนำหุ้นที่มีประเด็นเป็นหลัก เช่นหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยของธปท. (KTB BBL) หุ้นในกลุ่ม media ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากเรื่องการเลือกตั้ง RS MCOT MAJOR หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเมือง THCOM STEC ADVANC และหุ้น defensive เช่น GLOW CPALL HMPRO BGH BH เป็นต้น อย่างไรก็ตามเรายังมองว่าตลาดหุ้นมีโอกาสขึ้นไปที่จุด high เดิมที่ 1114 ก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นหากมีการปรับฐานอีกครั้งหนึ่ง เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าไปเก็งกำไรอีกครั้งหนึ่ง                       กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): แม้ว่าเราจะมองตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงในระยะสั้น แต่เรายังคงมึมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดในระยะกลาง และให้เป้าหมาย SET index ที่ 1250 จุด ในปีนี้ ดังนั้นหลังจากให้ทยอยขายทำกำไรออกมาเมื่อหุ้นปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนหน้านี้ ทยอยซื้อหุ้นกลับเมื่อ SET index ปรับลดลงต่ำกว่า 1050 จุด   ECONOMICS & POLITICS           สรุปภาวะเศรษฐกิจเดือนเม.ย. : แสดงการชะลอตัวลง แต่เป็นผลชั่วคราวจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนเม.ย. มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการผลิตภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบ และการหดตัวของการผลิตในหมวด Hard Disk Drive เนื่องจากสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนเม.ย. หดตัว 7.8% ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ อัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในเดือนเม.ย. อยู่ที่ระดับ 54.6% ลดลงจาก 66.1% ในเดือนก่อนหน้าซึ่งสอดคล้องกับการผลิตที่ปรับตัวลงในช่วงเวลาเดียวกันอุปสงค์ในประเทศ ยังคงขยายตัวต่อเนื่องแต่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเช่นกัน โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI) ขยายตัว 4.5% ในเดือนเม.ย. เทียบกับ 4.8% ในเดือนมี.ค. โดยเป็นการชะลอตัวตามปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบอเนื่องมากจากการผลิตรถยนต์ในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น นอกจากนี้การบริโภคในประเทศยังได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าอุปโภค บริโภคที่ชะลอตัวลงหลังจากที่มีการเร่งนำเข้าในช่วงก่อนหน้าดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ในเดือนเม.ย. ขยายตัว 12.8% จากระยะเดียวกันปี ก่อนเทียบกับที่เพิ่มขึ้น 13.2% ในเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลงตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักร และอุปกรณ์ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุนหลังจากที่มีการนำเข้าแท่นขุดเจาะน้ำมันมูลค่าสูงในเดือนก่อน ในส่วนของความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจมีการปรับตัวลงค่อนข้างมากจากระดับ 54.1 ในเดือนมี.ค. ลงมาที่ 47.3 ในเดือนเม.ย.อย่างไรก็ดีดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่ดีขึ้นหลังสถานการณ์ในญี่ปุ่นคลี่คลายภาคต่างประเทศ ดุลการค้ากลับมาบันทึกยอดขาดดุลอีกครั้งที่ 477 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากที่เกินดุล 1,892ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนก่อน และเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากที่เกินดุล 1,881 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นกลับมาบันทึกยอดขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนหรือนับจากเดือนก.ค. 53 เป็นต้นมา โดยการส่งออกในเดือนเม.ย.ขยายตัว 24.7% ชะลอลงจาก 31.0% ในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้การส่งออกในเดือนนี้ยังขยายตัวในเกณฑ์ดีตามการส่งออกยางพารา ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์และอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวในระดับสูง แต่การหดตัวของการส่งออกสินค้าในหมวดยานยนต์และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วนทำให้การส่งออกในเดือน นี้ชะลอตัวลงไป ขณะที่การนำเข้า ยังคงขยายตัวในระดับใกล้เคียงกับเดือนที่ผ่านมา โดยขยายตัว 26.3% ในเดือนเม.ย. อันเป็นผลจากการนำเข้าสินค้าในหมวดน้ำมันดิบ แร่และผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์และก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่ 2/54 คาดว่าแรงกดดันจากการปรับลดกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญที่ต้องเผชิญกับปัญหาด้านอุปทาน จะดำเนินไปตลอดในช่วงไตรมาสที่ 2/2554 โดยภาคการผลิตอาจอยู่ในภาวะซบเซาลงต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤษภาคม 2554 ก่อนจะทยอยฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงเดือนมิถุนายน 2554 อย่างไรก็ดี คาดว่า มูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมในช่วงไตรมาสที่ 2/2554 อาจจะไม่แผ่วลงมากนักเมื่อเทียบกับในช่วงไตรมาสที่ 1/2554 เนื่องจากเม็ดเงินที่สะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงเดือนท้ายๆ ของไตรมาสจากกิจกรรมการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 น่าที่จะช่วยหักล้างผลด้านลบจากการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมลงได้บางส่วนทำให้เราคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/54 อาจทรงตัว QoQ และสามารถรักษาทิศทางการขยายตัวไว้ได้ในอัตราใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 1/54 ที่ประมาณ 3.0% YoY โดยยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 54 อยู่ที่ 3.6% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยประมาณ 108 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 4.0%           - ตลท.คาดบัญชีอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีก 1.2 หมื่นบัญชี จากโครงการเทรดหุ้นผ่านธนาคาร เพิ่มช่องทางและความสะดวกแก่ลูกค้าที่ใช้บริการ Internet Banking เชื่อมโยงสู่บริการด้านหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ในเครือ           - ตลท.เผยยังไม่สรุปเพิ่มเวลาซื้อขายหุ้น หลังเฮียริ่งบริษัทหลักทรัพย์ ขอเวลาศึกษาข้อมูลเพิ่ม คาดสรุปภายในไตรมาส 3 ปี54   ประเด็นการเมือง           -\"แกนนำเสื้อแดง\" ขู่เกิดกลียุคแน่ถ้า \"เพื่อไทย\" ชนะแต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ด้าน \"อภิสิทธิ์\" ตอกกลับ \"ทักษิณ\" ปากบอกปรองดอง แต่ไม่หยุดข่มขู่คุกคาม แต่ยอมรับขัดใจกับ \"บรรหาร-เนวิน\" เรื่องแก้กฎหมายนิรโทษกรรม ขณะที่ภท.เตือน \"ยิ่งลักษณ์\" อย่าเพิ่งตัดชุดนายกฯ   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มธนาคาร: นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เผยโครงการ \"เชื่อมโยงบริการทางการเงินระหว่างสถาบันเฉพาะกิจของรัฐ\" หรือ SFI Network เพื่อเชื่อมโยงบริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ว่า 3 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้ร่วมมือกันเสริมสร้างศักยภาพบริการทางการเงินด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ลูกค้าและประชาชนที่ใช้บริการด้านเงินฝากผ่านตู้เอทีเอ็มของสถาบันการเงินทั้ง 3 แห่ง           - กลุ่มอสังหาฯ: กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เผยวันที่ 19 ก.ค.-1 ส.ค.นี้กองทุน เปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล มีสิทธิซื้อใบเสนอประกวดราคาที่ดินรัชดาฯ 4 โฉนด ที่ดินบริเวณถนนรัชดาภิเษก 33 ไร่ 81.8 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินแปลงเดิมที่ได้คืนมาจากคุณหญิงพจมาน ณ ป้องเพชร 2.ที่ดินในจังหวัดภูเก็ต 46 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวาซึ่งเป็นทำเลที่สามารถสร้างโรงแรมและรีสอร์ตได้ และที่ดินแปลงย่อยทั่วประเทศ 93 รายการ ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยวอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม โกดังและที่ดินเปล่า โดยเป็นการขายเหมารวมยกลอตเป็นรายการเดียว           - กลุ่มอสังหาฯ, กลุ่มธนาคาร: ธอส. เผยว่า ขณะนี้มียอดอนุมัติสินเชื่อโครงการบ้านหลังแรกอัตราดอกเบี้ย 0%2 ปี รวม 2 พันล้านบาท จากยอดรับคำขอสินเชื่อทั้งหมดประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท และยังเหลือวงเงินที่จะรับคำขอสินเชื่ออีกประมาณ 2.8 พันล้านบาท จากวงเงินสินเชื่อในโครงการ 2.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเปิดรับคำขอสินเชื่อเมื่อครบวงเงินเพิ่มอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสำรองไว้หากวงเงินแรกไม่ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติ คาดว่าจะมี 10-20% และภายในเดือนมิ.ย.น่าจะอนุมัติสินเชื่อเพิ่มได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท           - กลุ่มเหล็ก, กลุ่มแบตเตอรี่, สายไฟฟ้า: กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคให้ ครม.รับทราบว่า ขณะที่สินค้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเพิ่มราคา 5 รายการ โดยเป็นสินค้าที่ต้นทุนสูงขึ้นจากวัตถุดิบนำเข้า 3 รายการ ได้แก่แบตเตอรี่รถยนต์ สายไฟฟ้าต้นทุนและผลิตภัณฑ์เหล็กนอกจากนี้ยังมีสินค้าอีก 2 รายการที่มีต้นทุนสูงขึ้นจากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ยางรถยนต์ และผงชูรส ส่วนสินค้าที่ให้คงราคาเดิมคือ สบู่และน้ำมันหล่อลื่น           - กลุ่มพลังงาน/พลังงานทดแทน, กลุ่มโรงไฟฟ้า: นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าในเดือนพ.ค.54 การใช้ก๊าซธรรมชาติของไทยนับว่าเป็นเดือนที่มีการใช้สูงสุดตั้งแต่เคยใช้ก๊าซมาประมาณ 30 ปีโดยมีการใช้อัตราสูงถึง 4,500-4,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน จากปีที่แล้วเฉลี่ย 4,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วันสาเหตุที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย อาทิ การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ที่สูงมากมาอยู่ระดับ 6,000 ตัน/วัน การใช้ไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น กระทรวงพลังงานจะดูถึงแผนการใช้พลังงานที่เหมาะสมโดยสำนักงานโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำลังศึกษาเพื่อเตรียมไว้นำเสนอรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะกรณีที่ไทยชะลอโรงไฟฟ้านิวเคลียร์5,000 เมกะวัตต์อย่างน้อย 3 ปี จากแผนเดิมจะเริ่มผลิตได้ปี'63 และมีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซทดแทน จึงจำเป็นต้องหาก๊าซให้เพียงพอ           - กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล: ผอ.ธนาคารออมสิน เผยว่า ในวันนี้ จะเปิดตัวโครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิตวันแรก คาดว่าจะมีลูกค้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้ไม่มาก เนื่องจากผู้ที่ใช้บัตรเครดิตส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งสาขาของออมสินในกรุงเทพฯ มีไม่มาก ขณะที่กลุ่มเป้าหมายของโครงการเป็นลูกหนี้ที่ดีจึงไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขหนี้ดังกล่าว และยังเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์หรือนอนแบงก์ ที่เป็นเจ้าของบัตรก็ต้องมีมาตรการมาดึงลูกค้าไว้           - กลุ่มพลังงานทางเลือก: นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีจะเป็นแบบอย่างให้กับประชาคมโลกในการเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนและพลังงานประหยัด หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด 17 แห่งในประเทศภายในปี 2565 ขณะเดียวกันสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ)คาดว่า ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ของโลก จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2553 โดยเพิ่มขึ้นราว 5% เมื่อเทียบกับปี 2551 หลังจากที่ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซดังกล่าวในปี 2552 ลดลง นอกจากนี้กระทรวงเศรษฐกิจเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้จะลงทุน 6.4 ล้านล้านวอน (5.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการพัฒนาอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานภายในปี 2563           - กลุ่มโรงกลั่น, กลุ่มปิโตรเคมี: ยอดการนำเข้าน้ำมันดิบเดือนเม.ย.ของญี่ปุ่น ปรับตัวลดลง 7.0% จากปีที่แล้วแตะระดับ 106.99 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันสองเดือน           - กลุ่มอาหาร (ทะเล): เทปโก เปิดเผยว่า พบน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิม่า ไดอิจิ ซึ่งคาดว่าอาจมาจากถังน้ำมันในบริเวณใกล้เคียงที่อาจได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนมีนาคม โดยทางบริษัทจะวางแนวทุ่นกั้นน้ำมันเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันกระจายสู่มหาสมุทรแปซิฟิก           - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นลดลงถึง 60.1%YoY เหลือ 292,001 คันในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นสถิติลดลงมากที่สุด หลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ   EXTERNAL FACTOR           - ดัชนี DJ ปิดบวก 128.21 จุด หรือ 1.03% ปิดที่ 12,569.79 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 14.10 จุด หรือ1.06% ปิดที่ 1,345.20 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 38.44 จุด หรือ 1.37% ปิดที่ 2,835.30 จุด โดยในช่วงครึ่งแรก ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงทันทีที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ลดลงสู่ระดับ 60.8 จุดในเดือนพ.ค. จากเดือนเม.ย.ที่ระดับ 6.0 จุด เนื่องจากผู้บริโภคมองว่ายังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวแข็งแกร่งในระยะใกล้นี้ ขณะที่ราคาบ้านใน 20เขตเมืองของสหรัฐปรับตัวลง 0.2% ในเดือนมี.ค.ทำสถิติลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐยังคงซบเซา และ เฟด เปิดเผยว่า ดัชนีการผลิตในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ หดตัวลง0.9% ในเดือนเม.ย. สู่ระดับ 83.6 จุด แต่ตลาดดีดตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลที่ว่า เยอรมนีและประเทศอื่นๆบางประเทศที่เคยคัดค้านการให้เงินกู้พิเศษแก่กรีซนั้น กำลังพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขบางด้าน รวมถึงการยกเลิกแผนการผลักดันให้กรีซร่นเวลาการชำระหนี้พันธบัตรให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวที่ว่าผู้นำในกลุ่มอียูกำลังเร่งสรุปมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินงวดใหม่สำหรับกรีซ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนเชื่อว่ากรีซจะสามารถรอดพ้นจากการปรับโครงสร้างหนี้และการผิดนัดชำระหนี้ได้ โดยก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักอันเนื่องมาจากความตื่นตระหนกที่ว่าปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซอาจจะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆของยูโรโซนหลังจากกองทุนไอเอ็มเอฟ จะระงับการปล่อยเงินกู้งวดใหม่ให้แก่กรีซในวันที่ 29 มิ.ย. นอกเสียจากว่าผู้นำอียูจะช่วยเหลือกรีซในการระดมเงินทุนที่จำเป็นสำหรับปี 2555 นอกเหนือจากนี้ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงบวกมากขึ้นเมื่อนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โคซีของฝรั่งเศสว่า เขามีความหวังว่ากรีซจะได้รับความช่วยเหลือครั้งใหม่ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นว่า การปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซไม่ใช่ทางเลือกในขณะนี้           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ลดลง USD0.5 มาปิดที่ระดับ USD1,536.8 เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นติดต่อกันหลายวัน รวมถึงการที่ตลาดเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้กรีซ ส่งผลให้ความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ลดน้อยลงด้วย           - ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น USD2.11/bbl ปิดที่ USD102.70/bbl เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของปัญหาหนี้ยุโรป ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนสกุลเงินยูโรดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และยังสามารถชดเชยผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐด้วย           - ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้น 6 จุด หรือ 0.40% เป็น 1,480           - ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ของญี่ปุ่นขยายตัว 1.0% บ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่ทรุดตัวลงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 15.5% ในเดือนมี.ค. อันเนื่องมาจากผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ที่ผ่านมา           - อัตราว่างงานของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 4.6% ในเดือนมี.ค. ขณะที่ค่าแรงโดยเฉลี่ย ปรับตัวลดลง 1.4% ซึ่งหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน           - ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ขยายตัว 6.9% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ช้าที่สุดในรอบ 7 เดือน ส่งผลห้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ คาดว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.0%ในการประชุมวันที่ 10 มิ.ย.นี้           - บริษัท โตชิบา คอร์ป เตรียมเสนอให้มีวันหยุดยาว 2-3 สัปดาห์ในช่วงฤดูร้อนซึ่งตรงกับเดือนก.ค.และก.ย. และเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น เพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สำนักงานและฐานการผลิตของบริษัท ซึ่งตั้งอยู่ ในพื้นที่บริการของบริษัท เทปโก           - เศรษฐกิจอินเดียขยายตัว 7.8% ในไตรมาสแรกปีนี้ ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 8.2%และเป็นการขยายตัวรายไตรมาสในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจอินเดียชะลอตัว อันเนื่องมาจากการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงิน           - ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของนิวซีแลนด์ในเดือนพ.ค.เพิ่มแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นได้ช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จากก่อนหน้านี้ที่นิวซีแลนด์พบกับเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปี เมื่อเดือนก.พ.           - ดัชนี PMI ของจีน ในเดือน พ.ค. ลดลงแตะระดับ 52.0 จุด จากเดือน เม.ย. ที่ระดับ 52.9 จุด และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 52.2 จุด   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (susheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)             Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 22,640จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) แนวโน้มเริ่มดูดีขึ้นและอาจตั้งหลักได้แล้ว แม้มีการแกว่งบริเวณแนวต้านที่ $1,534 แต่ถ้าไม่หลุดและสามารถทะลุ $1,540 ได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ $1,550 และ $1,575หรือสูงกว่านั้น ซึ่งต้องค่อยๆเลาะขึ้นไป           สำหรับ Gold Futures (GFM11) ทาง Technical รอจังหวะขึ้นต่อไปที่ 22,640-22,680 หรือสูงกว่านั้น เรายังคงแนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 22,640           SET50 Futures: S50M11 ดูมีความเสี่ยง เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50M11 เริ่มดู Hi-risk-Hi-return บริเวณแนวต้านที่ 765-767 โดยถ้าสามารถทะลุขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ 775 หรือสูงกว่านั้น แต่ให้ระวังถ้าหลุด 754 และ 750 ลงมา อาจแกว่งอีกรอบกลยุทธ์การลงทุน:1) กรณี Long แนะนำให้ เปิด Long ได้ โดยใช้ 754 เป็น Stop loss เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรบริเวณ 765-767 และถ้าสามารถทะลุผ่าน 767 ขึ้นไปได้ สามารถ Long เพิ่ม เพื่อขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 7752) กรณี Short แนะนำให้กลับเข้าไปเปิด Short ถ้า S50M11 ถอยลงมาจากแนวต้านที่ 765-767 และ/หรือ 775เพื่อรอจังหวะลงไปขายทำกำไรที่ 755-754 และ/หรือ 750 โดยใช้จุดที่ถอยลงมาเป็น Stop loss (S50H11 มีแนวต้าน 765-767 และ 775 แนวรับ 754 และ 750)   MARKET EVENT   Thai Event           - 01/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค.           - 01/06/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย           - 20/06/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออก           - 30/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค.           - 01/07/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ           - 03/07/11 วันเลือกตั้งทั่วไป           - 13/07/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย   World Event           - 01/06/11 ISM Mfg Index*           - 01/06/11 Motor Vehicle Sales           - 01/06/11 Construction Spending           - 01/06/11 ADP Employment Report           - 02/06/11 Jobless Claims*           - 02/06/11 Factory Orders           - 02/06/11 Productivity and Costs           - 03/06/11 Employment Situation*           - 03/06/11 ISM Non-Mfg Index           * - Markets will pay more attention for these figures               กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ จำกัด ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 2554

Advertisement Replay Ad
BCP - Buy : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) - BCP

BCP - Buy : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) - BCP

ZOOM : 22/11/2017

ZOOM : 22/11/2017

Equity Play of the day : 22/11/2017

Equity Play of the day : 22/11/2017

Traders Spectrum : 22/11/2017

Traders Spectrum : 22/11/2017

Daily Trading Focus : 22/11/2017

Daily Trading Focus : 22/11/2017

Thailand in focus : 22/11/2017

Thailand in focus : 22/11/2017

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

CK - บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

Daily Strategy : 22/11/2017

Daily Strategy : 22/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 22/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 22/11/2017

Analyst Note - Banking : 22/11/2017

Analyst Note - Banking : 22/11/2017

Sector Update : contractor : 22/11/2017

Sector Update : contractor : 22/11/2017

LANNA - Buy : บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) - LANNA

LANNA - Buy : บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) - LANNA

SMART PICK : 22/11/2017

SMART PICK : 22/11/2017

Daily Market Monitor : 22/11/2017

Daily Market Monitor : 22/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 22/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 22/11/2017

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

Daily Strategy : 22/11/2017

Daily Strategy : 22/11/2017

Talk the Walk บทวิเคราะห์กลยุทธ์ทางเทคนิค : 22/11/2017

Talk the Walk บทวิเคราะห์กลยุทธ์ทางเทคนิค : 22/11/2017

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์