Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

ต้นทุนต่างชาติอยู่ที่ 1006 จุดแม้ว่านักลงทุนจะยังคงกังวลถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกอยู่ในขณะนี้หลังจาก Fed ออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวลง แต่ธนาคารโลกยังคงมั่นใจว่าเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งและคาดว่าในปี 2555 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ IMF มั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะกลับมาฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง การชะลอตัวช่วงนี้เป็นเพียงชั่วคราว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของเรา ขณะที่เรายังคงมั่นใจถึงความแข็งแกร่งของกำไรของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นใหม่แต่แน่นอนระยะสั้นนอกจากความกังวลเศรษฐกิจโลก เราก็ยังเผชิญกับปัญหาหนี้ในยุโรปซึ่งยังคอยรบกวนอยู่ และสุดท้ายคือการหมดลงของโครงการ QE2 ซึ่งส่งผลให้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงในการปรับลงอยู่ แต่เราเชื่อว่าการขายของนักลงทุนต่างประเทศจะเริ่มลดลงหาก SET index หลุดหรือใกล้ระดับ 1000 จุด เนื่องจากต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนต่างประเทศ ตั้งแต่เริ่มซื้อหุ้นมาในเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากจบเหตุการณ์สลายการชุมนุมเสื้อแดง รวมกำไรจากค่าเงินแล้วอยู่ที่ 1006 จุด             กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: ตลาดหุ้นได้ปรับลดลงมาต่ำกว่า downside risk ของเราที่ 1040 แล้ว แต่เรายังมองเห็นความเสี่ยงในการลงทุนระยะสั้นอยู่ ดังนั้นยังคงกลยุทธ์ wait and see ไปก่อน โดยในช่วงตลาดแกว่งตัวแนะนำหุ้น defensive เป็นหลักเช่น MCOT MAJOR ADVANC GLOW CPALL HMPRO MAKRO BGH BH BAFS TUF CPF TVO เป็นต้น อย่างไรก็ตามเรายังมองว่าตลาดหุ้นมีโอกาส rebound ขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลังเดือนมิ.ย. หลังจากหนี้สินของโปรตุเกสได้รับการ rollover ในวันที่ 15 มิ.ย หรืออาจมีการเก็งกำไรประเด็นการเมือง ก่อนการ เลือกตั้ง แต่คงไม่ถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้เดิมที่ 1110 จุด             กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): แม้ว่าเราจะมองตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงในระยะสั้น แต่เรายังคงมึมุมมองเหมือนเดิมว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้นเมื่อหุ้นปรับฐาน โดยเราเชื่อว่า stagflation หรือ Double dip ที่กังวลกันยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย โดยเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงช่วงนี้ เป็นผลเพียงแค่ระยะสั้น จากเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ดังนั้นเรายังคงให้เป้าหมาย SET index ที่ 1250จุด ในปีนี้ โดยการสะสมขอให้เริ่มจากหุ้น defensive ก่อน   ECONOMICS & POLITICS           - ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคการค้าและบริการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเดือน เม.ย. 54 อยู่ที่ระดับ 45.6 ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการ กังวลด้านต้นทุนด้านราคาน้ำมัน และต้นทุนค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภค และกระทบต่อยอดจำหน่ายของกิจการต่าง ๆ ลดลง           - ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำประเทศไทย ยอมรับว่านโยบายเพิ่มรายได้และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่พรรคการเมืองใช้หาเสียงอยู่ในขณะนี้ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้มีการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็เป็นแรงกดดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามก็ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่จะมีความสามารถในการบริหารงบประมาณ และดูแลให้หนี้สาธารณะอยู่ในกรอบที่เหมาะสมไม่สูงมากนัก เพราะนโยบายการคลังให้ความสำคัญต่อการขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะอยู่แล้ว           - แบงก์ชาติเผยทุนนอกเริ่มไหลออก เหตุต่างชาติกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ รวมทั้ง 2 โบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ โกลด์แมนแซคส์-มอร์แกน สแตนเลย์ แนะลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย   ประเด็นการเมือง           - ปชป. ปฏิเสธรู้เห็น \"แก้วสรร-หมอตุลย์\" ยื่นสอบ \"ยิ่งลักษณ์\" ให้การเท็จคดีหุ้น \"ทักษิณ\"   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มเกษตรฯ: รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า อาจมีการพิจารณาปรับโครงสร้างสูตรการคำนวณราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดใหม่ เพื่อปรับลดราคาขายปลีกลง เนื่องจากพบสัดส่วนการคำนวณต้นทุนและราคาขายที่ซ้ำซ้อนอยู่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการผลิต ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร และส่วนเหลื่อมที่รวมกันกว่า 8.50 บาท หากปรับลดได้จะทำให้ราคาขายปลีกลดลงตามมาด้วย           - กลุ่มเกษตร: นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังราคาขายปลีกข้าวสารบรรจุถุงในประเทศและราคาขายข้าวในตลาดโลก จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีปัจจัยจากผลผลิตข้าวทั่วโลกเกิดปัญหาภัยธรรมชาติทำให้มีผลผลิตน้อยลง ประกอบกับความต้องการบริโภคข้าวทั่วโลกสูงขึ้น ขณะเดียวกันนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 2 พรรคที่เกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตรส่งผลให้ราคาข้าวสูงขึ้นเช่นกัน           - กลุ่มรับเหมาฯ: สภาพัฒน์ประกาศชัดหนุน \"ท่าเรือทวาย\" เต็มที่ เตรียมใช้งบประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท สร้างมอเตอร์เวย์-ส่วนต่อขยายรถไฟทางคู่เชื่อมไทย-พม่า           - กลุ่มนิคมฯ: บีโอไอเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ทบทวนสิทธิประโยชน์ลงทุนใหม่ทั้งระบบ อาทิเรื่องการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การปรับปรุงประเภทกิจการ การกำหนดเขตการส่งเสริมการลงทุน คาดเสร็จเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้   EXTERNAL FACTOR           - ดัชนี DJ ลดลง 21.87 จุด หรือ 0.18% แตะที่ 12,048.94 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดขยับลง 5.38 จุด หรือ0.42% แตะที่ 1,279.56 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลง 26.18 จุด หรือ 0.97% แตะที่ 2,675.38 จุดเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้รายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจของเฟดทั้ง 12 สาขาระบุว่า เศรษฐกิจใน 7 ภูมิภาคชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงนิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟียแอตแลนต้า และชิคาโก เนื่องจากภาคการผลิตซบเซาลง อันเป็นผลกระทบจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานในภาคการผลิตที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในญี่ปุ่น นอกจากนี้ผู้บริโภคในหลายภูมิภาคของสหรัฐยังคงลดการใช้จ่ายเนื่องจากขาดความเชื่อมั่นต่อตลาดแรงงานและทิศทางของเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.2% ในปี 2554 ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ราว0.1% เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอาหารจะขัดขวางการขยายตัวของเศรษฐกิจและสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศยากจน อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 3.6% ในปี 2555 อย่างไรก็ตามดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากตลาดได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ตัดสินใจคงโควต้าการผลิต           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ลดลง USD5.30 มาปิดที่ระดับ USD1,538.70 เพราะถูกกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 หรือ QE3 ในขณะที่มาตรการ QE2 จะหมดอายุลงในช่วงปลายเดือนนี้??ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น USD1.65/bbl ปิดที่ USD100.74 หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ตัดสินใจคงโควต้าการผลิตในการประชุมเมื่อวานนี้ สวนทางกับที่นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ในตลาดคาดการณ์ไว้ว่า โอเปคจะเพิ่มโควต้าการผลิต นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้แรงหนุนจากรายงานของการปิโตรเลียมสหรัฐ (API) และสำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงอย่างมากในรอบสัปดาห์ที่แล้ว           - ค่าระวางเรือปรับลดลง 22 จุด หรือ 1.51% เป็น 1,434           - ธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานจีดีพี ไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัว 1.3% น้อยกว่าที่ประมาณการไว้ก่อนหนี้ที่ 1.4% เนื่องจากตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอตัวลง           - ยอดการส่งออกของเยอรมนีในเดือนเม.ย.ลดลง 5.5% MoM แตะ 8.43 หมื่นล้านยูโร ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดไว้ ขณะที่การนำเข้าลดลง 2.5% แตะ 7.34 หมื่นล้านยูโร ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีในเดือนเม.ย.อยู่ที่ 1.09 หมื่นล้านยูโร           - ไอเอ็มเอฟ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงสู่ระดับ -0.7% ในปี 2554 แต่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2555 ขึ้นเป็น 2.9%           - ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในเดือนเม.ย.ลดลง 69.5% YoY สู่ระดับ 4.056 แสนล้านเยนเนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหนักจากผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง ตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหว           - ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.2% ในปี 2554 ก่อนที่จะขยายตัวเร็วขึ้นสู่ระดับ3.6% ในปี 2555 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะยังคงแข็งแกร่งในปี 2554 ไปจนถึงปี 2555           - สำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า อัตราการใช้น้ำมันทั่วโลกจะขยายตัว1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 88.43 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2554 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 300,000 บาร์เรลต่อวัน           - ซู เซียนผิง รัฐมนตรีช่วยของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ระบุว่า จีนกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างหนัก อันเนื่องมาจากราคาธัญพืชและน้ำมันในต่างประเทศพุ่งสูงขึ้น           - นายบารัค โอบามา และนางแองเกลา แมร์เคล (นายกฯ เยอรมนี) เห็นพ้องกันว่า จะไม่ยอมปล่อยให้วิกฤตหนี้ยุโรปส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก           - รักษาการกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟชี้ ธนาคารกลางสหรัฐไม่จำเป็นต้องพิจารณากระตุ้นมาตรการเงินเพิ่มอีก เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐน่าจะโตขึ้นในช่วงไตรมาสที่จะมาถึงเมื่อการส่งออกและรายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้ เติบโตขึ้น           - รัฐบาลจีน รายงานยอดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของญี่ปุ่นในเดือน เม.ย. ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.33 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า ประเทศจีนมีการกระจายเงินทุนสำรองต่างประเทศไปในสกุลเงินอื่นๆ นอกเหนือจากดอลล่าร์สหรัฐ   TODAY’S REPORTS           - AP: ยอด Pre-sales เริ่มแข็งแกร่งตั้งแต่งวด 2Q54 เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 7.7 บาท AP รายงานยอด Pre-sales ที่แข็งแกร่งช่อง 2 เดือนแรกของงวด 2Q54 ที่ 3,191 ล้านบาท สูงกว่างวด 2Q53 ทั้งไตรมาส 17% และสูงกว่างวด 1Q54 ทั้งไตรมาส 6% เนื่องจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในงวด 2Q54 อาทิ ดครงการบ้านเดี่ยว Palazzo สุขสวัสดิ์ (มูลค่า 2.3 พันล้านบาท ขายได้แล้ว 8% ในงวด 1Q54) โครงการทาว์นเฮ้าส์บ้านกลางกรุง พระราม3 (มูลค่า 0.57 พันล้านบาท ขายได้แล้ว 58%) โครงการคอนโดมิเนียม Aspire ศรีนครินทร์(มูลค่า 0.5 พันล้านบาท) และ Rhythm สุขุมวิท 44 (มูลค่า 2.6 พันล้านบาท) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจากยอดขาย 16% และ 21% ตามลำดับ โดยเราเชื่อว่า ยอด Pre-sales เดือน มิ.ย.54 จะช่วยหนุนให้ยอดรวมของงวด 2Q54 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการและโครงการบ้านทาว์นเฮ้าส์ และการที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาเราเชื่อว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสม เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 7.7 บาท           - Tourism sector: ความเสี่ยงทางการเมืองและ Upside ที่น้อย ส่งผลให้ปรับคำแนะนำลดลงสู่ Neutralเนื่องจาก Upside ของราคาหุ้นที่ลดน้อยลงของหุ้นในกลุ่มโรงแรมประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้เราปรับคำแนะนำลดลงจาก Overweight มาอยู่ที่ Neutral นอกจากนี้ช่วง 2Q54 ถึง 3Q54 ยังเป็นช่วง Low season ของธุรกิจโรงแรมอีกด้วย ซึ่งน่าจะส่งผลให้หุ้นในกลุ่มนี้มีความน่าสนใจลดลงตามไปด้วย และด้วยราคาหุ้นของ CENTEL ที่ปรับตัวขึ้นมาถึง 53%YTD ขณะที่ MINT ราคาปรับตัวขึ้นมาเพียง 1%YTD เราจึงแนะนำให้หมุนจาก CENTEL มาที่ MINT เนื่องจากเราเชื่อว่าราคาของ CENTEL ตอบรับกับข่าวดีของงบงวด 1Q54 หมดแล้ว และเรายังให้ MINT เป็น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจากศักยภาพการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก Oak Hotel ราคาที่ค่อนข้าง Laggard และคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองค่อนข้างต่ำที่สุดในกลุ่ม (MINT แนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 13.2 บาท, CENTEL แนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 7.5 บาท และ ERW แนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 2.8 บาท)   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (susheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)             Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 22,800จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทอง โลก (RTXGL) ยังมีโอกาสซิกแซกขึ้นต่อในระยะกลาง-ยาว ขณะที่ระยะสั้นอาจกำลังแกว่งที่แนวต้าน โดยถ้าสามารถทะลุผ่าน $1,548 ได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ $1,562 และ $1,575 หรือสูงกว่านั้น สำหรับแนวรับของการแกว่งมีที่ $1,526 และ $1,514           สำหรับ Gold Futures (GFM11) ทาง Technical กำลังแกว่งแต่ยังมีโอกาสขึ้นต่อ และอาจขึ้นต่อไปที่ 22,800 หรือสูงกว่านั้น เรายังคงแนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 22,800           SET50 Futures: S50M11 ดูมีความเสี่ยง เราแนะนำ 2 กลยุทธ์จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50M11 กำลังทดสอบแนวรับบริเวณ 702-700 โดยถ้าไม่สามารถยืนได้ มีโอกาสถอยลงไปที่ 675-674 ขณะที่หากมีการรีบาวด์แนะนำให้ดูแนวต้านที่ 708-709 และ 714 ประกอบ กลยุทธ์การลงทุน :           1) กรณี Long แนะนำให้เริ่มเปิดสถานะ Long ได้ เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 708-709 และ/หรือ 714 และใช้ 700 เป็นจุด Stop loss           2) กรณี Short แนะนำให้ขายทำกำไรออกมาก่อน และสามารถกลับไปเปิดสถานะ Short ได้ กรณีที่ S50M11 หลุด 700 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรที่ 678 และ/หรือ 675-674 โดยใช้ Stop loss ที่ 710 (S50H11 มีแนวต้าน 708-709 และ 713-714 แนวรับ 702-700 และ 687)   MARKET EVENT   Thai Event           - 20/06/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออก           - 20/0611 ตลาดอนุพันธ์ เปิดซื้อขายสัญญาซื้อขายโลหะเงินล่วงหน้าหรือซิลเวอร์ฟิวเจอร์ส (Silver Futures)           - 22/06/11 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ สัญญาที่ 1           - 30/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค.           - 01/07/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ           - 03/07/11 วันเลือกตั้งทั่วไป           - 13/07/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย   World Event           - 09/06/11 International Trade*           - 09/06/11 Jobless Claims*           - 10/06/11 Import and Export Prices           - 10/06/11 Treasury Budget           - Markets will pay more attention for these figures               กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ จำกัด ประจำวันที่ 9 มิ.ย. 2554

Advertisement Replay Ad
CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

Dual Momentum Model : 23/11/2017

Dual Momentum Model : 23/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 23/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 23/11/2017

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

Daily Market Monitor : 23/11/2017

Daily Market Monitor : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - Telecom : 23112017

Sector Update - Telecom : 23112017

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

ZOOM : 23/11/2017

ZOOM : 23/11/2017

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

Thailand in focus : 23/11/2017

Thailand in focus : 23/11/2017

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์