Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

ตลาดยังแกว่งขึ้นอยู่ในระยะสั้น           แม้ว่าตลาดจะแกว่งตัวในช่วงนี้ แต่เราคาดว่า SET index ยังมีแนวโน้มขึ้นได้อยู่ในระยะสั้น เราเชื่อว่าปัญหาหนี้ในยุโรป โดยเฉพาะกรีซ ที่กดดันตลาดหุ้นอยู่ในปัจจุบัน จะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า ขณะที่ในช่วงที่เหลือของเดือนอาจมีการเก็งกำไรเรื่องการเมือง รวมถึงการทำ window dressing อย่างไรก็ตามการเก็งกำไรช่วงนี้คงเน้นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากเรายังกังวลถึงการปรับฐานในช่วงต้นไตรมาสที่ 3 หลังจากหมดโครงการ QE2 ขณะที่เชื่อว่าความกังวลเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะยังคงมีอยู่ แต่เรามองว่าเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นอีกครั้ง หนึ่ง เราเชื่อว่าการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกเป็นเหตุผลชั่วคราวจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่เรายังคงมั่นใจถึงความแข็งแกร่งของกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยใหม่และคงเป้าหมาย SET index ปีนี้ที่ 1250 จุด             กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: แม้ว่าวันนี้หุ้นอาจจะปรับลดลง เรามองเป็นโอกาสในการเก็งกำไรได้อยู่ โดยมองว่าตลาดยังอยู่ในจังหวะการแกว่งตัวขึ้น และทดสอบแนวต้านทางเทคนิคที่ 1050 หาก SET ทะลุ 1038 ได้ ดังนั้นเริ่มกลับเข้าไปเก็งกำไรหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารได้บางส่วน BBL KTB SCB หรือหุ้นกลุ่มส่งออกจากค่าเงินบาที่อ่อนค่าลงTUF CPF และ SVI หรืออาจเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาสที่ 2 จะออกมาดีและมีการจ่ายเงินปันผลในงวดครึ้งปีเช่น CPF TVO HMPRO BAFS ADVANC MAJOR MCOT และ SPALI เป็นต้น และสุดท้ายเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะมีการทำ window dressing เช่น TOP MINT BTS LPN SPALI STEC TICON TISCO SF อย่างไรก็ตามการเก็งกำไรให้ดูจุด stop ของทางเทคนิคประกอบด้วย และทำในวงเงินจำกัด เนื่องจากเรายังมองตลาดหุ้นเป็นลบอยู่ในช่วงต้นไตรมาสที่ 3/54             กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): แม้ว่าเราจะมองตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงในระยะสั้น แต่เรายังคงมึมุมมองเหมือนเดิมว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้นเมื่อหุ้นปรับฐานในช่วงต้นไตรมาสที่ 3/54 โดยเราเชื่อว่า stagflation หรือ Double dip ที่กังวลกันยังมี โอกาสเกิดขึ้นได้น้อย โดยเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงช่วงนี้ เป็นผลเพียงแค่ระยะสั้น จากเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น   ECONOMICS & POLITICS           - ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค.2554 อยู่ที่ 108.3 เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. ที่มีค่าดัชนี 106.6           - ตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวดัชนี SET High Dividend 30 Index คำนวณจาก 30 หุ้นที่จ่ายเงินปัญผลสูง หวังใช้เป็นดัชนีอ้างอิงการลงทุนและการออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ลงทุน เผยข้อมูลสิ้นเดือนพ.ค. ทั้ง 30 บริษัท มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลรวมสูงถึง 3.66% ดีเดย์ 4 ก.ค.นี้           - คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน สำหรับน้ำมันดีเซลลง 0.40 บาท/ลิตร จากปัจจุบันส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ 1.10 บาท/ลิตร เป็น 0.70 บาท/ลิตร           - ศูนย์วิจัยคาดเลือกตั้งเงินสะพัดเฉียด 4 หมื่นล้านบาท ผลจากทุ่มแหลกหาเสียงหวังเบียดชนะซิวเก้าอี้ ส.ส. ระบุอานิสงส์ตกถ้วนหน้า ตั้งแต่ธุรกิจโฆษณายันเจ้ามือหวย โต๊ะพนัน   ประเด็นการเมือง           - ปชป.ติง ก.ล.ต.ปัดคดีหุ้น \"ยิ่งลักษณ์\" โดย \"อภิสิทธิ์\" ชี้ต้องรับผิดชอบคำวินิจฉัย ส่วน\"กรณ์\" ติผู้บริหารก.ล.ต.เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเหน็บทำงานตามโพลล์ให้เข้าตาใครบางคนหรือไม่ ขณะที่ \"แก้วสรร\" บุกก.ล.ต.ขอคำชี้แจง 21 มิ.ย.ร้องกองปราบ เอาผิดยิ่งลักษณ์และพวกปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นชินคอร์ป           - \"ทักษิณ\" ประกาศเดินหน้าปรองดอง เล็งขอเจรจาฝ่ายการเมือง-ผู้นำกองทัพ มั่นใจเพื่อไทยชนะขาดลอย เล็งดึงพรรคเล็กร่วมรัฐบาลเพื่อไทยรับลูกประสาน   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นจากต้นปีคาดว่ามียอดขายรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ 1.33-1.34 ล้านคัน เพิ่มเป็น 1.40-1.44 ล้านคัน ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 25 ปีที่ดำเนินกิจการ ส่วนยอดขายฮอนด้าในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มี 132,560 คัน เติบโต 33% ขณะเดียวกันในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านยอดขายเพิ่มขึ้นสูงโดยเฉพาะภาคใต้ เติบโต 50-60% ภาคอีสาน 30% ภาคกลาง 10%           - กลุ่มสถานีน้ำมัน: กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้น้ำมันในภาพรวม 5 เดือนแรกของปีนี้เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนว่า การใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2% จาก 20.0 ล้านลิตร/วัน เป็น 20.4 ล้านลิตร/วัน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพิ่มขึ้น 3% จาก 52.6 ล้านลิตร/วัน เป็น 54.3 ล้านลิตร/วัน ในขณะที่การใช้ NGV จาก 4.6 ล้านกิโลกรัม/วัน เป็น 6.2 ล้านกิโลกรัม/วัน เพิ่มขึ้น 35% เป็นผลจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และรัฐบาลยังคงตรึงราคา NGV อยู่ที่ 8.50 บาท/กิโลกรัม ทำให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้ NGV เพิ่มขึ้น   EXTERNAL FACTOR           - ดัชนี DJ ร่วงลง 178.84 จุด หรือ 1.48% ปิดที่ 11,897.27 จุด ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 22.45 จุด หรือ1.74% ปิดที่ 1,265.42 จุด และดัชนี Nasdaq รูดลง 47.26 จุด หรือ 1.76% ปิดที่ 2,631.46 จุด เนื่องจากความกังวลที่ว่าวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซอาจจะลุกลามกลายเป็นความตึงเครียดทางการเมือง หลังจากชาวกรีซหลายพันคนได้ออกมาชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านมาตรการลดการใช้จ่ายของรัฐบาล และพยายามกดดันให้นายกรัฐมนตรีกรีซลาออก ขณะที่รัฐสภากรีซกำลังประชุมกันเกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัดและการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้มีคุณสมบัติพอที่จะขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนไอเอ็มเอฟ และสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังของสหรัฐ โดยผลการสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์กพบว่า ดัชนีกิจกรรมด้านการผลิตในรัฐนิวยอร์ก หรือดัชนี Empire State ร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตโดยรวมของสหรัฐขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือน พ.ค. เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานในภาคการผลิตยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น USD1.80 มาปิดที่ระดับ USD1,526.20 เนื่องจากวิกฤตหนี้ยุโรปและเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในกรีซได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนหลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป-พื้นฐานเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 3.6% และ 1.5% เกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 3.4% และ 1.4% ซึ่งบ่งชี้ว่าสหรัฐยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ           - ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น USD4.56 /bbl ปิดที่ USD94.81/bbl หลังจากมีรายงานว่าชาวกรีซหลายพันคนได้ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่า วิกฤตหนี้กรีซอาจฉุดรั้งเศรษฐกิจยุโรปให้อ่อนแอลง และจะส่งผลให้ความต้องการพลังงานหดตัวลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ           - มูดีส์ เผยอาจจะลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารของฝรั่งเศส 4 แห่ง รวมถึง ธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส เนื่องจากธนาคารเหล่านี้ได้ลงทุนในกรีซ           - สำนักงานบริการศุลกากรของเกาหลีใต้ เผยยอดเกินดุลการค้าของประเทศอยู่ที่ระดับ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากมียอดส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย           - เบน เบอร์นันเก้ กล่าวว่า ตัวเลขหนี้ที่สูงขึ้นของรัฐบาลสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศ พร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสปรับเพิ่มเพดานหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้   TODAY’S REPORTS           - Banking sector: อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอลงจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในงวด 3Q54เรายังคงคำแนะนำ Neutral หลังจากปรับคำแนะนำขึ้นจาก Underperform เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยหลังจากปรับคำแนะนำขึ้นราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ปรับตัวสูงขึ้นและซื้อขายในระดับเดียวกับธนาคารพาณิชย์ในภูมิภาคแล้ว เราคาดว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อเดือน พ.ค. และ มิ.ย.54 จะเพิ่มขึ้นชะลอลง และ คาดว่าจะกลับมาเติบโตสูงขึ้นงวด 3Q54 หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ขณะเดียวกันเราคาดว่า NIM ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะอยู่ในระดับต่ำสุดในงวด 2Q54 และคาดว่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นในงวด 3Q54 เนื่องจากคาดว่าต้นทุนของเงินทุนจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วรวมถึงความต้องการสินเชื่อที่สูงขึ้น เรายังคงคำแนะนำ Buy สำหรับKTB (ราคาพื้นฐาน 24 บาท), SCB (ราคาพื้นฐาน 140 บาท), BBL (ราคาพื้นฐาน 208 บาท) และ TISCO (ราคา พื้นฐาน 49 บาท) โดยคาดว่า KTB, SCB และ BBL จะได้รับประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่สูงขึ้นขณะที่ TISCO มีความน่าสนใจเรื่อง Dividend yield ที่คาดว่าจะสูงกว่า 6% และมี ROE ที่สูงกว่า 20%           - Auto sector: ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนพ.ค. ดีกว่าที่คาดสภาอุตสาหกรรมฯ เปิดเผย ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนพ.ค. 54 พบว่า มียอดการผลิตรวม 98,804 คัน ลดลง25.24% YoY แต่เพิ่มขึ้น 10.8% MoM ส่วนยอดขายภายในประเทศ มีจำนวน 55,851 คัน ขณะที่ยอดการส่งออกรถยนต์ สำเร็จรูป มีจำนวนทั้งสิ้น 38,656 คัน ลดลงจากช่วงเดียวของปีก่อน 48.51% YoY หรือ 25.9% MoM มูลค่าส่งออก 17,363.62 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวของปีก่อน 50.85% อย่างไรก็ดี เราคาดว่าการขยายตัวYoY ที่ตกต่ำในเดือน พ.ค.นี้ ได้ทำจุดต่ำสุดแล้ว และการเพิ่มขึ้น MoM ก็ดีกว่าที่เราคาด ทั้งนี้ เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะฟื้นตัว ตั้งแต่เดือนมิ.ย. นี้ และต่อเนื่องไปในอนาคต โดย toppick ของเรา คือ SAT ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะคาดกำไรปี 54 อ่อนตัวลง 16% มาที่ 646 ล้านบาท แต่คาดว่ากำไรในปี 55 จะฟื้นจขึ้น 46% เป็น 942 ล้านบาท           - THAI: ระยะสั้นดูเหมือนจะย่ำแย่กว่าที่เราคาด เรายังคงแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 45.8 บาทหลังจากการประชุม Analyst Meeting เมื่อวานนี้ เราเชื่อว่าราคาหุ้นของ THAI จะยังคง Underperform ตลาดต่อไปในระยะสั้น เนื่องจากเราคาดว่า THAI จะมีผลประกอบการงวด 2Q54 ขาดทุนที่ 3.5 พันล้านบาท และคาดว่าผลประกอบการปี 54 ของ THAI อาจจะมีผลการดำเนินงานขาดทุนเช่นกัน (ปัจจุบัน เรายังคงประมาณการกำไรทั้งปี 54 ที่ 8.1 พันล้านบาท ขณะที่ Consensus ประมาณการกำไร 9.7 พันล้านบาท) เนื่องจากต้นทุนค่า เชื้อเพลิงที่สูงและ Cabin load factor ที่แย่กว่าคาด รวมถึงจำนวนผุ้โดยสารปี 54 เราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง3%YoY (ประมาณการครั้งก่อนที่ 6-7%) เนื่องจากการลดลงของจำนวนผู้โดยสารสายการบินไปยุโรปและญี่ปุ่นโดยถ้าผลประกอบการงวด 2Q54 ออกมาย่ำแย่ตามที่กล่าวมา จะส่งผลให้ราคาพื้นฐานของเราปรับลดลงจาก45.8 บาท มาอยู่ที่ 44.5 บาท ปัจจุบันเรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 45.8 บาท เนื่องจากเราคาดว่าผลประกอบการงวด 4Q54 ของ THAI จะกลับมาดีขึ้นจากผลของฤดูกาลท่องเที่ยวและคาดว่าสายการบินไปญี่ปุ่นจะกลับมาบินได้ตามปกติอีกครั้ง รวมถึงครึ่งปีหลัง THAI จะมีเครื่องบินหลังจากปรับปรุงที่นั่งโดยสารจำนวน 6 ลำ กลับมาให้บริการอีกครั้ง (THAI จะได้รับมอบเดือนละ 1 ลำ) ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในสายการบินไปยุโรป ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงของ THAI คือ ปัจจัยการเมืองหลังเลือกตั้งซึ่งอาจจะส่งผล กระทบต่อจำนวนผู้โดยสาร           - Contractor sector: รฟม. จะเปิดซองประมุล โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียววันนี้รฟม. จะเปิดซองเสนอราคาประกวดจ้างก่อสร้างงานโยธา สัญญาที่ 1 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่ง -สมุทรปราการ ในวันนี้ โดยในโครงการดังกล่าว เป็นงานก่อสร้างทางวิ่งยกระดับ ระยะทาง 12.6 ก.ม. มูลค่า 1.72 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ผ่านคุณสมบัติทางเทคนิค 3 ราย คือ ITD CK และ STEC อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สร้างโครงการก่อนหน้านี้ ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง คือ ITD ดังนั้น เราจึงคาดว่า ITD จะเป็นผู้ชนะในการประมูลนี้ และจะส่งผลให้ ITD ดูโดดเด่นสุดในการเก็งกำไร แต่สำหรับการประมาณการของเรา ได้รวมมูลค่าโครงการนี้เข้าไปแล้วและปัจจุบัน ITD ยังมีงบการเงินที่อ่อนแอ เราจึงยังคงคำแนะนำ Underperform ด้วยราคาพื้นฐาน 3.80 บาท สำหรับ ITD และ top pick ของเราจึงยังคงเป็น STEC (คำแนะนำซื้อ, ราคาพื้นฐาน 17.30 บาท) อยู่   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (susheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)             Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 22,800-23,000 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ระยะสั้นแกว่งลงมาแต่ยังดูไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากกำลังตั้งหลักที่แนวรับบริเวณ $1,512-1,511 และถ้าสามารถยืนได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นต่อ โดยมีต้านที่ $1,524, $1,532 และ $1,546 ซึ่งต้องค่อยๆเลาะกลับขึ้นไป สำหรับแนวโน้มระยะกลางถึงยาวยังคงอยู่ในทิศทางซิกแซกขึ้นต่อ           สำหรับ Gold Futures (GFM11) ทาง Technical อาจกำลังแกว่งตามราคาทองโลก โดยมีแนวรับที่ 22,110 และ 22,070-22,020 และถ้าหลุดแนวรับลงมาอีกอาจแกว่งได้แรง เรายังคงคำแนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 22,800-23,000 SET50 Futures: S50M11 ดูมีความเสี่ยง เราแนะนำ 2 กลยุทธ์จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50M11 อาจลงไปทดสอบที่ 708-706 โดยถ้าไม่สามารถยืนได้ มีโอกาสลงต่อไปที่ 698 และ/หรือ 692 กลยุทธ์การลงทุน :           1) กรณี Long แนะนำให้ขายทำกำไรส่วนที่เหลือ และรอดูจังหวะต่อไปก่อน           2) กรณี Short แนะนำให้เปิด Short กรณีที่ S50M11 หลุด 706 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรที่ 698 และ/หรือ 692 โดยใช้ Stop loss ที่ 723 (S50H11 มีแนวต้าน 723, 726 และ 730 แนวรับ 706 และ 698)   MARKET EVENT   Thai Event           - 20/06/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออก           -20/0611 ตลาดอนุพันธ์ เปิดซื้อขายสัญญาซื้อขายโลหะเงินล่วงหน้าหรือซิลเวอร์ฟิวเจอร์ส (Silver Futures)           - 22/06/11 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ สัญญาที่ 1           - 30/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค.           - 01/07/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ           - 03/07/11 วันเลือกตั้งทั่วไป           - 13/07/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย   World Event           - 16/06/11 Housing Starts*           - 16/06/11 Jobless Claims*           - 16/06/11 Philadelphia Fed Survey*           - 17/06/11 Consumer Sentiment               กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 16 มิ.ย. 2554

Advertisement Replay Ad
หุ้นปิดบวก 2.65 จุด เพิ่มขึ้น 652 หลักทรัพย์

หุ้นปิดบวก 2.65 จุด เพิ่มขึ้น 652 หลักทรัพย์

Dual Momentum Model : 22/11/2017

Dual Momentum Model : 22/11/2017

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 22 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 22 พฤศจิกายน 2560

AT THE Market (#ATM) : 22/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 22/11/2017

Chart Insight Afternoon , 22 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 22 Nov 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 22 พ.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 22 พ.ย. 2017

BCP - Buy : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) - BCP

BCP - Buy : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) - BCP

ZOOM : 22/11/2017

ZOOM : 22/11/2017

Equity Play of the day : 22/11/2017

Equity Play of the day : 22/11/2017

Traders Spectrum : 22/11/2017

Traders Spectrum : 22/11/2017

Daily Trading Focus : 22/11/2017

Daily Trading Focus : 22/11/2017

Thailand in focus : 22/11/2017

Thailand in focus : 22/11/2017

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

CK - บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

Daily Strategy : 22/11/2017

Daily Strategy : 22/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 22/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 22/11/2017

Analyst Note - Banking : 22/11/2017

Analyst Note - Banking : 22/11/2017

Sector Update : contractor : 22/11/2017

Sector Update : contractor : 22/11/2017

LANNA - Buy : บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) - LANNA

LANNA - Buy : บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) - LANNA

SMART PICK : 22/11/2017

SMART PICK : 22/11/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์