Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

เรายังคงเก็งกำไรในตลาดขาลงระยะเดือน           ในสัปดาห์นี้เราคาดว่าตลาดยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้ในประเทศกรีซ ในวันที่ 23-24 มิ.ย. นี้ อีกทั้งในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า จะมีปัจจัยสนับสนุนการเก็งกำไร เช่น เรื่องการเมือง รวมถึงการทำwindow dressing อย่างไรก็ตามเรายังมองว่าการปรับขึ้นรอบนี้เป็นการปรับขึ้นในตลาดขาลงระยะกลาง โดยมองว่าช่วงต้นไตรมาสที่ 3 ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับฐานจากการหมดลงของ QE2 ประกอบกับเชื่อว่าความกังวลเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะยังคงมีอยู่อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนระยะยาว การปรับฐานที่เกิดขึ้นจะเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเราเชื่อว่าการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกเป็นเหตุผลชั่วคราวจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วงนี้ จะเป็นผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อลดลงในอนาคต และเรายังคงมั่นใจถึงความแข็งแกร่งของกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยใหม่ และคงเป้าหมาย SET index ปีนี้ที่ 1250 จุด           กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: การประชุมเพื่อแก้ปัญหากรีซในวันที่ 23-24 มิ.ย. จะหนุนให้ตลาดปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเรามองเป็นโอกาสในการเก็งกำไรได้ โดยมองว่าตลาดยังอยู่ในจังหวะการแกว่งตัวขึ้น และทดสอบแนวต้านทางเทคนิคที่ 1050 อย่างไรก็ตามหากเรามองผิด การแก้ปัญหาหนี้ประเทศกรีซ ไม่ประสบผลสำเร็จ จะทำให้หุ้นมี Downside risk โดยให้ใช้จุด stop ทางเทคนิคประกอบด้วย แนะนำเก็งกำไรหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารและอสังหาฯ ได้บางส่วนจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ BBL KTB SCB SPALI LPN STEC หรือหุ้นกลุ่มส่งออกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง TUF CPF และ SVI หรืออาจเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาสที่ 2 จะออกมาดี และมีการจ่ายเงินปันผลในงวดครึ้งปีเช่น CPF TVO HMPRO BAFS ADVANC MAJOR MCOT และ SPALI เป็นต้นและสุดท้ายเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะมีการทำ window dressing เช่น TOP MINT BTS LPN SPALI STEC TICON TISCO SF             กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): แม้ว่าเราจะมองตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงในช่วงไตรมาสที่ 3/54 แต่เรายังคงมีมุมมองเหมือนเดิมว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้นโดยเราเชื่อว่า stagflation หรือ Double dip ที่กังวลกันยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย โดยเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงช่วงนี้ เป็นผลเพียงแค่ระยะสั้น จากเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น   ECONOMICS & POLITICS   ปัจจัยสัปดาห์นี้           ปัจจัยต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยหลักกำหนดทิศทางในตลาดหุ้นอยู่ โดยในสัปดาห์นี้ต้องติดตามพัฒนาการของการแก้ปัญหาหนี้ของประเทศกรีซ โดยในวันที่ 24 มิ.ย.จะมีการประชุมของ EU เพื่อแก้ปัญหาหนี้ นอกจากนี้ติดตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ยังคงปรับลดลง แถลงการณ์หลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ วันที่ 21-22 มิ.ย. รวมไปถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิเครื่องชี้วัดที่อยู่อาศัย และยอดสั่งซื้อสินค้า คงทน สำหรับปัจจัยในประเทศติดตามสถานการณ์การเมือง และการรายงานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามปัจจัยในประเทศคงไม่มีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นเท่าไรนัก           - กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า เตรียมเปิดเจรจาเอฟทีเอ ไทยออสเตรเลีย รอบสอง เพื่อให้ออสเตรเลียเปิดนำเข้าสินค้าที่ยังไม่ได้ลดภาษี 0% ให้ไทยอีก 224 รายการ ซึ่งจะทำให้สินค้าส่งออกกลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ถุงมือยางพลาสติกประดับเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องหนังได้ประโยชน์มีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้น           - สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้มีบริษัทจำนวน 48 บริษัทออกตั๋วเงินระยะสั้น หรือบี/อี คิดเป็นมูลค่า 5 แสนล้านบาท เนื่องจากดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยในจำนวนนี้มียอดคงค้างสุทธิ 1.5 แสนล้านบาท           - ผู้ว่าการ ธปท. เผยกรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้ ธปท.ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้ภาคเอกชนปรับตัว เห็นว่า ที่ผ่านมา กนง. ก็ทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 13ก.ค. นี้ เชื่อว่า กนง. คงนำทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องเข้าพิจารณา รวมถึงผลของการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. นี้ ด้วย           - ผู้ว่าการธปท.กล่าวว่า การขาดทุน 1.17 แสนล้านบาทของ ธปท.ไม่ถือว่าน่าห่วง เพราะเป็นการขาดทุนทางบัญชี พร้อมยืนยันไม่ได้เลิกล้มแผนจัดตั้งกองทุนความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อนำทุนสำรองระหว่างประเทศไปหาผลตอบแทนที่ดี ขณะที่โดยอยู่ระหว่างศึกษา           - ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป โบรกเกอร์ในตลาดอนุพันธ์จะปรับเปลี่ยนวิธีการคิดค่าคอมมิชชัน ซึ่งจะทำให้ค่าคอมมิชชันของนักลงทุนรายบุคคลถูกลง และการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตค่าคอมมิชชันต่ำกว่าการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด ประเด็นการเมือง           - \"สุวิทย์\" พบอดีตประธาน คกก.มรดกโลกก่อนบินไปร่วมประชุม คกก.มรดกโลก เจรจาเลื่อนแผนบริหารปราสาทพระวิหารของกัมพูชา หวังสมาชิกหันมาหนุนไทย คาด 23-24 มิ.ย.รู้ผล           - พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดนโยบาย 100 บาท 100 วัน โดยให้ฝากเงิน 100 บาท ติดต่อกัน 100 วัน แล้วจะได้รับสินเชื่อจากธนาคารของรัฐ 1 แสนบาท จากนั้นต้องจ่ายเงินคืน 200 บาท/วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: โตโยต้า มอเตอร์ คาดการณ์ว่า การผลิตรถเกือบทั้งหมดของบริษัทในอเมริกาเหนือจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในช่วงต้นเดือนก.ย.นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าอาจเป็นเดือนพ.ย. เนื่องจากอุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้นตัวขึ้นมาก           - กลุ่มน้ำตาล: สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานน้ำตาล ได้ปิดหีบอ้อยเรียบร้อยแล้ว โดยผลผลิตอ้อยปีนี้มีปริมาณถึง 95.4 ล้านตัน จากประมาณการไว้ 66 ล้านตัน ได้ผลผลิตน้ำตาล 9.63 ล้านตัน ส่งผลให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ต้องกู้เงินมาเพิ่มค่าอ้อย 105 บาท/ตัน ตามที่ครม. มีมติไว้ สูงกว่าที่เคยประมาณการไว้ว่าจะกู้ 6.9 พันล้านบาท ต้องเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท และคาดว่าเงินตรงนี้จะใช้หนี้หมดในช่วงปลายปีนี้           - กลุ่มประกัน: คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยภาพรวมธุรกิจประกันภัยไทยในเดือนเมษายน 2554 ว่า ขยายตัว 13.58% เมื่อเทียบกับปีก่อนมีเบี้ยประกันภัยรับทั้งสิ้น 33,944ล้านบาท โดยธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับ 23,016 ล้านบาทขยายตัว 11.99% เมื่อเทียบกับปีก่อนและธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยรับ 10,928 ล้านบาทขยายตัว 17.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน           - กลุ่มท่องเที่ยว: กระทรวงการคลังรายงานว่า จากการรวบรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศในเดือน พ.ค. 2554 พบว่ายังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยมีจำนวน 1.37 ล้านคน ขยายตัวถึง 65.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเมินปีนี้ยอดคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร่วม 1,000 ล้านบาท จึงคาดว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยจะเพิ่มขึ้นจาก14 ล้านคน เป็น 17 ล้านคน ซึ่งจะสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล           - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์, กลุ่มนิคมฯ: สถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานผลิตรถยนต์และโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อยู่ระหว่างเร่งขยายโรงงานหรือสร้างโรงงานใหม่จำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ในอนาคตที่มีแนวโน้มสูงทั้งตลาดใน ประเทศ และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ส่งผลให้ในปี2555 กำลังการผลิตรถยนต์ในไทยจะมีเพิ่มอีก 4 แสนคัน อาทิ ค่ายฟอร์ด ผลิตรถยนต์นั่งและปิกอัพค่ายซูซูกิและมิตซูบิชิผลิตรถอีโคคาร์ เมื่อ รวมกับกำลังผลการผลิตเดิมก็จะเป็น 2.7 ล้านคันต่อปี           - กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล: ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ไม่เห็นด้วยกับการรับรีไฟแนนซ์บัตรเงินสดตามคำสั่งของ รมว.คลัง หลังจากที่ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ร่วมมือกันรีไฟแนนซ์หนี้ดีบัตรเครดิตดอกเบี้ย 3% ไปแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีเงื่อนไขที่เข้มข้น ทำให้ผู้ถือบัตรเครดิตที่ต้องการรีไฟแนนซ์ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้   EXTERNAL FACTOR           - ดัชนี DJ เพิ่มขึ้น 42.84 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 12,004.36 จุด ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 3.86 จุด หรือ0.30% ปิดที่ 1,271.50 จุด แต่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลง 7.22 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 2,616.48 จุด โดยคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจขยายตัวได้ปานกลาง แม้ว่าปัจจัยด้านราคาก๊าซและอาหารที่พุ่งสูง ตลอดจนสถานการณ์ในตลาดที่อยู่อาศัยที่ซบเซาจะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตลอดฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ ปัญหาหนี้กรีซที่เริ่มส่งสัญญาณในแง่บวกก็เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวขึ้น โดยนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า โครงการช่วยเหลือกรีซครั้งใหม่นี้จำเป็นต่อกรีซ และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในโครงการนี้ควรเป็นไปด้วยความสมัครใจ ขณะเดียวกัน นายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้แต่งตั้งนายเอแวนเจลอส เวนีเซลอส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนใหม่ในการปรับคณะรัฐมนตรี ท่ามกลางความพยายามที่จะผลักดันความเห็นชอบในมาตรการรัดเข็มขัดที่จำเป็นต่อการทำให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น USD9.20 มาปิดที่ระดับ USD1,539.10 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และนักลงทุนคลายความกังวลในเรี่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว           - ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง USD1.94 /bbl ปิดที่ USD93.01/bbl ต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเนื่องจากนักลงทุนในตลาดน้ำมันยังคงไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤตหนี้ของกรีซ           - ค่าระวางเรือปรับลดลง 1 จุด หรือ 0.07% เป็น 1,423           - นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้แต่งตั้งนายเอแวนเจลอส เวนีเซลอส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนใหม่ในการปรับคณะรัฐมนตรี ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นอย่างกะทันหัน           - กองทุน ไอเอ็มเอฟ ประกาศว่าจะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือกรีซต่อไป โดยที่กรีซจะต้องปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ.           - สำนักงานป้องกันอุทกภัยของจีน รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ ช่วง2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักทางภาคตะวันออกของจีนเพิ่มสูงสุดในรอบ 50 ปี ขณะที่หลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนบน 2 ฟากฝั่งแม่น้ำแยงซี           - รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า คณะทำงานกำลังวางแผนปรับขึ้นภาษีการบริโภค เพื่อนำมาชดเชยกับค่าใช้จ่ายด้านการประกันสังคมที่สูงขึ้น โดยจะเริ่มหลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นกว่านี้ พร้อมกันนี้ยังได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น แก้ปัญหาเงินฝืด   TODAY’S REPORTS           - CPN:เผยแผนธุรกิจ จะเพิ่มศูนย์การค้า 40-50 แห่ง ภายใน 10 ปีCPN เผยแผนธุรกิจ จะเพิ่มศูนย์การค้า 40-50 แห่ง ภายใน 10 ปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยภายในสิ้นปีนี้จะมี 19 แห่ง และในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะขยายเพิ่ม 10 แห่งก่อน คาดจะใช้เงิน 50-60 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าแผนธุรกิจนี้เป็นการตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของ CPN และจะช่วยหนุนราคาหุ้นให้ปรับเพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นความเสี่ยงหลักของ CPN ก็ยังคงเป็นปัญหาทางการเมือง เราจึงยังคงมุมมองแนวอนุรักษ์ และคงประมาณกำไรปี 54 และราคาพื้นฐานที่ 30 บาท คงคำแนะนำ Neutral   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา (susheel.n@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0021)             Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 22,800-23,000 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ระยะสั้นแกว่งลงมาแต่ยังดูไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากกำลังตั้งหลักที่แนวรับบริเวณ $1,512-1,511 และถ้าสามารถยืนได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นต่อ โดยมีต้านที่ $1,532 และ$1,546 ซึ่งต้องค่อยๆเลาะกลับขึ้นไป สำหรับแนวโน้มระยะกลางถึงยาวยังคงอยู่ในทิศทางซิกแซกขึ้นต่อ           สำหรับ Gold Futures (GFM11) ทาง Technical อาจกำลังแกว่งตามราคาทองโลก เรายังคงคำแนะนำให้ถือLong GFM11 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 22,280 และ 22,340 ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ ให้แบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 22,800-23,000 โดยมีแนวรับของการแกว่งที่ 22,110 และ 22,070-22,020           SET50 Futures: S50M11 ดูมีความเสี่ยง เราแนะนำ 2 กลยุทธ์จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50M11 หลุดแนวรับที่ 708-706 ลงมาเล็กน้อย โดยถ้าไม่สามารถยืนได้ มีโอกาสลงต่อไปที่ 698 และ/หรือ 692 กลยุทธ์การลงทุน :           1) กรณี Long แนะนำให้รอดูจังหวะต่อไปก่อน           2) กรณี Short แนะนำให้ถือ Short หลังจากเปิดสถานะตอนที่ S50M11 หลุด 706 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรที่ 698 และ/หรือ 692 โดยใช้ Stop loss ที่ 723 (S50H11 มีแนวต้าน 716-717, 723, 726 และ 730 แนวรับ 704-703, 698 และ 692)   MARKET EVENT   Thai Event           - 20/06/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออก           - 20/0611 ตลาดอนุพันธ์ เปิดซื้อขายสัญญาซื้อขายโลหะเงินล่วงหน้าหรือซิลเวอร์ฟิวเจอร์ส (Silver Futures)           - 22/06/11 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ สัญญาที่ 1           - 30/06/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค.           - 01/07/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ           - 03/07/11 วันเลือกตั้งทั่วไป           - 13/07/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย   World Event           - 21/06/11 Existing Home Sales*           - 22/06/11 FOMC Meeting Announcement*           - 23/06/11 Jobless Claims*           - 23/06/11 New Home Sales*           - 24/06/11 Durable Goods Orders*           - 24/06/11 GDP*             กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ Wichaya.w@kasikornsecurities.com, +662 696-0038             โดย บริษัทหลักทรัพย์ จำกัด ประจำวันที่ 20 มิ.ย. 2554

Advertisement Replay Ad
CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

CK - Buy : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - CK

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

THAI - บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) - THAI

Dual Momentum Model : 23/11/2017

Dual Momentum Model : 23/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 23/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 23/11/2017

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

Daily Market Monitor : 23/11/2017

Daily Market Monitor : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - Telecom : 23112017

Sector Update - Telecom : 23112017

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

ZOOM : 23/11/2017

ZOOM : 23/11/2017

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

Thailand in focus : 23/11/2017

Thailand in focus : 23/11/2017

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์