รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

สรุปภาพตลาด           ตลาดหุ้นไทยวานนี้บวกขึ้นตามตลาดในภูมิภาค หลังจากร่วงลงมากในวันก่อนหน้า โดยวานนี้นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์และพลังงาน รวมถึงอาหาร ช่วยพยุงดัชนีให้เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกได้ อย่างไรก็ตามปริมาณการซื้อขายไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนรอผลการลงมติผ่านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐสภากรีซ สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ   แนวโน้มตลาด           วันนี้ตลาดคงจับตาไปที่ประเด็นกรีซเป็นหลัก โดยถ้ารัฐสภาของกรีซสามารถผ่านมาตรการรัดเข็มขัดได้ คาดว่าตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ เนื่องจากกรีซก็จะสามารถได้รับเงินช่วยเหลือจาก ECB และ IMF ซึ่งทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนดเร็วๆนี้ได้ ในครั้งนี้ที่ตลาดไม่ยอมเก็งกำไรก่อนเนื่องจากเสียงของรัฐบาลกรีซนั้นเกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และนักลงทุนไม่สามารถไว้ใจนักการเมืองได้ “ว่าจะทำในสิ่งที่ควรทำหรือไม่” อย่างไรก็ตาม ถ้าทราบว่าสามารถผ่านได้หุ้นที่น่าจะเป็นผู้นำขึ้นหลักน่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มแบงค์ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านได้ นักลงทุนก็ควรลดพอร์ตถือเงินสดแทน           ปัจจัยตลาดในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่ารัฐสภากรีซจะผ่านร่างมาตรการรัดเข็มขัดระยะ 5 ปี ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่สำคัญของการรับเงินช่วยเหลืองวดใหม่จาก IMF และ EU นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานราคาบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสหรัฐ คาดตลาดจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ในวันนี้             คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1333   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด           มูดี้ส์ลดอันดับเครดิตโตโยต้า ชี้ต้องใช้เวลาฟื้นผลประกอบการ: มูดี้ส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกันของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปลงสู่ระดับ Aa3 จาก Aa2 และจะทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวโดยมีแนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากโตโยต้ายังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่ผลการดำเนินงานจะกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง           คาดสหรัฐไม่เลื่อนกำหนดเส้นตายเพิ่มเพดานหนี้จาก 2 ส.ค.: นายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ ไม่มีแนวโน้มที่จะเลื่อนกำหนดเส้นตายในการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐออกไปจากวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งหมายความว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบามาและสภาคองเกรสยังมีเวลาราว 1 เดือนในการบรรลุข้อตกลงปรับเพิ่มเพดานหนี้จาก 14.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หากสหรัฐไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ก่อนวันที่ 2 ส.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐจะไม่มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งรวมถึงการจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งการที่รัฐบาลสหรัฐชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัดชำระหนี้จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างมากต่อตลาดการเงิน และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตกำลังขัดแย้งกันในเรื่องมาตรการปรับลดงบใช้จ่ายและปรับเพิ่มเพดานหนี้ โดยพรรครีพับลิกันต่อต้านการปรับขึ้นภาษี แต่พรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวยืนยันว่าการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณสหรัฐต้องอาศัยการปรับเพิ่มภาษี เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐมีรายได้กว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์จากภาษีเงินได้นิติบุคคลนับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. แต่ตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐ และกระทรวงการคลังสหรัฐกู้เงินเฉลี่ยราว 1.25 แสนล้านดอลลาร์/เดือน เพื่อใช้ในภาระผูกพันต่างๆ ซึ่งรวมถึงการจ่ายสวัสดิการสังคมให้ผู้สูงอายุและผู้พิการชาวสหรัฐ โดยสหรัฐมีกำหนดต้องชำระหนี้กว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ในเดือน ส.ค.           เฟดวิพากษ์กฎหมายภาษีสหรัฐมีส่วนทำลายเสถียรภาพทางการเงิน: นายนารายานา โคเชอร์ลาโคทา ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนิอาโปลิส และเป็นสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงในคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (FOMC) ในปีนี้ กล่าวว่า สมาชิกสภาคองเกรสควรแก้ประมวลกฎหมายภาษีเพื่อให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจลดการกู้ยืม โดยการกู้ยืมดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน เนื่องจากประมวลกฎหมายภาษีของสหรัฐในปัจจุบันอนุญาตให้ภาคครัวเรือนนำดอกเบี้ยที่จ่ายให้สินเชื่อจำนองบ้านมาหักลดหย่อนภาษีได้ และอนุญาตให้ภาคเอกชนนำดอกเบี้ยที่จ่ายให้เจ้าหนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้น ผู้กำหนดนโยบายสามารถลดความเป็นไปได้ในการเกิดวิกฤติครั้งใหม่ด้วยการจำกัดการหักลดหย่อนภาษีประเภทนี้ เพราะการหักลดหย่อนภาษีดังกล่าวสนับสนุนให้เกิดการกู้ยืมเงินในระดับที่มากเกินไป และผู้กำหนดนโยบายสามารถใช้มาตรการจูงใจทางภาษีในการกระตุ้นการเป็นเจ้าของบ้านด้วยการกำหนดให้หักลดหย่อนภาษีในส่วนของเงินดาวน์บ้าน เพราะนโยบายดังกล่าวจะช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านโดยไม่สนับสนุนการก่อหนี้จำนอง นอกจากนี้ ผู้กำหนดนโยบายสามารถปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลลงได้เพื่อกระตุ้นการลงทุนในภาคธุรกิจ           \"มาร์ค โมเบียส\" เตือนเงินเฟ้อในตลาดเกิดใหม่อาจสูงกว่า 10% ในปีนี้: นายมาร์ค โมเบียส นักลงทุนผู้เชี่ยวชาญในตลาดเกิดใหม่ของบริษัทแฟรงคลิน เทมเพิลตัน กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในตลาดเกิดใหม่อาจพุ่งขึ้นสู่ตัวเลขสองหลัก ขณะที่อัตราเฉลี่ยการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่อาจอยู่ที่ 6% ในปีนี้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสนใจคือ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง เพราะหากอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคาร ประชาชนก็มีแนวโน้มที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ระบุว่า การลงทุนของเอกชนในตลาดเกิดใหม่จะอยู่ที่ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2011           โผหุ้นรุ่ง-ร่วงจากการเลือกตั้ง 3 ก.ค.: จากข้อมูลในอดีตพบว่าการเลือกตั้งมักทำให้ปรับขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวโดดเด่นในการเลือกตั้ง 7 ครั้งในปี 2535-2550 หุ้นกลุ่มสื่อสารได้รับการจับตามอง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยต้องการเปิดเสรีภาคโทรคมนาคมซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ ADVANC และ THCOM อย่างไรก็ดี TRUE จะได้รับผลกระทบหากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ขณะที่บริษัทกำลังถูกตรวจสอบกรณีทำข้อตกลงดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G กับ บมจ.กสท โทรคมนาคม (กสท) ส่วน SC พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีในเดือน พ.ค. และนักลงทุนบางส่วนมองว่าหากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำรัฐบาลจะส่งผลดีต่อบริษัท มีการคาดกันว่าหุ้นกลุ่มสื่อและค้าปลีกเป็นกลุ่มที่ปรับตัวดีที่สุด เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นจากการที่พรรคการเมืองและหน่วยงานของรัฐใช้จ่ายในการรณรงค์เพื่อการเลือกตั้ง โดย CPALL ติดกลุ่มน่าซื้อ ขณะที่การใช้จ่ายด้านโฆษณาจะเป็นปัจจัยบวกต่อ BEC, MCOT, MAJOR, WORK และ TKS หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งจะมีการใช้จ่ายมากขึ้นในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหุ้นที่จะได้ประโยชน์คือ GLOBAL และ HMPRO อย่างไรก็ดี คาดกันว่ารัฐบาลชุดใหม่อาจทบทวนนโยบายในรัฐวิสาหกิจ เช่น PTT, THAI, KTB และ MCOT นอกจากนี้ รัฐบาลชุดใหม่อาจทบทวนโครงการสาธารณูโภคที่อนุมัติโดยรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งจะกระทบ ITD, CK และ STEC           PTT คาดท่อก๊าซฯ รั่วกระทบกำไรสุทธิปีนี้ไม่มาก คาดซ่อมเป็น \"สัปดาห์\": PTT คาดกำไรสุทธิปีนี้จะถูกกระทบจากเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่วในทะเล แต่เชื่อว่าจะไม่มากนักและคาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมเป็น \"สัปดาห์\" สำหรับความเสียหายครั้งนี้ ผู้รับเหมาในโครงการสร้างท่อส่งก๊าซฯ ย่อยจะเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเหตุท่อส่งก๊าซฯ รั่วครั้งนี้ เกิดจากอุบัติเหตุเรือที่รับหน้าที่วางท่อส่งก๊าซฯของแหล่งผลิตปลาทอง 2 ได้วางสมอเรือไปเกี่ยวเข้ากับระบบท่อก๊าซฯ บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างท่อก๊าซฯ หลัก เส้นที่ 1 และท่อกิ่งของแหล่งก๊าซฯ ปลาทอง และ PTT เตรียมนำเข้าน้ำมันเตาเพื่อเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าทดแทนปริมาณก๊าซฯ ที่หายไป โดยในเบื้องต้นพบว่าท่อส่งก๊าซฯ ที่ได้รับความเสียหาย เป็นท่อย่อยขนาด 24 นิ้ว และในวันที่ 29 มิ.ย. นี้ จะส่งนักประดาน้ำลงไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพความเสียหายซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรออุปกรณ์จากสิงคโปร์ หากสามารถปิดวาล์วก๊าซฯ เฉพาะส่วนท่อย่อยได้ จะทำให้มีปริมาณก๊าซฯ หายไปเพียง 150 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งเป็นขีดความสามารถส่งก๊าซฯ ของท่อย่อยที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น และไทยจะไม่ขาดแคลนไฟฟ้าเพราะ PTT จะจัดหาเชื้อเพลิงอื่นทดแทนก๊าซฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาน้ำมันเตาจากสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะนำเข้ามาประมาณ 30 ล้านลิตร ใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 2-3 วัน ปัจจุบัน PTT มีปริมาณน้ำมันเตาสำรอง 50 ล้านลิตร ส่วนต้นทุนค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเพียงใดขึ้นอยู่กับระยะเวลาการซ่อมแซม หากระยะเวลาไม่นานจะใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะกระทบค่าไฟฟ้าไม่มากนัก ทั้งนี้ เหตุท่อส่งก๊าซฯ รั่วในทะเลทำให้ PTT ต้องหยุดส่งก๊าซฯ จากท่อหลักเส้นที่ 1 ทั้งหมด ทำให้ปริมาณก๊าซฯ หายไปราว 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน จากขีดความสามารถทั้งหมดที่ 4,400 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และโบรกเกอร์หลายแห่งประเมินว่า เหตุดังกล่าวจะกระทบกำไรสุทธิของ PTT ในระดับหลักสิบล้านบาท/วัน จากมาร์จิ้นในส่วนค่าผ่านท่อก๊าซฯ กำไรจากโรงแยกก๊าซฯ และการแบกรับต้นทุนในส่วนการจัดหาเชื้อเพลิงมาทดแทน           ศาลยกคำร้องขอประกันตัว \"จตุพร\" ไปเลือกตั้ง \"สดศรี\" ชี้อาจมีปัญหาคุณสมบัติ: ศาลอาญา มีคำสั่งยกคำร้องขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตหนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช. เพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ทนายกำลังพิจารณาว่า อาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลอาญาอีกครั้งในการขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว 1 วัน หรือจะยื่นคำร้องขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้ข้อเท็จจริงอื่นที่อาจทำให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งปล่อยตัวได้ ซึ่งคาดว่าจะยื่นคำร้องอีกครั้งในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ นางสดศรี สัตยธรรม หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต. จะรอฟังคำวินิจฉัยของศาลว่าจะให้ปล่อยตัวมาใช้สิทธิ์หรือไม่ หากมีคำวินิจฉัยอย่างไร จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกต. โดยจะต้องพิจารณาในส่วนของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ว่าขณะเป็นผู้สมัครถือว่าขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ระบุว่า สมาชิกพรรคต้องไม่ถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง ดังนั้น ถ้าถึงวันเลือกตั้ง พบว่า ศาลไม่อนุมัติให้ออกมาใช้สิทธิ กกต. จะต้องพิจารณาคุณสมบัติของนายจตุพรอีกครั้ง             ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662) 618-1336   รายงานวันนี้ หุ้น: CK-BECL          คำแนะนำ: ซื้อ CK ขาย BECL          ราคาเป้าหมาย (บาท): CK 9.20 และ BECL 17.00 บาท           CK จะขายหุ้น 38% ใน SEAN ที่ราคา 25 บาทต่อหุ้นให้กับ CKP ซึ่งถือหุ้นโดย CK และ BECL  เป็นสัดส่วน 49% และ 42% ตามลำดับ           เราคาดว่า CK จะมีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 1.8 พันล้านบาท           หลังจากการขายอัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิของ CKจะลดลงเป็น 1.52 เท่า จาก 2.86 เท่า           สำหรับ BECL เงินลงทุนใน SEAN สูงกว่ามูลค่าเริ่มต้นลงทุนประมาณ 31%           เราปรับลดคำแนะนำสำหรับ BECL จาก “ถือ” เป็น “ขาย”   นักวิเคราะห์: ไชยธร ศรีเจริญ Tel. (662) 618-1344   หุ้น: PS          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 27.00           จากแหล่งข่าว InfoQuest CEO ของ PS กล่าวว่าอาจมีการปรับลดเป้าหมายยอดขายและรายได้จากต่างประเทศลง แต่ยังคงเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 42,000 ล้านบาท           เราไม่ได้ประหลาดใจกับการปรับลดเป้าหมายรายได้ในต่างประเทศเนื่องจากเราใส่รายได้จากต่างประเทศเข้าไปในประมาณการเพียงเล็กน้อย           เราคาดว่ายอดจองซื้อในไตรมาส 2/54 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% QoQ           มูลค่าถูกโดยซื้อขายที่ PER เท่ากับ 8.7 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-53 อยู่ 9.6 เท่า   นักวิเคราะห์: นฤมล เอกสมุทร Tel. (662) 618-1345             หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   ทันข่าว...ก้าวทันหุ้น           KAMART                    KAMART คาดไตรมาส 2/54 จะพลิกมีกำไรสุทธิจากขาดทุนสุทธิในไตรมาสแรก หลังไม่ต้องตั้งสำรองจำนวนมาก ขณะที่ยอดขายธุรกิจเครื่องสำอางขยายตัวมาก ช่วยหนุนให้ทั้งปีนี้จะสามารถทำกำไรสุทธิได้ (รอยเตอร์)             PS           PS คาดรายได้ปีนี้ต่ำกว่าเป้า 3.2 หมื่นล้านบาทเล็กน้อย โดยรายได้ต่างประเทศน้อยกว่าคาด และคาดว่ายอดขายในครึ่งปีแรกของปีนี้ที่ 2 หมื่นล้านบาท จากเป้าทั้งปีที่ 4.2 หมื่นล้านบาท โดยคาดอัตรากำไรสุทธิปีนี้จะอยู่ที่ 15-17% (รอยเตอร์)             SPCG           SPCG คาดบริษัทจะเพิ่มทุนในราวสิ้นไตรมาส 3/54 นี้ เพื่อระดมทุนราว 1 พันล้านบาท มาใช้ในการขยายธุรกิจ ทั้งนี้ SPCG จะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับบุคคลทั่วไป (PO) และบริษัทจะเข้าซื้อทรัพย์สินของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 2 โรง จากบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด มูลค่าไม่เกิน 1.3 พันล้านบาท (รอยเตอร์)             SORKON           SORKON คาดกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่าปีก่อน ตามการเติบโตของยอดขาย ขณะที่ภาระหนี้ที่ลดลง ช่วยให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทดีขึ้น และคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/54 จะปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังปรับราคาขายสินค้า ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น (รอยเตอร์)   Technical Analysis           Security: SCB           Position: ซื้อ           เป้าหมาย 110/112           Stop loss

Advertisement Replay Ad
ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 พฤศจิกายน 2560

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

ASL Afternoon Trade 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

Chart Insight Afternoon , 23 Nov 2017

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

BIG - บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - BIG

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

RS - Accumulate : RS PUBLIC COMPANY LIMITED - RS

Daily Market Monitor : 23/11/2017

Daily Market Monitor : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - ธุรกิจการเงิน/กลุ่มธนาคาร (BANK) : 23/11/2017

Sector Update - Telecom : 23112017

Sector Update - Telecom : 23112017

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TRUE - Buy : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) - TRUE

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

TASCO - Buy : บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) - TASCO

ZOOM : 23/11/2017

ZOOM : 23/11/2017

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - Hold : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

HANA - HANA MICROELECTRONICS PUBLIC COMPANY LIMITED - HANA

Thailand in focus : 23/11/2017

Thailand in focus : 23/11/2017

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

WHAUP - บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) - WHAUP

HANA - บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) - HANA

HANA - บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) - HANA

Thailand economy : 23/11/2017

Thailand economy : 23/11/2017

BDMS - บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

Daily Strategy : 23/11/2017

Daily Strategy : 23/11/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์