รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

สรุปภาพตลาด           ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง แต่มีแรงขายทำกำไรตามมาเป็นระยะ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีหยุดยาว 3 วัน และนักลงทุนบางส่วนไม่ต้องการถือสถานะข้ามสัปดาห์และต้องการรอดูผลการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มที่นำตลาดคือกลุ่มพลังงาน แบงค์ และอสังหาริมทรัพย์ ตามลำดับ สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ   แนวโน้มตลาด           เราคงทราบผลการเลือกตั้งไปเรียบร้อยแล้วแม้จะยังไม่เป็นทางการทั้งประเทศ มุมมองของตลาดจะมุ่งไปที่การจัดตั้งรัฐบาล และความมีเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ ซึ่งเราประเมินว่าเสียงของรัฐบาลที่มีเสถียรภาพควรเกิน 300 เสียงขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตลาดยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ ถ้ารัฐบาลมีเสถียรภาพมากก็ควรเน้นหุ้นที่มี Beta สูงและเติบโตสูง เรายังมองแนวต้านแรกของตลาดที่ 1,050 จุด หลังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันได้ถ้าทะลุไปได้แนวต้านถัดไปคือ 1,100 จุด           ปัจจัยตลาดในวันนี้มากจาก ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตที่สดใส ขณะที่นักลงทุนก็คลายความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตหนี้สินกรีซ ผลการเลือกตั้งมีโอกาสที่จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ คาดตลาดยังเดินหน้าต่อเนื่อง             คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1333   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด           กกต. เผยผลนับคะแนนไม่เป็นทางการที่ 98% เพื่อไทยจะได้ ส.ส. 264 คน และ ปชป.160 คน: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างไม่เป็นทางการ เฉลี่ย 98% ของจำนวนผู้ใช้สิทธิทั้งหมด ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. รวม 264 คน โดยเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 204 คน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) 60 คน ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้รับเลือกตั้งรวม 160 คน โดยจะมาจาก ส.ส. เขต 115 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 45 คน สำหรับผู้สมัครจากพรรคอื่น อาทิ พรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้ง รวม 34 คน จาก ส.ส. เขต 29 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 5 คน,พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับเลือกตั้งรวม 19 คน มาจาก ส.ส. เขต 15 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 4 คน, ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้รับเลือกตั้งรวม 7 คน มาจาก ส.ส. เขต 5 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 2 คน, พลังชล ได้รับเลือกตั้งรวม 7 คน มาจาก ส.ส. เขต 6 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน, พรรคมาตุภูมิ ได้รับเลือกตั้งรวม 2 คน มาจาก ส.ส. เขต 1 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน ขณะที่ พรรครักประเทศไทย ได้ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 4 คน, พรรครักษ์สันติ, มหาชน และประชาธิปไตยใหม่ ได้ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคละ 1 คน           ธปท. เตือนรัฐบาลใหม่ ไม่ควรกระตุ้นเศรษฐกิจมากไป หวั่นกดดันเงินเฟ้อเพิ่ม: นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตือนรัฐบาลใหม่ไม่ควรกระตุ้นเศรษฐกิจมากไป เพราะอาจทำให้เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และเป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดเงินที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลใหม่ใช้มาตรการการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากก็จำเป็นต้องเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน ส่วนการต่ออายุมาตรการค่าครองชีพจะช่วยลดเงินเฟ้อในระยะสั้นแต่แรงกดดันก็ยังมีอยู่           \"ฮาริสัน\" มองตลาดที่อยู่อาศัยคีกคักขึ้นใน H2/54 หลังผู้บริโภคชะลอดูการเมือง: บริษัท ฮาริสัน จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์ครบวงจร คาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในครึ่งหลังปีนี้จะกลับมาคึกคัก หลังจากช่วงนี้ผู้บริโภคยังรอดูผลการเลือกตั้งและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ ทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ สำหรับความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มยังคงเน้นไปที่คอนโดมิเนียมในเมือง ตามแนวรถไฟฟ้า รวมถึงส่วนต่อขยายใหม่ๆ ที่กำลังก่อสร้าง โดยราคาห้องชุดที่ขายดีและเป็นที่ต้องการของตลาด คือ ราคาประมาณ 2-3 ล้านบาท/ยูนิต ซึ่งลดลงจากเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 3-5 ล้านบาท/ยูนิต ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มจะเน้นพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น ทำให้ตลาดการซื้อขายที่ดินน่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้นในครึ่งหลังปีนี้           \"โกลด์แมน แซคส์\" แนะเพิ่มสินทรัพย์เสี่ยง ขณะวิกฤติหนี้กรีซเริ่มคลี่คลาย: โกลด์แมน แซคส์แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงในพอร์ทแล้ว เนื่องจากวิกฤติกรีซเริ่มคลี่คลายในขณะนี้ และระบุว่าอุปสรรคที่ขัดขวางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันแพงและปัญหาต่อระบบจัดส่งสินค้าของญี่ปุ่นจากเหตุแผ่นดินไหวเริ่มจางหายไปแล้ว ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกนี้ ราคาหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และพันธบัตรมีแนวโน้มปรับขึ้น โดยดัชนี MSCI สำหรับตลาดหุ้นโลกพุ่งขึ้น 2.6% ส่วนดัชนีรอยเตอร์/เจฟฟรีส์ ซีอาร์บี สำหรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 19 ประเภท ดีดตัวขึ้น 1.8% และดัชนีตลาดพันธบัตรชั้นนำปรับตัวขึ้นในแดนบวก           จีนคาดเศรษฐกิจโต 9.5% ส่วนเงินเฟ้อ +5.3% ช่วงครึ่งปีแรก: ศูนย์สารนิเทศของรัฐบาลจีน (SIC) คาดว่าครึ่งแรกของปีนี้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 9.5% แต่เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังคาดว่าจะชะลอลงเล็กน้อยจากครึ่งปีแรก ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จะเพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 4.5-5.5% ในครึ่งปีหลังและจะเพิ่มขึ้น 4.9% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 4% ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจะขยายตัวค่อนข้างเร็วในช่วง 6 เดือนข้างหน้าจากโครงการต่างๆ อาทิ แผนสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก แต่คาดว่านโยบายคุมเข้มสินเชื่อและการรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะถ่วงผลผลิตทางอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13.5% ในปีนี้ ซึ่งชะลอลงจาก 13.9% ในครึ่งปีแรก การส่งออกมีแนวโน้มว่าจะชะลอลงในครึ่งปีหลังเช่นกัน ขณะที่หยวนค่อยๆ แข็งค่าขึ้น ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น และต้นทุนการขอสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น ส่วนการส่งออกจะขยายตัวราว 21% ในปีนี้ และ 24.8% ในครึ่งแรกของปีนี้           \"เคน ฟิชเชอร์\" คาดวอลล์สตรีทกลับเข้าสู่ภาวะกระทิงในปีหน้า: นายเคน ฟิชเชอร์ นักลงทุนระดับมหาเศรษฐี กล่าวว่า ความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐเปิดโอกาสให้นักลงทุนปรับสถานะการลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมกับการที่ตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะกระทิงในปีหน้า นายฟิชเชอร์มองว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือ การซื้อหุ้นที่จะได้รับผลดีเมื่อตลาดกลับเข้าสู่ภาวะกระทิง และเขาเชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดตลาดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในปีนี้  นายฟิชเชอร์มองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มวัฏจักรระยะยาว โดยนายฟิชเชอร์ถือหุ้นในบริษัทที่มีมูลค่าต่ำซึ่งเป็นบริษัทที่จะได้แรงหนุนต่อเนื่องจากนวัตกรรมใหม่ เช่น นวัตกรรม cloud computing โดยเขาเลือกถือหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวตามวัฏจักรแทนที่จะถือหุ้นที่ทำธุรกิจ cloud computing โดยตรง เพราะหุ้นกลุ่มนวัตกรรมมักมีราคาสูงมาก หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวตามวัฏจักรระยะยาวนี้รวมถึงซีเกต เทคโนโลยี และเวสเทิร์น ดิจิตัล ซึ่งเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, ไมครอน เทคโนโลยี ซึ่งทำธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ และลิเนียร์ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้ผลิตวงจรรวม โดยนายฟิชเชอร์เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและถือหุ้นทั้ง 4 ตัวนี้ บริษัท 4 แห่งนี้มีมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับเท่ากับหรือต่ำกว่าตลาดโดยรวม โดยไมครอน เทคมี PER อยู่ที่เพียง 6 เท่าของผลกำไร ส่วนลิเนียร์มี PER อยู่ที่ราว 13 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับบริษัท NetApp ที่ทำธุรกิจ cloud computing โดย PER ของ NetApp อยู่ที่เกือบ 30 เท่าของผลกำไร นอกจากนี้ นายฟิชเชอร์จับตามองหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์และจะเพิ่มสถานะการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฟิชเชอร์ อินเวสท์เมนท์ ครอบครองหุ้นไฟเซอร์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และเมอร์ค แอนด์ โค แต่ไม่ได้ถือหุ้นแอมเจน เนื่องจากหุ้นกลุ่มนี้มักได้แรงหนุนในช่วงท้ายของภาวะตลาดกระทิง และได้ปัจจัยบวกจากการที่ประชากรรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (หรือรุ่นที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง) เข้าสู่วัยชรา ซึ่งประชากรกลุ่มนี้ยังคงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทกลุ่มนี้มี PER  เป็นตัวเลขหลักเดียวและครองสินค้าที่มีสิทธิบัตรซึ่งถือเป็นปัจจัยลบ เพราะสิทธิบัตรจะหมดอายุในอนาคตและบริษัทกลุ่มนี้ประสบความยากลำบากในการพัฒนายาตัวใหม่ โดยหุ้นกลุ่มนี้รวมถึงบริษัทผู้ผลิตยาขนาดใหญ่ เช่น ไฟเซอร์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, เมอร์ค แอนด์ โค และแอมเจน นอกจากนี้ นายฟิชเชอร์จับตามองหุ้นบริษัทที่มีซีอีโอชื่อดัง เช่น นางเออร์ซูลา เบิร์นส์ ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัทซีร็อกซ์ คอร์ป เนื่องจากในช่วงท้ายของภาวะกระทิง นักลงทุนจะได้เห็นซีอีโอที่พวกเขารักและซีอีโอที่พวกเขาเกลียด ซึ่งในช่วงต้นของภาวะกระทิงนั้น นักลงทุนไม่ได้เทิดทูนซีอีโอในฐานะของวีรบุรุษมากนัก แต่พวกเขามักยกย่องซีอีโอเหล่านี้ในช่วงท้ายของภาวะกระทิง ทั้งนี้ นายฟิชเชอร์เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฟิชเชอร์ อินเวสท์เมนท์ และบริหารหุ้นมูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเขาปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ เพราะเชื่อว่าตลาดเกิดใหม่ได้รับความนิยมมากเกินไป             ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662) 618-1336   รายงานวันนี้ หุ้น: BAY          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 33.00           เราคาดว่า BAY จะรายงานการขยายตัวของกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่ง 32% ในปี 2554 และ 31% ในปี 2555           BAY ปรับเพิ่มเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อปี 2554 จาก 8% เป็น 11%           ผู้บริหารคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีนี้           BAY ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2554 จาก 10% เป็น 12%   นักวิเคราะห์: สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม Tel. (662) 618-1341   กลุ่ม: รับเหมาก่อสร้าง          คำแนะนำ: ให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด          ราคาเป้าหมาย (บาท): -           เราเชื่อว่าเป็นเวลาที่ดีในการให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมากกว่าตลาดเนื่องจากการเมืองมีความมั่นคงมากขึ้น           การที่เพื่อไทยมีนโยบายโครงการขนาดใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ ITD เพียงรายเดียวเรามองว่าโครงการขนาดใหญ่จะเอื้อประโยชน์ต่องานรอรับรู้รายได้ของผู้รับเหมาทั้ง 3 ราย           ความกังวลเกี่ยวกับราคาวัสดุก่อสร้างลดลงเนื่องจากภาคอสังหาฯของจีนเริ่มชะลอตัว   นักวิเคราะห์: ไชยธร ศรีเจริญ Tel. (662) 618-1344             หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   ทันข่าว...ก้าวทันหุ้น           BGH                    BGH เตรียมลงทุน 35.79 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท อุดรพัฒนา (1994) ซึ่งทำโรงพยาบาลเอกอุดร ในจ.อุดีธานี ส่งผลให้กลุ่มบริษัทถือหุ้นในโรงพยาบาลดังกล่าว เพิ่มเป็น 28.17% (รอยเตอร์)             NEP           NEP คาดรายได้ไตรมาส 2/54 จะดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน และดีกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากบริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นกระสอบที่มีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้มาร์จิ้นดีขึ้น รวมถึงการขายสินทรัพย์ และบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตราว 40% จากปีก่อน หลังมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตกระสอบเป็น 250-300 ตัน/เดือน (รอยเตอร์)             PAF           PAF คาดปีนี้จะพลิกมีกำไรสุทธิ หลังขาดทุนติดต่อกันหลายปี ขณะที่บริษัทมีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่ม ทั้งในการผลิตรองเท้าให้กับยี่ห้อต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย (รอยเตอร์)             PB           PB คาดกำไรสุทธิปี 54 ใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ มีการปรับสูงขึ้นแล้ว 4% ขณะที่คาดยอดขายปีนี้เติบโต 16-17% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตทั้งจากสินค้าเก่าและใหม่ โดยในครึ่งหลังปีนี้ บริษัทมีแผนออกสินค้าใหม่อีกกว่า 10 ชนิด (รอยเตอร์)             SPC/SPI           SPC คงเป้ายอดขายปีนี้เติบโต 15% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วน SPI คาดกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่าปีก่อน หลังมองว่าจะมีเงินปันผลรับจากบริษัทลูกเข้ามามากขึ้น แต่ในส่วนรายได้รวมคาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน (รอยเตอร์)   Technical Analysis           Security: TOP           Position: ซื้อ           เป้าหมาย 78/80           Stop loss บัวหลวง ประจำวันที่ 4 ก.ค. 2554  

Advertisement Replay Ad
จิม โรเจอร์ส นักลงทุนรุ่นเก๋าเตือน 'ระวังฟองสบู่ Bitcoin'

จิม โรเจอร์ส นักลงทุนรุ่นเก๋าเตือน 'ระวังฟองสบู่ Bitcoin'

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 11.54 แตะ 1,695.84 จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 11.54 แตะ 1,695.84 จุด

Dual Momentum Model : 24/11/2017

Dual Momentum Model : 24/11/2017

ดัชนีหลักตลาดหุ้นจีนลงแรงท่ามกลางกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ย

ดัชนีหลักตลาดหุ้นจีนลงแรงท่ามกลางกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ย

บล.กสิกรคาดหุ้นปีหน้ามีโอกาสแตะ 1,800 จุด

บล.กสิกรคาดหุ้นปีหน้ามีโอกาสแตะ 1,800 จุด

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 24 พฤศจิกายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 24 พฤศจิกายน 2560

AT THE Market (#ATM) : 24/11/2017

AT THE Market (#ATM) : 24/11/2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 24 พ.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 24 พ.ย. 2017

ZOOM : 24/11/2017

ZOOM : 24/11/2017

STA - ทยอยซื้อ : บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) - STA

STA - ทยอยซื้อ : บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) - STA

Daily Market Monitor : 24/11/2017

Daily Market Monitor : 24/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 24/11/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 24/11/2017

BDMS - ทยอยซื้อ : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

BDMS - ทยอยซื้อ : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) - BDMS

SMART PICK : 24/11/2017

SMART PICK : 24/11/2017

MBK - Buy : บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) - MBK

MBK - Buy : บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) - MBK

AOT - Buy : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) - AOT

AOT - Buy : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) - AOT

AIT - Buy : บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) - AIT

AIT - Buy : บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) - AIT

Daily Strategy : 24/11/2017

Daily Strategy : 24/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 24/11/2017

TECHNICAL EXPRESS : 24/11/2017

IPO : Do Day Dream - DDD

IPO : Do Day Dream - DDD

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์