เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน พฤติกรรมการใช้เงินของสาวออฟฟิศ

เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน พฤติกรรมการใช้เงินของสาวออฟฟิศ

เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน พฤติกรรมการใช้เงินของสาวออฟฟิศ

S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

มักได้ยินมนุษย์เงินเดือนบ่นกันบ่อยๆ เรื่องการใช้เงินไม่พอในแต่ละเดือน สาวๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบต้นเดือนยิ้มร่าช้อปปิ้งกระจาย กินกระหน่ำ แต่ไหงกลางเดือนเป็นต้นไปกลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมา รอเวลาให้สิ้นเดือนมาถึงไวๆ ถ้าใครเป็นอาการแบบนี้ล่ะก็ แนะนำให้ลองดูการวิเคราะห์นี้โดยเร็ว

จากการสำรวจสาวออฟฟิศอายุ 30 ปี ที่มีฐานเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 25,000 บาท ทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ หลากสาขาอาชีพ ทำให้พอสรุปพฤติกรรมการใช้จ่ายที่หมดไปโดยเร็วตั้งแต่ช่วงกลางเดือนในแต่ละเดือนโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต่อเงินเดือนได้ดังนี้

อันดับ 1 สาวๆ ส่วนใหญ่ใช้เงินหมดไปกับการกินๆ แล้วก็กิน โดยพวกเธอมักจะมองหาอาหารอร่อยๆ เพื่อเป็นการตอบแทนให้กับการทำงานหนักมาทั้งวัน หรือตลอดอาทิตย์ คิดเป็น 22.5%

อันดับ 2 เรื่องที่ผู้หญิงออฟฟิศขาดไม่ได้คือการแต่งตัว ก็จะให้ใส่เสื้อผ้าเดิมๆ ถือกระเป๋าไม่เข้ากับชุดมาทำงานได้ยังไง ในแต่ละเดือนพวกเธอจึงหมดเงินก้อนโตไปกับการช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น คิดเป็น 16.7%

อันดับ 3 การเดินทางเป็นเรื่องจำยอม ไม่ว่าจะขึ้นรถต่อเรือ หรือขับรถมาทำงานเอง ล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ก็หมดเงินไปกับสิ่งนี้ไม่ใช่น้อย คิดเป็น 9.8%

อันดับ 4 คนวัยทำงานทุกคนควรตระหนักถึงข้อนี้ให้มาก นอกจากทำงานมาเหนื่อยแล้วได้เงินเดือนเยอะ แต่ถ้าเราไม่รู้จักเก็บออมหรือนำไปลงทุนต่อยอดเลย ในอนาคตอาจลำบากได้ ซึ่งก็มีสาวออฟฟิศบางคนที่เริ่มเก็บออมเงิน ลงทุน หรือซื้อประกันชีวิต คิดเป็น 8.3%

อันดับ 5 ผู้หญิงเราเรื่องดูแลผิวพรรณ แต่งหน้า ทำผมถือเป็นเรื่องใหญ่พอควร พวกเธอให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เมคอัพ สกินแคร์ รวมทั้งพาตัวเองเข้าคอร์สต่างๆ คิดเป็น 7.5%

อันดับ 6 ของหวานยังไงก็ยังคู่กับผู้หญิงวันยังค่ำ แม้พวกเธอจะกินไปบ่นว่าอ้วนไปก็ตาม ผู้หญิงบางคนมีความสุขที่สุดเมื่อได้กินขนมเค้ก ไอศกรีม หรือแม้แต่นั่งเซลฟี่กับชิ้นเค้กในร้านสวยๆ คิดเป็น 5.6%

อันดับ 7 เพื่อนฝูงก็ขาดไม่ได้ ยิ่งสาวๆ ออฟฟิศที่เครียดจากการทำงาน ตกดึกได้เจอแก็งค์เพื่อนสาวล่ะถึงไหนถึงกัน พวกเธอบางคนให้ความสำคัญกับการปาร์ตี้ คิดเป็น 4.2%

อันดับ 8 ก็ความง่วงไม่เข้าใครออกใคร ก่อนทำงานก็ขอเติมคาเฟอีนให้ร่างกายสดชื่นสักแก้ว ที่สาวออฟฟิศส่วนใหญ่ขาดไม่ได้คงไม่พ้นกาแฟสตาร์บัคส์ หรือแม้แต่ชาเขียวทั้งหลาย ขอเพิ่มวิปครีมแถมราดด้วยคาราเมลอีกต่างหาก คิดเป็น 4%

อันดับ 9 นอกจากสาวออฟฟิศจะทำตัวสวยๆ แล้วเรื่องหาความรู้เพิ่มเติมพวกเธอก็ไม่ยอมแพ้ใครเหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับการซื้อหนังสือหรือแมกกาซีนก็ยังติดอันดับอยู่ คิดเป็น 2.5%

อันดับ 10 ความเป็นสาวยังไงพวกเธอก็ยังชอบความมุ้งมิ้งอยู่ดีแม้แต่การแช็ทกับเพื่อนทางโทรศัพท์ก็ตาม จึงทำให้แต่ละเดือนสาวๆ มียอดดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ คิดเป็น 2.5%

อันดับ 11 สาวออฟฟิศบางคนที่ดูลุคจะดุเอาการ แต่ที่ไหนได้พวกเธอเป็นคนจิตใจอ่อนโยน รักสัตว์ เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว ดูแลอย่างดี จึงมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเพื่อนรัก คิดเป็น 1.8%


อันดับ 12 เรื่องดูแลสุขภาพก็อย่าให้ขาด สาวๆ ที่นั่งอยู่หน้าจอทั้งวัน ก็ควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายบ้าง จึงมีสาวออฟฟิศจำนวนหนึ่งที่ยอมจ่ายเงินเพื่อได้ให้ตัวเองได้แข็งแรง คิดเป็น 1.2%
นอกนั้นอีก 13.4% นั้นเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ดูหนัง ฟังเพลง ผ่อนรถหรือแม้แต่เงินที่พวกเธอมอบให้กับพ่อและแม่ในแต่ละเดือน

หลังจากแจกแจงออกมาเป็นข้อใหญ่ๆ ได้แล้วนั้น จะเห็นว่าถ้าคนที่มีฐานเงินเดือนไม่มากนักก็อาจไม่เหลือเงินเก็บเลย และอาจต้องใช้ชีวิตต่อด้วยบัตรเครดิต ซึ่งพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่การใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้นั้นจะไม่ทำให้เราเดือดร้อนค่ะ

ข้อแนะนำ หากเรารู้จักออมเงินต่อเดือนเพียง 10% เท่านั้น สิ้นปีคุณจะมีเงินก้อนที่สามารถนำไปเป็นทุนที่จะทำสิ่งต่างๆได้มากมาย เช่น ไปทริปเมืองนอก, ลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ , ซื้อของขวัญให้ตัวเองและคนรัก

ตัวอย่าง เงินเดือนคุณ 25,000 บาท เก็บออม 10% คิดเป็นเงิน 2,500 บาท (เท่ากับงดปาร์ตี้ 2 คืน) เก็บนาน 12 เดือน คุณจะมีเงินเก็บ 30,000 บาท โผล่มาอย่างไม่คาดคิด เอาไว้เที่ยวตอนปลายปีแบบไม่ต้องติดหนี้บัตรเครดิตด้วย

ลองมาวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวเองกันดูนะคะ ว่าแต่ละเดือนเราหมดค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องแบบนี้กันบ้างรึเปล่า ลองหยิบปากกาและกระดาษขึ้นมาเขียนตาม เมื่อไหร่ที่คุณเห็นตัวเลขแล้วตกใจ แนะนำให้ลดๆ สิ่งที่ไม่จำเป็นลงหน่อย เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าค่ะ

เรื่อง/ภาพ พรรณวลัย กิจบุรินทร์

Advertisement Replay Ad
กรศ.ชงแผนพัฒนาคนรับอุตฯเป้าหมาย22พ.ย.

กรศ.ชงแผนพัฒนาคนรับอุตฯเป้าหมาย22พ.ย.

แอกซ่าครองแชมป์แบรนด์ประกันของโลก9ปีติด

แอกซ่าครองแชมป์แบรนด์ประกันของโลก9ปีติด

ราคาทองครั้งที่ 2 ปรับลงบาทละ 50 บาท

ราคาทองครั้งที่ 2 ปรับลงบาทละ 50 บาท

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ 0.33 จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ 0.33 จุด

บัตรคนจนมีเงินหมุนเวียนศก.ฐานรากแล้ว1,700ลบ.

บัตรคนจนมีเงินหมุนเวียนศก.ฐานรากแล้ว1,700ลบ.

กสิกรไทยคาดส่งออกทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 7%

กสิกรไทยคาดส่งออกทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 7%

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าปรับลดลง 1.00 จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าปรับลดลง 1.00 จุด

คค.ย้ำอำนวยความสะดวกร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง

คค.ย้ำอำนวยความสะดวกร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง

ราคาน้ำมันดิบปรับลงจากแรงเทขายทำกำไรนักลงทุน

ราคาน้ำมันดิบปรับลงจากแรงเทขายทำกำไรนักลงทุน

กทท.พัฒนาธุรกิจขนส่งสินค้าท่าเรือรองรับEEC

กทท.พัฒนาธุรกิจขนส่งสินค้าท่าเรือรองรับEEC

ออมสิน ปรับแนวแก้หนี้ครู 4.2 แสนล.ดึงงบ 2.5 พันล.จ่ายคืนลูกหนี้ดี

ออมสิน ปรับแนวแก้หนี้ครู 4.2 แสนล.ดึงงบ 2.5 พันล.จ่ายคืนลูกหนี้ดี

พาณิชย์เผยราคาสินค้าวันนี้ส่วนใหญ่ทรงตัว

พาณิชย์เผยราคาสินค้าวันนี้ส่วนใหญ่ทรงตัว

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 9.07 จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 9.07 จุด

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขายออก20,700บาท

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขายออก20,700บาท

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.36บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.36บ./ดอลลาร์

ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท

ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิQ3/60แตะ8,161ลบ.

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิQ3/60แตะ8,161ลบ.

CIMBประกาศกำไรสุทธิงวด9ด.ปี60แตะ554.4ล.

CIMBประกาศกำไรสุทธิงวด9ด.ปี60แตะ554.4ล.

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 24.10 จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 24.10 จุด

สมอ.เตรียมประกาศร่างมาตรฐานอุตฯท่องเที่ยว

สมอ.เตรียมประกาศร่างมาตรฐานอุตฯท่องเที่ยว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์