3องค์กรผลักดัน "กฎหมายทำงานที่บ้าน" ชี้ผลดีอื้อ

3องค์กรผลักดัน "กฎหมายทำงานที่บ้าน" ชี้ผลดีอื้อ

3องค์กรผลักดัน "กฎหมายทำงานที่บ้าน" ชี้ผลดีอื้อ

Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

มูลนิธิสถาบันวิทยาศาสตร์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน, สภานายจ้างแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมป้องกันภัยพิบัติ ยื่นจดหมายเปิดผนึกนำร่องกฎหมาย "ทำงานที่บ้าน" โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน ตัวแทนจากทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ ศ.ดร.นิลวรรณ เพชระบูรณิน ประธานมูลนิธิสถาบันวิทยาศาสตร์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล รองประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และนายปรานต์ สยามวาลา นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ พ.อ.ดร.เศรษฐพงษ์ มะลิสุวรรณ ประธานกิจการโทรคมนาคม เพื่อหารือเสนอให้มีการผลักดันกฎหมายทำงานที่บ้านให้เป็นรูปธรรม

สืบเนื่องจากทั้ง 3 องค์กรได้ตระหนักถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ.2538 ต่อการแก้ปัญหาจราจรติดขัดที่ต้นทาง ที่ว่า "ทำอย่างไรที่จะไม่ให้ประชาชนต้องเดินทางไปทำงาน" จึงได้รวมตัวกันผลักดันกฎหมายทำงานที่บ้านให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะเกิดประโยชน์กว้างขวาง อาทิ ลดปัญหาการจราจรที่คับคั่ง อุบัติเหตุทางจราจร และปัญหามลพิษต่างๆ ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ช่วยให้คุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น และยังอาจช่วยลดปัญหาด้านบุคลากรขององค์กรจากการขาดงานและการลาออก มีโอกาสเข้าถึงพนักงานที่มีความสามารถมากขึ้น และเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินงานต่อเนื่องแม้เกิดภัยพิบัติ

ตัวแทนจากทั้ง 3 องค์กรได้หารือกับ พล.อ.อ.ธเรศ และ พ.อ.ดร. เศรษฐพงษ์ ในเรื่องการทำให้ไทยมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเทียบเท่าเกาหลีใต้ ครอบคลุมทุกภาคในราคาไม่แพง เพื่อจูงใจให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ และได้เสนอแนวทางผลักดันกฎหมายทำงานที่บ้าน โดย 1.จัดทำผลการศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าของข้อปฏิบัติ ทั้งข้อมูลที่เกิดขึ้นจากสภาพภูมิศาสตร์ของไทยและผลการศึกษาวิจัยของต่างประเทศ เพื่อนำเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2.ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงประโยชน์ของโครงการ และ 3.ติดตามผลลัพธ์ทั้งด้านสังคม นายจ้าง และลูกจ้างต่อไป

Advertisement Replay Ad
“บิ๊กตู่” ทดลองใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเครื่องอ่านบัตรบนรถเมล์

“บิ๊กตู่” ทดลองใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเครื่องอ่านบัตรบนรถเมล์

อึ้ง! มังคุด-ทุเรียน ราคาพุ่ง 350-400 บาท แม่ค้ายันขายตามกลไกตลาด

อึ้ง! มังคุด-ทุเรียน ราคาพุ่ง 350-400 บาท แม่ค้ายันขายตามกลไกตลาด

ราคาทองเปิดตลาดวันนี้ปรับลง150บาท

ราคาทองเปิดตลาดวันนี้ปรับลง150บาท

ราคาทองร่วงแรง 150 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,800 บาท

ราคาทองร่วงแรง 150 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,800 บาท

พณ.เผยราคาเนื้อหมูปรับลง-ต้นหอมผักชีขยับ

พณ.เผยราคาเนื้อหมูปรับลง-ต้นหอมผักชีขยับ

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.33บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.33บ./ดอลลาร์

คลัง แย้ม โยกเงินค่าเดินทาง เติมให้ซื้อของในบัตรคนจนเป็น 800 บาท

คลัง แย้ม โยกเงินค่าเดินทาง เติมให้ซื้อของในบัตรคนจนเป็น 800 บาท

ดาวโจนส์น้ำมันดิบปิดบวกทองลง1.6ดอลลาร์

ดาวโจนส์น้ำมันดิบปิดบวกทองลง1.6ดอลลาร์

ดัชนีราคาสินค้าเกษตรก.ย.ปรับลดลง6.12%

ดัชนีราคาสินค้าเกษตรก.ย.ปรับลดลง6.12%

รมว.แรงงานสั่งเดินหน้าขับเคลื่อนSafety Thailand

รมว.แรงงานสั่งเดินหน้าขับเคลื่อนSafety Thailand

กทท.ชงบอร์ดพิจารณาก่อสร้างท่าเรือบก

กทท.ชงบอร์ดพิจารณาก่อสร้างท่าเรือบก

ตลท.ประกาศ65บจ.หุ้นยั่งยืนประจำปี60

ตลท.ประกาศ65บจ.หุ้นยั่งยืนประจำปี60

กรมชลฯจับตาน้ำจ.นครสวรรค์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

กรมชลฯจับตาน้ำจ.นครสวรรค์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ก.อุตฯพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมระบบคมนาคม

ก.อุตฯพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมระบบคมนาคม

อุตตมชงแผนสนับสนุนศก.ชีวภาพเข้าครม.ต้นพ.ย.

อุตตมชงแผนสนับสนุนศก.ชีวภาพเข้าครม.ต้นพ.ย.

ปิดตลาดหุ้นวันนี้บวก14.19จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้บวก14.19จุด

รมว.พาณิชย์ยันไม่ได้ตกลงนำเข้าหมูสหรัฐฯ

รมว.พาณิชย์ยันไม่ได้ตกลงนำเข้าหมูสหรัฐฯ

รมว.พลังงานเป็นเจ้าภาพประชุมAMERครั้งที่7

รมว.พลังงานเป็นเจ้าภาพประชุมAMERครั้งที่7

ดีเดย์2ม.ค.ผู้ประกอบการต้องติดเครื่องหมายจอดฉุกเฉิน

ดีเดย์2ม.ค.ผู้ประกอบการต้องติดเครื่องหมายจอดฉุกเฉิน

พณ.ร่วมส.ส่งออกข้าวช่วยค่ารถเกี่ยวไร่ละ200บ.

พณ.ร่วมส.ส่งออกข้าวช่วยค่ารถเกี่ยวไร่ละ200บ.

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์