"อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา" เบื้องหลังความสำเร็จ "เลสเตอร์ ซิตี้"

"อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา" เบื้องหลังความสำเร็จ "เลสเตอร์ ซิตี้"

"อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา" เบื้องหลังความสำเร็จ "เลสเตอร์ ซิตี้"

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ย้อนกลับไปในยุค 90 ตอนปลาย "เลสเตอร์ ซิตี้" ถือเป็นสโมสรฟุตบอลดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดแห่งเกาะอังกฤษ เพราะนับตั้งแต่ทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินจากดิวิชั่น 1 (ลีกแชมเปี้ยนชิพปัจจุบัน) ดึงตัวกุนซือหนุ่ม "มาร์ติน โอนีล" เข้ามาทำทีมฤดูกาล 1995/96 ก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกทันทีในปีถัดมา พร้อมยกระดับทีมลูกหนังขนาดย่อมจากย่าน อีสต์มิดแลนด์ ให้กลายเป็นทีมกลางตารางของลีกสูงสุด ที่คว้าแชมป์ลีกคัพมาครองถึง 2 สมัย (1997, 2000) แถมยังไปโลดแล่นอยู่ในฟุตบอลถ้วยสโมสรยุโรป "ยูฟ่าคัพ" ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

จนเรียกได้ว่าช่วงเวลาที่โอนีลทำทีมระหว่างปี 1995-2000 คือ "ยุคทองของเลสเตอร์ฯ" ก็คงไม่ผิดนัก

แต่เมื่อโอนีลบอกลาทีมไปอยู่ "เชลติก" ในปี 2000 ผลงานของเลสเตอร์ทีมก็ตกต่ำลง จนสุดท้ายต้องกระเด็นไปอยู่ดิวิชั่น 1 ในปี 2004 ก่อนเลวร้ายหนักถึงขั้นหล่นลงลีกวันในอีก 4 ปีต่อมา ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มยุคมืดของเลสเตอร์ฯอย่างเต็มตัว

กระทั่งปี 2010 "วิชัย ศรีวัฒนประภา" ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท "คิง เพาเวอร์" จากเมืองไทย ได้หอบเงินก้อนโตหลายพันล้านเข้าเทกโอเวอร์ทีมเลสเตอร์ฯ ต่อจาก "มิลาน แมนดาริก" พร้อมก้าวขึ้น เป็นประธานสโมสรคนใหม่ในเวลาต่อมา และแต่งตั้ง "อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา" ลูกชายคนเล็กของครอบครัว ให้รับตำแหน่งรองประธานสโมสรที่มีอายุน้อยสุดในขณะนั้นด้วยวัย 25 ปี

เมื่อเข้าควบคุมกิจการทีมเลสเตอร์ฯเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว คิง เพาเวอร์ได้ใช้ระยะเวลากว่า 4 ปีเต็ม ปรับปรุงโครงสร้างและแนวทางการบริหารทีมใหม่รวมถึงหันไปดึงตัว "ไนเจล เพียร์สัน" อดีตกุนซือให้กลับมาทำทีมอีกคำรบ จนสุดท้ายสามารถพาทีมเลื่อนขึ้นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในรอบ 10 ปี ด้วยตำแหน่งแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพที่เก็บแต้มได้มากถึง 102 คะแนน

จากผลงานการบริหารสโมสรฟุตบอลอันน่าทึ่งข้างต้นของคิง เพาเวอร์ ได้กระตุ้นให้ใครหลายคนเกิดความสนใจในวิสัยทัศน์ของครอบครัวศรีวัฒนประภา ที่ช่วยเปลี่ยนโฉมหน้า "จิ้งจอกสยาม" ฉายาใหม่ของเลสเตอร์ฯ ซึ่งเคยเป็นแค่ทีมฟุตบอลธรรมดา ให้กลายมาเป็นทีมเล็กพริกขี้หนูสู้ทีมใหญ่ได้อย่างสนุก

"ประชาชาติธุรกิจ" จึงนัดหมายพูดคุยกับอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรเลสเตอร์ฯ ผู้รับหน้าที่กำหนดทิศทางและวางนโยบายของทีม ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาซื้อกิจการในปี 2010 ก่อนทำให้จิ้งจอกสยามประสบความสำเร็จระดับพรีเมียร์ลีกอย่างในวันนี้

เส้นทางเทกโอเวอร์จิ้งจอกสยาม

"คุณพ่อกับผมชอบดูฟุตบอลด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก และเคยได้ยินคุณพ่อพูดให้ฟังอยู่เป็นประจำว่า "เออ...วันหนึ่งจะมีทีมฟุตบอลอังกฤษเป็นของตัวเองไหมน่ะ" ถึงจะเป็นการพูดเล่นสนุกๆตอนดูบอล แต่เราก็รู้ว่านั่นเป็นความฝันลึก ๆ ของคุณพ่ออยู่แล้ว"

อัยยวัฒน์ เปิดบทสนทนาด้วยความฝันของคุณพ่อวิชัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ก่อนเล่าถึงเส้นทางการเป็นเจ้าของทีมลูกหนังอังกฤษให้ฟัง เพิ่มเติมว่า ความจริงคิง เพาเวอร์เกือบยื่นซื้อกิจการของ "เรดดิ้ง" อีกหนึ่งทีมดังแห่งลีกแชมเปี้ยนชิพมาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน

แต่สุดท้ายการเจรจาต้องล้มลง เพราะเจ้าของทีมเดอะรอยัลเกิดความไม่แน่ใจว่า "คิง พาวเวอร์ จะสามารถบริหารทีมฟุตบอลได้จริงๆ"

ถัดจากวันยกเลิกการเข้าซื้อกิจการทีมเรดดิ้งประมาณ 2 ปี วิชัยตัดสินใจทุ่มเงินเข้าสนับสนุนเสื้อทีมให้กับเลสเตอร์ฯเป็นเวลา 3 ปี ทว่าระหว่างการเดินชมสนามฟิลเบิร์ตเวย์ (ชื่อเดิมของ คิง เพาเวอร์สเตเดี้ยม) วิชัยเกิดความรู้สึกประทับใจบรรยากาศของสโมสรแห่งนี้ขึ้นมา จึงทำการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการเข้าเทกโอเวอร์ และปิดดีลอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

รองประธานทีมจิ้งจอกสยาม เล่าย้อนอดีตแบบติดตลกว่า หลังจากตกลงซื้อขายทีมกันได้แล้ว ตนเองได้ถามคุณพ่อว่าจะให้ใครดูแลทีมเลสเตอร์ฯ ซึ่งคำตอบสั้นที่ได้รับกลับมาคือ "แกไง"

ทำให้นับตั้งแต่วันนั้น อัยยวัฒน์ต้องรับตำแหน่งรองประธานสโมสร และคอยจัดการดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับเลสเตอร์ฯ ตั้งแต่เริ่มต้นเขียนสัญญา ตรวจสอบข้อกฎหมาย ตอบข้อสงสัยของสื่อที่อังกฤษ คัดเลือกทีมงาน และปรับทัศนคติสโมสรให้เข้ากับการทำงานของคิง เพาเวอร์

"โชคดีที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพภาคอินเตอร์ คณะเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจใหม่ ทำให้ค่อนข้างมีพื้นฐานทั้งในเรื่องของธุรกิจและภาษาอังกฤษ แต่ที่สำคัญสุดคือตัวผมมีโอกาสเห็นการทำงานของคุณพ่อตั้งแต่วันที่ไม่มีอะไรเลย แต่ที่มีทุกวันนี้ได้เป็นเพราะคุณพ่อทำงานหนัก ความจริงคุณพ่อไม่เคยสอนอะไรเราเลย มันเป็นเรื่องของการซึมซับวิธีการทำงานมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตรงนี้เราได้นำเอามาใช้กับเลสเตอร์ฯแบบเต็ม ๆ"

ส่งเลสเตอร์ฯขึ้นพรีเมียร์ลีก

อัยยวัฒน์ ยอมรับว่า ก่อนหน้าเข้ามาทำทีมเลสเตอร์ฯ เคยคิดว่าการซื้อทีมฟุตบอลเป็นเรื่องง่ายเหมือนเล่นเกม ขอเพียงมีเงินถุงเงินถังคอยอัดฉีดทีมก็พอ แต่หลังจากตนเองได้เข้ามายืนอยู่ในจุดนี้จึงพบว่าไม่ง่าย เพราะยังมีรายละเอียดปลีกย่อยให้ต้องจัดการอีกเพียบ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "แรงต้านจากแฟนบอล" อันเป็นปัญหาหลักที่ต้องแก้อย่างเร่งด่วน

"แฟนบอลมีการต่อต้านมากในตอนแรก เพราะเขาไม่รู้ว่าเราเข้ามาซื้อไปทำไมและเพื่ออะไร ซึ่งเราก็ใช้เวลาแสดงให้เขาเห็นว่าเราเข้ามาพัฒนาทีม มีการปรับปรุงสนามแข่งและสนามซ้อมให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วสำคัญที่สุดคือให้ทีมชนะในสนามได้เยอะ ๆ เพียงแค่นี้แฟนบอลก็จะรู้สึกแฮปปี้"

รองประธานเลสเตอร์ฯบรรยายว่า ตอนนี้ผู้คนในเมืองเลสเตอร์รักคนไทยมาก เพราะเขามองว่าคนไทยเข้ามาช่วยให้ทีมและธุรกิจในเมืองดีขึ้น เมื่อปีก่อน (2013) มีสื่อสำนักหนึ่งในอังกฤษเขียนเปรียบทีมในแชมเปี้ยนชิพว่า "ใครเป็นเจ้าของที่ดีที่สุด" ซึ่งผลที่ออกมาคือคิง เพาเวอร์ติด 1 ใน 2 นั่นหมายถึงวิธีการบริหารของเราเดินมาในจุดที่ถูกต้องแล้ว

การบริหารเลสเตอร์ฯของคิง เพาเวอร์ในช่วงแรก อัยยวัฒน์ยอมรับว่ายังไม่กล้าเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพราะไม่อยากให้พนักงานของสโมสรต้องตื่นตระหนกจึงเลือกพูดคุยทำความเข้าใจเป็นหลัก

แต่หลังจากผลงานปีแรกของเลสเตอร์ไม่เข้าเป้า ทำให้ต้องตัดสินใจผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ ตั้งแต่แนวทางการเล่นของทีม การวางแผนซื้อตัวนักเตะ ระบบแมวมอง เปลี่ยนซีอีโอ การจ้างทีมงานโค้ช รวมทั้งวางระบบให้การหาเงินและใช้เงินบาลานซ์กัน

"ทันทีที่ปลด สเวน-โกรัน อิริกสัน ออกจากตำแหน่งตอนปี 2011 ช่วงนั้นทีมแกว่งมากการตัดสินใจเลือกผู้จัดการทีมคนใหม่จึงยากมาก เพราะถ้าเปลี่ยนแล้วทีมยังไม่ดีขึ้นคราวนี้มีปัญหาแน่ ๆ เพราะหลายคน เริ่มไม่แน่ใจกับเจ้าของแล้ว ดังนั้น คนที่เข้ามาจึงต้องมีพาวเวอร์ สามารถเปลี่ยนความคิดนักเตะและสตาฟได้ สองต้องทำทีมที่มิกซ์ระหว่างตัวเก๋าและดาวรุ่งได้ จนกระทั่งมาเจอกับไนเจลที่มีแคแร็กเตอร์ตรงกับใจเราทุกอย่าง"

เมื่อถามไปถึงเป้าหมายของเลสเตอร์ฯในปีนี้ อัยยวัฒน์ตอบกลับมาอย่างเรียบง่ายว่า "ขอแค่อยู่รอดในพรีเมียร์ลีกก็พอ" หลังจากนั้น ค่อยขยับเป้าหมายให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้ามองจากฟอร์มช่วงออกสตาร์ตที่ผ่านมา 5 นัดแรก รองประธานจิ้งจอกสยามยอมรับว่า "แอบมั่นใจว่าต้องทำได้" แล้วเมื่อไหร่ที่เลสเตอร์ฯอยู่บนลีกสูงสุดนาน ๆ ขึ้น นักเตะฝีเท้าดีก็ตัดสินใจย้ายมาเล่นให้ทีมได้ไม่ยาก

"หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จของทีมฟุตบอลขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมเป็นสำคัญ แต่ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่เจ้าของทีมมากกว่า ว่าเข้าใจกีฬาฟุตบอลได้มากแค่ไหน เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่ไม่ลอจิกเลย วันไหนเล่นดีก็อาจแพ้ บางจังหวะไม่ฟาวล์แต่กรรมการเป่าให้ก็จบ ซึ่งมันไม่แฟร์ในมุมของนักธุรกิจ แต่ต้องเข้าใจว่ามันเป็นกีฬา ถ้ารับตรงนี้ไม่ได้ก็เหนื่อยและอาจจะเจ๊งได้ ยกเว้นแมนฯ ยูไนเต็ดที่ชนะได้เพราะมีเซอร์ (อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน)" อัยยวัฒน์กล่าวเสียดสีทีมโปรดในวัยเด็ก

สานฝันบอลไทยไปบอลโลก

นอกจากแผนการสร้างทีมเลสเตอร์ฯให้แข็งแกร่งแล้ว อัยยวัฒน์ยังมีความคิดพัฒนาศักยภาพให้กับ "นักเตะเยาวชนไทย" ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อสโมสรด้วยการทำโครงการ "จิ้งจอกสยาม อะคาเดมี" คัดเลือกเด็กไทยอายุไม่เกิน 16 ปี จำนวน 16 คน ไปฝึกซ้อมอยู่ในระบบเยาวชนของทีมเลสเตอร์ฯเป็นเวลา 2 ปีเต็มในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งจะเป็นการลงเล่นกลุ่มเดียวกับทีมใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล หากใครผลงานเข้าตาก็จะส่งไปเล่นกับทีมในลีกยุโรปอีก 1 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้า "เวิร์กเพอร์มิต" สำหรับค้าแข้งกับทีมชุดใหญ่ต่อไป

"ผมอยากเห็นคนไทยเล่นในพรีเมียร์ลี ก เลยเข้าไปคุยกับทีมงานของสโมสรให้ไปหาวิธีการที่เป็นไปได้มา สุดท้ายได้มา 2 แบบ คือ ดึงตัวมาปั้นตั้งแต่สัก 2 ปี จากนั้นค่อยส่งไปเล่นในยุโรปอีก 1 ปีในตำแหน่งตัวจริง กลับมาก็น่าจะได้เวิร์กเพอร์มิตทำงานในอังกฤษ ส่วนอีกเวย์เป็นทางลัดคือต้องหานักเตะที่เก่งมากจริง ๆ แล้วเรียกนักข่าวมาช่วยกันสร้างกระแสสร้างสตอรี่ให้เอฟเอเห็น ซึ่งอันนี้ค่อนข้างยากเพราะตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครที่เก่งได้ในระดับนั้น"

อย่างไรก็ตาม เยาวชนไทยทั้ง 16 คนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการ ไม่เพียงแค่ได้เข้าร่วมทีมอะคาเดมีเท่านั้น แต่ยังจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนชั้นนำของเมืองเลสเตอร์ด้วย เพื่อเป็นการรองรับในกรณีที่ฝีเท้าไม่เข้าตาแล้วต้องกลับเมืองไทยหลังจบ 2 ปี

"ถ้าเอาเด็กไปเล่นบอลอย่างเดียวเราคงโดนพ่อแม่เขาด่า เราเลยจะให้ทุนกับเด็กเหล่านี้ได้เรียนไปด้วย เพราะอย่างน้อยถ้าไม่เล่นบอลต่อก็ยังมีเครดิตว่าได้เรียนที่อังกฤษ แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วเด็กเหล่านี้ถ้าไม่ได้เล่นที่อังกฤษ ก็น่าจะกลับมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกได้สบาย ๆ"

รองประธานเลสเตอร์ฯ บอกถึงจุดอ่อนอย่างหนึ่งที่ทีมแมวมองของเลสเตอร์ฯเห็นจากเด็กไทย คือ "ร่างกาย" ที่จัดอยู่ในระดับห่วยมาก หากต้องปะทะกันหนักแบบเกมในพรีเมียร์ลีกอาจจะตัวหักได้ ขณะที่เรื่องของ "ฝีเท้า" และ "พรสวรรค์" เยาวชนค่อนข้างมีพร้อมอยู่แล้ว

"การทำโครงการอะคาเดมีของเลสเตอร์ฯจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เด็กไทยได้อย่างแน่นอน แล้วลองดูกันว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะมีนักเตะผ่านโครงการนี้ทั้งสิ้น 160 คนถามหน่อยว่าทีมชาติไทยจะไม่มีลุ้นไปเล่นฟุตบอลโลกเลยก็ให้มันรู้ไป" อัยยวัฒน์กล่าวปิดท้ายถึงอนาคต "บอลไทยไปบอลโลก" ด้วยน้ำเสียงอันมั่นใจ

Advertisement Replay Ad
'คมนาคม' เคาะใช้บัตรแมงมุมขึ้นรถเมล์ มิ.ย.61

'คมนาคม' เคาะใช้บัตรแมงมุมขึ้นรถเมล์ มิ.ย.61

สมาคมขายตรงไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลก

สมาคมขายตรงไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลก

ธปท. เปิดให้ดาวน์โหลดหนังสือรวมภาพ ธนบัตรรัชกาลที่ ๙ ฟรี​​​​​​​​​​​​​

ธปท. เปิดให้ดาวน์โหลดหนังสือรวมภาพ ธนบัตรรัชกาลที่ ๙ ฟรี​​​​​​​​​​​​​

ธุรกิจขายตรงปี60โต2-3%ค่าตลาด95,000ล.

ธุรกิจขายตรงปี60โต2-3%ค่าตลาด95,000ล.

ปั๊มปตท.เปิดให้บริการ 26ต.ค.ตามปกติ

ปั๊มปตท.เปิดให้บริการ 26ต.ค.ตามปกติ

เอกชนหวังรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่าย

เอกชนหวังรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่าย

ส.อ.ท.ฉลองครบ 50 ปี เปิดตัวรายการโทรทัศน์

ส.อ.ท.ฉลองครบ 50 ปี เปิดตัวรายการโทรทัศน์

สนค.แนะเพิ่มรายการสินค้าขายในร้านธงฟ้าฯ

สนค.แนะเพิ่มรายการสินค้าขายในร้านธงฟ้าฯ

ราคาทองปรับครั้งที่ 2 ลดลง 50 บาท

ราคาทองปรับครั้งที่ 2 ลดลง 50 บาท

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลบ11.30จุดลดลง780หลักทรัพย์

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลบ11.30จุดลดลง780หลักทรัพย์

"ปลัดคลัง" แถลงด่วนโยกเงินค่าเดินทางใช้จ่ายธงฟ้าไม่เป็นจริง

"ปลัดคลัง" แถลงด่วนโยกเงินค่าเดินทางใช้จ่ายธงฟ้าไม่เป็นจริง

รฟท.ปรับปรุงพื้นที่หยุดรถยมราชรองรับปชช.

รฟท.ปรับปรุงพื้นที่หยุดรถยมราชรองรับปชช.

ไทยออยล์ เผย ราคาน้ำมันดิบขึ้นเล็กน้อย

ไทยออยล์ เผย ราคาน้ำมันดิบขึ้นเล็กน้อย

ดาวโจนส์ปิดบวกWTIขยับขึ้น1เซนต์ทองร่วงแรง

ดาวโจนส์ปิดบวกWTIขยับขึ้น1เซนต์ทองร่วงแรง

เปลี่ยนการจำหน่ายและสั่งจองเข็มที่ระลึก พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

เปลี่ยนการจำหน่ายและสั่งจองเข็มที่ระลึก พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 2.75 จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 2.75 จุด

ราคาทองคงที่รูปพรรณขายออก20,750บาท

ราคาทองคงที่รูปพรรณขายออก20,750บาท

ทอท.ตั้งศูนย์อำนวยสะดวกปชช.ร่วมงานพระราชพิธีฯ

ทอท.ตั้งศูนย์อำนวยสะดวกปชช.ร่วมงานพระราชพิธีฯ

ซีพีเอฟประกาศวิสัยทัศน์ใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์

ซีพีเอฟประกาศวิสัยทัศน์ใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์

เอกอัครราชฑูตไทยประจำเยอรมนีชมบูธCPFมหกรรมอาหาร

เอกอัครราชฑูตไทยประจำเยอรมนีชมบูธCPFมหกรรมอาหาร

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์