รู้จักกับร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" ต้นตำรับ "ตำถาด" เจ้าแรกของประเทศไทย

รู้จักกับร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" ต้นตำรับ "ตำถาด" เจ้าแรกของประเทศไทย

รู้จักกับร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" ต้นตำรับ "ตำถาด" เจ้าแรกของประเทศไทย

Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่อง ณัฐกร เวียงอินทร์


ตำถาด

จากที่เมื่อก่อนเป็นวิถีการทานอาหารในแบบของชาวอีสาน ที่เรียกว่า "ตำถาด" เกิดจากวัฒนธรรมการกินรวมกันเป็นหมู่ บ้านที่ตำจะตำครั้งละเยอะ ๆ ใส่ใน "พา" หรือ "ถาด" แล้วบ้านข้าง ๆ ทั้งญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่สนิทกันก็จะมาทานส้มตำร่วมกันโดยนำอาหารของแต่ละบ้าน อย่าง หมูยอ ผักสด ผักลวก เนื้อแดดเดียว หอยต้ม และอีกมากมายมาใส่รวมๆกันในถาดจนเกิดเป็นวัฒนธรรม "ตำถาด"

มาวันนี้ วัฒนธรรม "ตำถาด" ถูกแปรรูปกลายเป็นสินค้าที่เปลี่ยนจากท้องไร่ท้องนาของที่ราบสูง มาสู่ร้านส้มตำทั้งแบบติดแอร์และโอเพ่นแอร์ ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2556 จนมาถึง ปี 2557 กระแสของ "ตำถาด" กลายเป็นอาหารยอดฮิตที่ทั้งทุกคนรู้จักและชื่นชอบตั้งแต่นักศึกษายันพนักงานออฟฟิศ จนร้านอาหารอีสานทั่วไปต้องเติมเมนู "ตำถาด" ลงไปในร้านตามกระแสนิยม

แต่ร้านที่เป็นต้นตำรับของ ร้าน "ตำถาด" จริง ๆ ก็คือ ร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่วัย 30 อย่าง อู๋- เชาวลิต เหล่าสมบัติ ซึ่งมีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ และเขาทำมันเป็นจริงได้ที่สุด


อู๋- เชาวลิต เหล่าสมบัติ เจ้าของร้าน "ซะ แซ่บเวอร์"

เม้ในช่วงต้นของชีวิตการทำงาน "อู๋" ซึ่งเรียนจบทางด้านวิทยาการสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต้องไปทำงานเป็นเซลล์ขายอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ แต่เขาใช้เวลาเก็บเงินเพียง 3 ปี แล้วจึงออกมาเปิดร้านขายส้มตำตามที่ฝันไว้ โดยครั้งแรกเขาเปิดร้านขายส้มตำที่ลาดกระบัง ช่วงปลายปี 2554 โชคไม่ดีนัก ในปีนั้นเมืองไทยประสบปัญหาน้ำท่วม "อู๋" เล่าให้เราฟังว่า

"ผมขายซอฟแวร์ 3 ปี เอาทุนมาทำร้านส้มตำแถวลาดกระบัง ครั้งแรกก็ลงทุนเยอะเหมือนกัน 3 วันแรกที่ขาย ขายดีมาก พอมีข่าวช่วงน้ำท่วมปี 2554 ร้านเงียบเลย ไม่ได้ขาย เจ๊งภายใน 1 เดือนเลย(หัวเราะ) ต้องไปเริ่มธุรกิจใหม่ขายแผงลอยในตลาดแค่ 2 โต๊ะ ขายปีกว่า เก็บเงินมาได้ ก็มาอยู่บ้าน เพราะอยู่กรุงเทพขายได้ก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ก็เลยอยากกลับมาอยู่บ้านที่ร้อยเอ็ด"

ช่วงนั้น "อู๋" ได้เปิดร้านส้มตำที่ร้อยเอ็ดไปพร้อม ๆ กับทบทวนถึงธุรกิจที่เขาทำ เขาสังเกตว่า ที่ร้อยเอ็ดมีร้านส้มตำเด็ดๆที่ต่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร ยอดขายส้มตำแบบธรรมดา อย่างตำปู ตำปลาร้าขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ส้มตำที่ขายดีกลับเป็นส้มตำที่ร้านอื่นเขาไม่มี นั่นคือ ตำปูม้า และ ตำไทยไข่เค็ม เขาเลยลองคิดดูว่า จะมีเมนูส้มตำเมนูไหน ที่ราคาแพงเหมือนตำปูม้า แต่ร้านอื่นไม่มี และลูกค้าที่มาทานรู้สึกคุ้ม

ด้วยเหตุนี้ "อู๋" จึงมองย้อนกลับไปที่วัฒนธรรมการกินแต่เก่าก่อนของคนอีสาน จึงเห็น "ตำถาด" คือคำตอบของเขา

"แล้วก็เลยคิดตำถาดขึ้นมาโดยดึงเอาวัฒนธรรมอีสานที่ว่ากินใส่ถาด แต่เราก็ประยุกต์ คือว่าจัดให้สวดงามเต็มถาดในราคาหนึ่งร้อยบาทให้ลูกค้ามองเห็นแล้วคุ้มค่า แล้วก็จะต้องถ่ายรูป แล้วแชร์เพื่อน ก็ปกติเราก็เป็นวัยรุ่น เวลากินข้าวก็จะเหมือนเพื่อนคือต้องถ่ายรูปโชว์(หัวเราะ) พอมีคนกดไลค์ก็จะสงสัยว่าร้านไหน แล้วตามมา ซึ่งคำว่า ′ซะ′ ที่เป็นคำแรกสุดของชื่อร้าน ′ซะ แซ่บเวอร์′ มาจากคำว่า ซะ ซึ่งแปลว่าเทลงมาให้กระจาย ซึ่งมาจากการวางอาหารมากมายลงบนตำถาดนั่นเอง"

"อู๋" บอกว่า ตอนคิดทำ "ตำถาด" เขาตั้งใจจะใช้วัตถุดิบในร้านที่มีอยู่แล้ว เช่น หมูยอ ผัก ไข่เยี่ยวม้า ไข่ต้ม ถั่วลิสง ปลากรอบ แคบหมู ขนมจีน กระถิน หอยต้ม ฮอตด็อกหั่น ซึ่งแทบไม่ต้องซื้ออะไรใหม่เลย นับเป็นการบริหารทรัพยากรที่มีในร้านคุ้มค่ามาก ๆ


ตำมั่วซั่วแตง

ด้วยเหตุนี้ "ตำถาด" ของร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" จึงเริ่มมีอยู่ในเมนูในช่วงปลายปี 2555 แต่ต่อมาช่วงต้นปี 2556 ร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" ได้ย้ายมาเปิดที่ตัวเมืองมหาสารคาม แล้วปรากฏว่าส้มตำร้านขายดีมาก จนต้องขยายสาขาออกไป โดยสาขาที่ "มติชน" มาเยี่ยมนี้ เป็นสาขาหน้ามหาวิทยาลัยมหาสารคามซึ่งเปิดขึ้นมาในช่วงกลางปี 2556 แล้วหลังจากนั้นกระแสของอาหาร "ตำถาด" เริ่มขยายไปทั่วอีสานจนมาถึงกรุงเทพในที่สุด

"อู๋" ยืนยันว่า ร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" คือเจ้าแรกในบ้านเราที่ขาย "ตำถาด"

"ของเราเป็นตำถาดเจ้าแรกของประเทศไทย เพราะว่า เราเริ่มขายเมื่อปลายปี 2555  แต่ก่อนก็ไม่เคยเห็น ซึ่งก่อนหน้านี้ร้านอื่นอาจจะเป็นการตำมั่วแล้วลงถาดเล็กๆ เรามาเห็นว่า เริ่มฮิตมีคนเริ่มขายเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา พอมาต้นปี 2557 ก็เกลื่อนแล้ว มาต้อนนี้ร้านของเรามีถึง 8 สาขาด้วยกัน ซึ่งก็ชวนญาติพี่น้องและเพื่อนๆมาช่วยกันทำ ขายทั้งในมหาสารคาม, ขอนแก่น และร้อยเอ็ด"

นอกจาก"ตำถาด"ที่เราสามารถสั่งแบบรสเผ็ดจัดจ้าน รสอีสานดั้งเดิม หรือแบบให้หวานและเปรี้ยวสักหน่อยแบบร้านส้มตำในกรุงเทพแล้ว "ซะ แซ่บ เว่อร์"ยัง มีอาหารอีกหลายจานที่น่าสนใจ เช่น อ่อมไก่ ซึ่งมีรสชาติ "นัว" หรือกลมกล่อมในภาษาอีสาน ที่สำคัญคือ ราคาเพียง 30 บาท, ตำมั่วซั่วแตง ที่ "อู๋" บอกว่า เขาดัดแปลงจากต้มส้มตำใส่ขนมจีน มาเป็นตำแตงใส่ขนมจีนแทน ราคาจานละ 50 บาท หรือเมนูอื่น ๆ ก็อย่าง ต้มแซ่บเอ็นแก้ว(90 บาท), ต้มแซ่บกระดูกอ่อน(50 บาท), เอ็นไก่ทอด(40 บาท) และซี่โครงอ่อนทอดกระเทียม(70 บาท)

แถมตอนก่อนจะทานอาหาร ที่ร้านยังมีกิมมิคเล็กๆตรงการเสิร์ฟน้ำหวาน พวกน้ำใบเตยหรือน้ำแดง ในขันอะลูมิเนียมเล็กๆ ให้ลูกค้าได้ดื่มให้ชื่นใจก่อนอีกด้วย

แวะมาที่มหาสารคาม โดยเฉพาะแถวๆ หน้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อย่าลืมแวะมาชิมสำตำถาดเจ้าแรกของประเทศไทยที่ร้าน "ซะ แซ่บเวอร์" เด้อพี่น้อง

ข้อมูลร้าน "ซะ แซ่บเวอร์"

ที่ตั้ง : หน้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เวลาเปิด-ปิด : 10.00-17.00 o.

ติดต่อ : 0835541488

เห็ดฟางคอนโด ฟาร์มโรงเรือน สวย หวาน กรอบ รายได้ก็งาม

เห็ดฟางคอนโด ฟาร์มโรงเรือน สวย หวาน กรอบ รายได้ก็งาม

สหภาพฯขสมก.ยื่นทบทวนเส้นทางเดินรถ29ส.ค.

สหภาพฯขสมก.ยื่นทบทวนเส้นทางเดินรถ29ส.ค.

พณ.ดันธุรกิจร้านอาหารเข้า4.0ใช้เทคโนโลยีช่วย

พณ.ดันธุรกิจร้านอาหารเข้า4.0ใช้เทคโนโลยีช่วย

รมช.คมนาคมคาดเมล์489คันทันปีใหม่

รมช.คมนาคมคาดเมล์489คันทันปีใหม่

ราคาทองปรับลด 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,750 บาท

ราคาทองปรับลด 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,750 บาท

ดาวโจนส์ลบ-ทำเนียบขาวปรับตำแหน่งใหม่

ดาวโจนส์ลบ-ทำเนียบขาวปรับตำแหน่งใหม่

พณ.มอบรางวัลเพชรพาณิชย์2560ให้เอกชน

พณ.มอบรางวัลเพชรพาณิชย์2560ให้เอกชน

ราคาทองครั้งที่2รูปพรรณขาย20,800บาท

ราคาทองครั้งที่2รูปพรรณขาย20,800บาท

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ2.73จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ2.73จุด

กรมธนารักษ์เตรียมมอบสัญญาเช่าให้อีก14 ชุมชนปี61

กรมธนารักษ์เตรียมมอบสัญญาเช่าให้อีก14 ชุมชนปี61

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลดลง4.21จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลดลง4.21จุด

ชาวดีเซลเฮ! บางจาก - ปตท. ปรับลดราคา 50 สต./ลิตร

ชาวดีเซลเฮ! บางจาก - ปตท. ปรับลดราคา 50 สต./ลิตร

ปตท.ลดราคาน้ำมันดีเซล50สต.แตะ24.69บ.มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดราคาน้ำมันดีเซล50สต.แตะ24.69บ.มีผลพรุ่งนี้

ทอท.ได้รางวัลผู้นำองค์กรมีมูลค่าแบรนด์สูงสุด

ทอท.ได้รางวัลผู้นำองค์กรมีมูลค่าแบรนด์สูงสุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ลบ1.88จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ลบ1.88จุด

ราคาทองคงที่รูปพรรณขายออกบาทละ20,750บ.

ราคาทองคงที่รูปพรรณขายออกบาทละ20,750บ.

เตรียมรับมือ ! รฟท. ขึ้นค่าโดยสารรถไฟรุ่นใหม่ 100 – 200 บาท เริ่ม 21 ส.ค. นี้

เตรียมรับมือ ! รฟท. ขึ้นค่าโดยสารรถไฟรุ่นใหม่ 100 – 200 บาท เริ่ม 21 ส.ค. นี้

เพาะ "เห็ดหลินจือแดง" ขายดี รอบละแสนบาท

เพาะ "เห็ดหลินจือแดง" ขายดี รอบละแสนบาท

โบรกมองหุ้นแกว่งตัวตามต่างประเทศ

โบรกมองหุ้นแกว่งตัวตามต่างประเทศ

ราคาทองพุ่งพรวด 200 บาท ส่งทองรูปพรรณขายออก 20,750 บาท

ราคาทองพุ่งพรวด 200 บาท ส่งทองรูปพรรณขายออก 20,750 บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์