ไทยหอบ 2 แสนล้านบุกสิงคโปร์ ชี้ "กฎหมาย-ภาษี" เอื้อลงทุน

ไทยหอบ 2 แสนล้านบุกสิงคโปร์ ชี้ "กฎหมาย-ภาษี" เอื้อลงทุน

ไทยหอบ 2 แสนล้านบุกสิงคโปร์ ชี้ "กฎหมาย-ภาษี" เอื้อลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

แกะรอยธุรกิจแห่ใช้สิงคโปร์เป็นฐานเจาะต่างประเทศ ธปท.ระบุยอดเงินลงทุนโดยตรงของไทยในเมืองลอดช่องครองแชมป์เกือบ 2 แสนล้าน แห่ตั้ง "โฮลดิ้งคอมปะนี" ลงทุนต่อประเทศที่ 3 ที่ปรึกษาการเงินชี้ระบบกฎหมาย-ภาษี เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจข้ามชาติ ทั้งเป็นช่องทางบริหารเงิน "กันกุล" เผยตั้งบริษัทลูกในสิงคโปร์ลงทุนในเมียนมาร์คล่องตัว-ต้นทุนภาษีต่ำกว่า

เงินลงทุนในสิงคโปร์อันดับ 1

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากข้อมูลยอดคงค้างการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ (TDI) ล่าสุด ณ ปี 2012 พบว่า สิงคโปร์มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วน 13% หรือคิดเป็นวงเงินลงทุนที่ 6,354 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 2 แสนล้านบาท จากยอดคงค้าง TDI ทั้งหมด 48,459 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 2 คือ เกาะเคย์แมน 5,453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (11%) ฮ่องกง 4,618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (10%) จีน 4,107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8%) และมาเลเซีย 2,222 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (5%)

ทั้งนี้การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้นชัดเจนหลังปี 2010 ภายหลัง ธปท.ยกเลิกวงเงินการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของนิติบุคคล ทำให้ในปี 2012 การลงทุนรวมของไทยที่ไปต่างประเทศมีมูลค่ามากที่สุด 12,898 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศขนาดใหญ่หลายราย โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงาน ธุรกิจขายส่งและขายปลีก ธุรกิจการผลิตคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนผ่านบริษัทโฮลดิ้งในประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน อาทิ สิงคโปร์และฮ่องกง และประเทศที่เป็น Tax Haven (เช่น หมู่เกาะเคย์แมน) โดยวัตถุประสงค์หลักของการออกไปลงทุนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาคือเพื่อแสวงหาตลาดและทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ ขณะที่การออกไปลงทุนในประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่เพื่อแสวงหาแบรนด์และเทคโนโลยี

หากดูเม็ดเงินลงทุนโดยตรงของไทยที่ออกไปประเทศสิงคโปร์พบว่ามีสัดส่วนที่สูงมาก โดยปี 2010 อยู่ที่ 2,064 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 28% ของการลงทุน TDI ทั้งหมด โดยปี 2011 อยู่ที่ 1,266.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2012 อยู่ที่ 278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ยึดสิงคโปร์ลงทุนประเทศที่ 3

นางรุ่งกล่าวว่า ไม่สามารถระบุได้ชัดว่ากิจการประเภทใดของไทยที่ไปลงทุนในสิงคโปร์ ส่วนหนึ่งเพราะ TDI จำนวนหนึ่งอยู่ในรูปของโฮลดิ้งคอมปะนี เพื่อไปลงทุนต่อ ซึ่งไม่ทราบว่าท้ายที่สุดไปลงทุนในกิจการประเภทใดกันแน่ อย่างไรก็ดี พออนุมานได้ว่าธุรกิจไทยมักใช้ประเทศสิงคโปร์เป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม โดยเท่าที่มีข้อมูลพบว่าประเภทกิจการที่ไปลงทุนต่างประเทศ มีทั้งหมวดการผลิต โดยเฉพาะการผลิตถ่านโค้กและผลิตภัณฑ์จากการกลั่นปิโตรเลียม การผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า และการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือ รวมไปถึงหมวดผลิตภัณฑ์เหมืองแร่และถ่านหิน กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย ซึ่งจะเห็นว่าหลายส่วนไม่ใช่ประเภทกิจการที่ประเทศสิงคโปร์มีข้อได้เปรียบในเชิงทรัพยากร

สำหรับไตรมาสแรกของปี 2557 แนวโน้ม TDI ที่ไปยังประเทศสิงคโปร์ใกล้เคียงกับระยะเดียวกันของปีก่อน ทั้งในแง่มูลค่าและสัดส่วนของ TDI ทั้งหมด

นางรุ่งกล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าวเป็นเงินลงทุนโดยตรงจากบริษัทไทยไปลงทุนในสิงคโปร์เท่านั้น ซึ่งความเป็นจริงมีเงินลงทุนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ออกไปในรูป TDI เพราะส่วนใหญ่การไปลงทุนต่างประเทศ แม้มีบริษัทแม่อยู่ในไทยก็ตาม แต่การใส่เงินลงทุนในประเทศต่าง ๆ ก็สามารถนำเงินจากบริษัทลูกในประเทศนั้น ๆ ไปลงทุนได้เลย ซึ่งหากรวมเงินจำนวนนี้เชื่อว่าการลงทุนในสิงคโปร์ยังถือเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมอยู่สำหรับไทย

"สำหรับปี 2013 มูลค่า TDI อยู่ที่ 6,644 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดูไม่มากเท่าปี 2012 ทั้งที่มีข่าวว่าผู้ประกอบการไทยไปซื้อกิจการใหญ่หลายแห่งในต่างประเทศ สาเหตุเพราะการซื้อกิจการดังกล่าวทำผ่านบริษัทโฮลดิ้งในต่างประเทศอีกทีหนึ่ง ทำให้มีข้อจำกัดในการเก็บข้อมูล ดังนั้นสินทรัพย์ของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศจะมากกว่าข้อมูล TDI ที่ปรากฏ"

ชี้ระบบ "กฎหมาย-ภาษี" เอื้อ

นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาในแง่กฎหมายและระบบภาษีของประเทศไทยที่ไม่เอื้อต่อการขยายธุรกิจต่างประเทศ ทำให้บริษัทคนไทยไปตั้งสำนักงานที่สิงคโปร์จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นฐานที่จะไปลงทุนต่อในประเทศอื่น ๆ ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากไทยไปสิงคโปร์สูงมาก แม้ว่าที่ผ่านมาแบงก์ชาติก็มีการผ่อนปรนเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยสำคัญก็สู้เรื่องประโยชน์ทางภาษีไม่ได้ เพราะภาษีนิติบุคคลของสิงคโปร์ต่ำกว่าของไทย รวมทั้งระบบภาษีที่เอื้ออำนวยต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องมาพิจารณาในแง่ของการปฏิรูปกฎหมายและภาษีของประเทศเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ เพราะกรณีนี้ก็ทำให้ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์จากการที่บริษัทไทยขยายการลงทุนต่างประเทศ

ด้านนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอสเซท พลัส กล่าวว่า บริษัทไทยออกไปตั้งสำนักงานในสิงคโปร์เพื่อใช้เป็นฐานในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เพราะสิงคโปร์เป็นศูนย์การเงินโลก นอกจากนี้ระบบกฎหมายที่เป็นสากล เป็นอิงลิชลอว์ ซึ่งกฎหมายไทยไม่ใช่ รวมทั้งในแง่ของระบบภาษีที่มีความได้เปรียบไทย ทำให้ต้นทุนดำเนินการลดลง

ดังนั้นคนไทยที่จะทำธุรกิจข้ามชาติส่วนใหญ่ก็จะเลือกตั้งบริษัทที่สิงคโปร์ เพื่อเป็นฐานในการที่จะไปลงทุนประเทศอื่น ๆ ต่อ รวมถึงประเทศที่เป็น Tax Haven มีภาษีนิติบุคคล 0% ก็จะมีบริษัทไทยไปจดทะเบียนตั้งบริษัทเพื่อสิทธิประโยชน์เรื่องภาษี

นายก้องเกียรติยอมรับว่า ในกรณีนี้ทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์เพราะไม่ได้มีการนำเงินเข้าประเทศ แต่ก็เป็นวิธีบริหารเงินของบริษัทเอกชน

"ถ้าใครจะค้าขายกับเมืองนอก ก็ต้องทิ้งเงินไว้เมืองนอกเป็นตัวหมุนเวียนอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องชัดเจน อย่างเช่น ปตท. ต้องจ่ายค่าน้ำมันค่าแก๊สเป็นดอลลาร์ ก็ต้องทิ้งเงินไว้ออฟชอร์ ใครจะเอาเข้ามา หรือบริษัทที่ได้บีโอไอ บริษัทส่งออกทั้งหลายก็ต้องมีแอ็กเคานต์ต่างประเทศ" นายก้องเกียรติกล่าวและว่าในส่วนของแอสเซท พลัสซึ่งเป็นที่ปรึกษาการลงทุน กรณีที่มีลูกค้าที่ต้องไปลงทุนต่างประเทศบริษัทก็แนะนำให้ตั้งบริษัทที่สิงคโปร์ ฮ่องกงเช่นกัน เพราะจะเป็นประโยชน์ของบริษัทและช่วยให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ คล่องตัวมากขึ้น อย่างล่าสุดแอสเซท พลัสเข้าไปลงทุนในบริษัทไวน์ คอนเนคชั่นของคนไทย ซึ่งมีแผนขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ก็ได้ดำเนินการตั้งบริษัทที่สิงคโปร์ ฮ่องกงเช่นกัน เพราะกองทุน ตปท.ที่เข้ามาร่วมลงทุนไม่ต้องการเข้ามาทำธุรกรรมในประเทศไทย

"กันกุล" ตั้ง 2 บริษัทในสิงคโปร์

นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อยที่จัดตั้งในต่างประเทศเพื่อเป็นอินเวสต์เมนต์โฮลดิ้งคอมปะนี เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทในต่างประเทศ 3 บริษัท ได้แก่ 1.Gunkul International (Mauritius) ตั้งอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐมอริเชียส 2.Gunkul International (Singapore) และ 3.Gunkul Myanmar Power (Hlawga) อยู่ที่สิงคโปร์ เพราะมองว่าประเทศสิงคโปร์เหมาะสมสำหรับในการตั้งบริษัทย่อยเพื่อไปลงทุนในต่างประเทศมาก เนื่องจากมาตรการและกฎหมายที่สะดวกและรวดเร็ว ขณะที่ขั้นตอนการเก็บภาษีซ้อนของประเทศสิงคโปร์และพม่าก็มีหลายอย่างที่เหมือนกัน ซึ่งอาจส่งผลทำให้บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มากกว่าการตั้งบริษัทในประเทศไทย และช่วยให้บริษัทมีการวางแผนการลงทุนในต่างประเทศที่สะดวกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไทยจะมีการออกเกณฑ์สนับสนุนให้สิทธิด้านภาษีแก่บริษัทที่ต้องการเปิดสำนักงานสาขาประจำภูมิภาคในไทยก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

ชี้ดีล รร.สิงคโปร์-ไทยครึกครื้น

ขณะที่นายไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่บริษัทในเครือไอร่า คือ บริษัท ไอร่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอดไวซอรี่ (สิงคโปร์) ซึ่งประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน การควบรวมและการซื้อขายกิจการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และการลงทุนในสิงคโปร์ พบว่าดีลการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทไทยกับสิงคโปร์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยธุรกิจที่บริษัทไทยสนใจเข้าไปลงทุนทั้งในสิงคโปร์และในแถบเอเชีย คือ ธุรกิจโรงแรม รวมถึงธุรกิจอาหาร ก็อยู่ในกระแสความต้องการเช่นกัน

"นักลงทุนไทยสนใจสิงคโปร์เพราะเป็นประเทศที่มีความโปร่งใส และไม่เฉพาะแค่ดีลการซื้อกิจการเท่านั้น การนำเงินออกไปพักก็มีเช่นกัน เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น" นายไพโรจน์กล่าว

พณ.มอบรางวัลเพชรพาณิชย์2560ให้เอกชน

พณ.มอบรางวัลเพชรพาณิชย์2560ให้เอกชน

ราคาทองครั้งที่2รูปพรรณขาย20,800บาท

ราคาทองครั้งที่2รูปพรรณขาย20,800บาท

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ2.73จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ2.73จุด

กรมธนารักษ์เตรียมมอบสัญญาเช่าให้อีก14 ชุมชนปี61

กรมธนารักษ์เตรียมมอบสัญญาเช่าให้อีก14 ชุมชนปี61

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลดลง4.21จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลดลง4.21จุด

ชาวดีเซลเฮ! บางจาก - ปตท. ปรับลดราคา 50 สต./ลิตร

ชาวดีเซลเฮ! บางจาก - ปตท. ปรับลดราคา 50 สต./ลิตร

ปตท.ลดราคาน้ำมันดีเซล50สต.แตะ24.69บ.มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดราคาน้ำมันดีเซล50สต.แตะ24.69บ.มีผลพรุ่งนี้

ทอท.ได้รางวัลผู้นำองค์กรมีมูลค่าแบรนด์สูงสุด

ทอท.ได้รางวัลผู้นำองค์กรมีมูลค่าแบรนด์สูงสุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ลบ1.88จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ลบ1.88จุด

ราคาทองคงที่รูปพรรณขายออกบาทละ20,750บ.

ราคาทองคงที่รูปพรรณขายออกบาทละ20,750บ.

เตรียมรับมือ ! รฟท. ขึ้นค่าโดยสารรถไฟรุ่นใหม่ 100 – 200 บาท เริ่ม 21 ส.ค. นี้

เตรียมรับมือ ! รฟท. ขึ้นค่าโดยสารรถไฟรุ่นใหม่ 100 – 200 บาท เริ่ม 21 ส.ค. นี้

เพาะ "เห็ดหลินจือแดง" ขายดี รอบละแสนบาท

เพาะ "เห็ดหลินจือแดง" ขายดี รอบละแสนบาท

โบรกมองหุ้นแกว่งตัวตามต่างประเทศ

โบรกมองหุ้นแกว่งตัวตามต่างประเทศ

ราคาทองพุ่งพรวด 200 บาท ส่งทองรูปพรรณขายออก 20,750 บาท

ราคาทองพุ่งพรวด 200 บาท ส่งทองรูปพรรณขายออก 20,750 บาท

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก 1.32 จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก 1.32 จุด

6ด.ยอดใช้its your choiceกว่า3แสนคน

6ด.ยอดใช้its your choiceกว่า3แสนคน

ราคาทองปรับขึ้น200บ.ขายออก20,750บ.

ราคาทองปรับขึ้น200บ.ขายออก20,750บ.

พาณิชย์เผยราคาต้นหอมวันนี้ขึ้นอีกกก.ละ10บ.

พาณิชย์เผยราคาต้นหอมวันนี้ขึ้นอีกกก.ละ10บ.

อัตราแลกเปลี่ยนขาย33.50บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนขาย33.50บ./ดอลลาร์

เริ่ม!วันแรกปรับขึ้นค่าเรือด่วนเจ้าพระยา-แสนแสบ1บาท

เริ่ม!วันแรกปรับขึ้นค่าเรือด่วนเจ้าพระยา-แสนแสบ1บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์