กางแผน คสช.ช่วยชาวนา เลิกหว่านเงิน ไล่บี้ "ปุ๋ย-ยาปราบ" ลดต้นทุน

กางแผน คสช.ช่วยชาวนา เลิกหว่านเงิน ไล่บี้ "ปุ๋ย-ยาปราบ" ลดต้นทุน

กางแผน คสช.ช่วยชาวนา เลิกหว่านเงิน ไล่บี้ "ปุ๋ย-ยาปราบ" ลดต้นทุน

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ () ได้ "ปลดล็อก" เงินจำนำข้าวมากกว่า 90,000 ล้านบาท ทยอยจ่ายคืนให้กับชาวนาแล้ว ปัญหาต่อไปก็คือ การปลูกข้าวนาปี 2557/58 จะมีวิธีการช่วยเหลือชาวนาอย่างไร จากความจริงที่ว่า ราคาข้าวเปลือกภายในประเทศได้ "ตกต่ำ" ลงเกินกว่า "ต้นทุน" การปลูกข้าวของชาวนา โดย คสช.เองได้แสดงท่าทีออกมาแล้วว่า การปลูกข้าวปี 2557/58 จะไม่มีการใช้นโยบายรับจำนำ หรือการประกันราคาข้าว แต่เลือกที่จะใช้วิธีการ "ลดต้นทุน" การปลูกข้าวให้กับชาวนาแทน

ล่าสุดในการประชุมระดมความคิดเห็นเรื่องมาตรการช่วยเหลือชาวนาหลังจากสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณามาตรการด้านการผลิตและการตลาดสินค้าข้าว ได้เรียก 3 สมาคมชาวนาไทย, สมาคมโรงสีข้าวไทย, สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย, สมาคมปุ๋ย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวนา

เบื้องต้นที่ประชุมได้ข้อสรุปมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวในฤดูการผลิต 2557/58 ให้เน้นไปที่ "การลดต้นทุนการผลิตข้าว" ด้วยวิธีการขอความร่วมมือ "กึ่ง" บังคับผู้ประกอบการภาคเอกชนให้ลดราคา-ลดค่าบริการ ในกระบวนการปลูกข้าวแทนการจ่ายเงินชดเชยอย่างที่เคยปฏิบัติมาในอดีต มีเป้าหมายที่จะช่วยชาวนาลดต้นทุนการผลิตได้ขั้นต่ำประมาณ 500-600 บาท/ไร่ จากปัจจุบันต้นทุนการผลิตขณะนี้อยู่ที่ 4,000-5,000 บาท/ไร่

ในระหว่างการประชุม พล.อ.ฉัตรชัยเน้นย้ำว่า คสช.จะไม่มีการชดเชยเป็นรูป "ตัวเงิน" แต่จะมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต

 

 

ธ.ก.ส.อัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

ด้าน นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวภายหลังการประชุมสิ้นสุดลงว่า จากการที่ผู้ประกอบการปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนปัจจัยการผลิตต่าง ๆ "ยอมลดราคาลง" ก็จะส่งผลให้ "ต้นทุน" การผลิตข้าวของชาวนาลดลง 432 บาท/ไร่ จากต้นทุนปัจจุบันไร่ละ 4,787 บาท ซึ่งหากรวมค่าชดเชยดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส.ที่ลดลงอีก 3% หรือ 150 บาท/ไร่ ก็จะทำให้ต้นทุนทั้งหมดของชาวนาลดลงรวม 582 บาท/ไร่

นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังได้เสนอแนวทางการช่วยเหลือสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับชาวนา ด้วยการลดดอกเบี้ยลง 3% จากอัตราปกติเป็นเวลา 6 เดือน แบ่งการชดเชยออกเป็น 2 แนวทางให้ คสช.พิจารณา ได้แก่ แนวทางแรกให้สินเชื่อชาวนารายละ 50,000 บาท คิดเป็นเงิน 2,292 ล้านบาท กับแนวทางที่ 2 ให้สินเชื่อรายละ 100,000 บาท คิดเป็นเงิน 4,582 ล้านบาท

ข้อเสนอ 3 สมาคมชาวนา

นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า เบื้องต้นที่จะให้ผู้ประกอบการโรงสีและพ่อค้าข้าว รับซื้อข้าวในราคา 8,000-9,000 บาท/ตันนั้น "พวกเราชาวนาพอใจในระดับหนึ่ง" แต่ก็อยากให้ คสช.พิจารณาการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตให้แก่ชาวนา โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่อยู่นอกเขตชลประทานมีต้นทุนการผลิต "สูงกว่า" ชาวนาที่อยู่ในเขตชลประทานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6,500-7,000 บาท/ไร่

ด้าน นายประสิทธิ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า ได้เสนอที่ประชุมให้ช่วยจ่าย "เงินชดเชย" ต้นทุนการผลิตแก่ชาวนา แต่ พล.อ.ฉัตรชัยกลัวว่าจะนำเงินไปใช้ผิดประเภท ขณะที่ นายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย และนายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย กล่าวว่า พอใจกับแนวทางช่วยลดต้นทุนการผลิตของ คสช.ภายใต้ภาวะการคลังของประเทศ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนจะมีการประชุมระดมความคิดเห็นเรื่องมาตรการช่วยเหลือชาวนาเพียง 1 วัน ในวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ได้มีหนังสือลงนามโดย นายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ส่งไปยัง "ผู้ให้เช่านา" ทั่วประเทศเพื่อขอความร่วมมือลดราคาค่าเช่าลงไร่ละ 200 บาท แต่เมื่อ พล.อ.ฉัตรชัยเรียกประชุมกับผู้เกี่ยวข้องในวันที่ 18 มิถุนายน 2557 กลับขอให้ลดค่าเช่านาลงถึง 500 บาท/ไร่ ทำให้ผู้ให้เช่านาตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้มีการ "ตั้งธง" กันไว้แล้ว

ยังสงสัยลดต้นทุนการผลิต

จากการสอบถามชาวนาในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่วนใหญ่ยัง "สงสัย" มาตรการช่วยลดต้นทุนการผลิตของ คสช.จะมีผลปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ยกตัวอย่าง การลดค่าเช่านา หากพื้นที่นาเป็นดินไม่ดี ปกติจะกำหนดอัตราค่าเช่า 500 บาท/ไร่/ฤดูการผลิต หากจะให้ปรับลดค่าเช่าไร่ละ 200 บาท เท่ากับว่าผู้ให้เช่าจะไม่มีกำไร และยังเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะผู้เช่าถูก "บังคับ" ให้เช่านาได้เป็นระยะเวลา 6 ปี ตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524

มาตรา 26 ระบุการเช่านาให้มีกำหนดคราวละไม่น้อยกว่าหกปี การเช่านารายใดที่ทำไว้โดยไม่มีกำหนดเวลาหรือมีแต่ต่ำกว่า 6 ปี ให้ถือว่าการเช่านารายนั้นมีกำหนดเวลา 6 ปี ซึ่งเดิมเมื่อรัฐบาลใช้โครงการจำนำข้าวแบบเดิมชาวนาจะใช้วิธีบอกเช่า เพื่อกันรายอื่นไม่ให้มาเช่านา แต่เมื่อไปหาที่นาที่ทำเลดีกว่าก็ไม่บอกเลิกสัญญาเช่า ทำให้ไม่สามารถนำนาดังกล่าวไปให้รายอื่นเช่าซ้ำได้ และไม่ได้รับค่าเช่านา

ขณะที่การขอความร่วมมือในการลดราคาปัจจัยการผลิตถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก แม้ว่าสมาคมเมล็ดพันธุ์ หรือสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย จะกล่าวในที่ประชุมว่า "ยินดีจะปรับลดราคาสินค้า" เช่น ลดค่าปุ๋ยกระสอบละ 50 บาทจากปัจจุบันกระสอบละ 1,200-1,350 บาท แต่ไม่ได้แจ้งว่า เป็นการลดปุ๋ยสูตรใดหรือมีเงื่อนไขใดในการซื้อปุ๋ยหรือไม่ หรือเป็นการลดราคาให้ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเท่านั้น

ที่สำคัญสมาชิกสมาคมผู้ค้าปุ๋ยให้ความเห็นว่า การลดราคาสินค้าแต่ละรายการจะต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตแต่ละราย ซึ่งมีความสามารถในการผลิตต่างกัน ทำให้โครงสร้างต้นทุนไม่เท่ากัน หากผู้ผลิตลดราคาในสูตรปุ๋ยที่เกษตรกรไม่นิยมใช้ หรือลดราคาแล้วเกิดปัญหาขาดแคลนสินค้า ก็จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต

ส่วนสมาคมเมล็ดพันธุ์ได้ทำหนังสือยืนยันว่า จะปรับลดราคาเมล็ดพันธุ์ข้าวลง กก.ละ 4 บาท แต่ก็ไม่แจ้งว่าจะปรับลดลงจากราคาตั้งต้นเท่าไร เพราะขณะนี้ราคาเมล็ดพันธุ์เดือนพฤษภาคม 2557 ปรับลดลงเหลือ กก.ละ 17.20 บาท จากราคาปี 2556 ที่เฉลี่ย กก.ละ 22.50 บาท หากไม่บอกก็อาจตีความได้ว่า ราคาเมล็ดพันธุ์ในตลาดได้ปรับลดลงไปแล้ว

ที่สำคัญหากคำนวณต้นทุนการผลิตปัจจุบันที่ไร่ละ 4,000-6,000 บาท บางพื้นที่ปลูกข้าวได้ 580 กก./ไร่ หรือต้องปลูก 1.5 ไร่ จึงจะได้ข้าวเปลือก 1 ตัน เท่ากับต้นทุนชาวนาต่อตันอยู่ที่ 6,000-7,000 บาท เป้าหมายของ คสช.มุ่งหวังจะช่วยยกระดับราคาข้าวเปลือก ความชื้น 15% ในตลาดตันละ 8,500-9,000 บาท หรือทำให้ชาวนาได้กำไรตันละ 2,000-3,000 บาท "จึงดูจะเป็นเรื่องที่ยาก" ประกอบกับในช่วงปลายเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2557 จะมีข้าวออกสู่ตลาดอีกประมาณ 27-28 ล้านตันข้าวเปลือก

ดังนั้น วิธีการลดต้นทุนการผลิตอย่างเดียว โดยไม่มีแผนการบริหารจัดการข้าว ทั้งข้าวที่กำลังจะออกสู่ตลาดและข้าวที่อยู่ในสต๊อกรัฐบาล คงไม่เพียงพอจะ "ตรึง" ราคาข้าวให้ชาวนาได้ 8,000-9,000 บาท/ตันอย่างที่หวัง

Advertisement Replay Ad
กรศ.ชงแผนพัฒนาคนรับอุตฯเป้าหมาย22พ.ย.

กรศ.ชงแผนพัฒนาคนรับอุตฯเป้าหมาย22พ.ย.

แอกซ่าครองแชมป์แบรนด์ประกันของโลก9ปีติด

แอกซ่าครองแชมป์แบรนด์ประกันของโลก9ปีติด

ราคาทองครั้งที่ 2 ปรับลงบาทละ 50 บาท

ราคาทองครั้งที่ 2 ปรับลงบาทละ 50 บาท

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ 0.33 จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ 0.33 จุด

บัตรคนจนมีเงินหมุนเวียนศก.ฐานรากแล้ว1,700ลบ.

บัตรคนจนมีเงินหมุนเวียนศก.ฐานรากแล้ว1,700ลบ.

กสิกรไทยคาดส่งออกทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 7%

กสิกรไทยคาดส่งออกทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 7%

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าปรับลดลง 1.00 จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าปรับลดลง 1.00 จุด

คค.ย้ำอำนวยความสะดวกร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง

คค.ย้ำอำนวยความสะดวกร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง

ราคาน้ำมันดิบปรับลงจากแรงเทขายทำกำไรนักลงทุน

ราคาน้ำมันดิบปรับลงจากแรงเทขายทำกำไรนักลงทุน

กทท.พัฒนาธุรกิจขนส่งสินค้าท่าเรือรองรับEEC

กทท.พัฒนาธุรกิจขนส่งสินค้าท่าเรือรองรับEEC

ออมสิน ปรับแนวแก้หนี้ครู 4.2 แสนล.ดึงงบ 2.5 พันล.จ่ายคืนลูกหนี้ดี

ออมสิน ปรับแนวแก้หนี้ครู 4.2 แสนล.ดึงงบ 2.5 พันล.จ่ายคืนลูกหนี้ดี

พาณิชย์เผยราคาสินค้าวันนี้ส่วนใหญ่ทรงตัว

พาณิชย์เผยราคาสินค้าวันนี้ส่วนใหญ่ทรงตัว

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 9.07 จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 9.07 จุด

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขายออก20,700บาท

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขายออก20,700บาท

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.36บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.36บ./ดอลลาร์

ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท

ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิQ3/60แตะ8,161ลบ.

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิQ3/60แตะ8,161ลบ.

CIMBประกาศกำไรสุทธิงวด9ด.ปี60แตะ554.4ล.

CIMBประกาศกำไรสุทธิงวด9ด.ปี60แตะ554.4ล.

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 24.10 จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 24.10 จุด

สมอ.เตรียมประกาศร่างมาตรฐานอุตฯท่องเที่ยว

สมอ.เตรียมประกาศร่างมาตรฐานอุตฯท่องเที่ยว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์