กรณ์ โพสต์fb ชี้ปัญหาหวยแพงเกิดจากเงื่อนไขกองสลาก ระบบโควต้า

กรณ์ โพสต์fb ชี้ปัญหาหวยแพงเกิดจากเงื่อนไขกองสลาก ระบบโควต้า

กรณ์ โพสต์fb ชี้ปัญหาหวยแพงเกิดจากเงื่อนไขกองสลาก ระบบโควต้า

S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวานนี้นายกรณ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij ชี้ถึงปัญหาราคาแพงว่า เกิดจากความผิดผลาดของนโยบายของกองสลากที่กำหนดเงื่อนไข"ต้องขายให้หมด" และรบบโควต้า ที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้ารับมาขายต่อราคาเกินหน้าตั๋วอยู่ก่อนแล้ว แนะต้องแก้ทั้งโครงสร้าง

ล็อตเตอรี่แพงเป็นเรื่อง 'ศักดิ์ศรีของรัฐบาล'

ล็อตเตอรี่ ๘๐ บาททำได้ไหม ทำอย่างไร

หนึ่งในเรื่องที่ผมทำไม่ทันในสมัยเป็นรัฐมนตรีคือการแก้ปัญหาเรื่ิอง 'ล็อตเตอรี่แพง'

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คิดไว้แล้วว่าจะแก้อย่างไร จึงเป็นความผิดหวังส่วนตัวที่ไม่มีเวลาพอในการแก้ปัญหา รอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำต่อก็ไม่ยอมเดินหน้าเสียทีทั้งๆที่มีความพยายามโดยส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนที่เสนอให้รัฐบาลของเขาแก้ปัญหานี้โดยเร็ว

ดังนั้นพอเห็นคสช. ประกาศว่าจะเอาจริงผมก็เลยดีใจ เพราะสำหรับผม เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน (ที่หลายคนอาจบอกว่า แพงก็อย่าซื้อ ดีเสียอีกจะได้ไม่เล่นการพนัน) แต่ล็อตเตอรี่ราคาแพงเป็นหนึ่งในแหล่งเงินใต้ดินที่ควรถูกกำจัด และผมว่ามันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของรัฐบาลด้วย เพราะล็อตเตอรี่เป็นสินค้าที่รัฐบาลผลิตเองขายเอง แต่กลับไม่สามารถควบคุมราคาตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ได้ รัฐบาล (ทุกรัฐบาล) จะมีความชอบธรรมอย่างไรที่ไปสั่งควบคุมราคาสินค้าของคนอื่นโดยอ้างความเดือดร้อนของประชาชน

แต่เท่าที่ติดตามข่าว ผมว่าคสช. ยังอาจคิดเรื่องนี้ไม่ทะลุ และยิ่งอ่านบทสัมภาษณ์ของกองสลากแล้ว ผมยิ่งเป็นห่วงว่าคสช. จะต้องผิดหวัง เพราะเรื่องล็อตเตอรี่นี้ถ้าไม่แก้ที่โครงสร้าง ออกมาฮึ่มใส่ใครก็ไม่สำเร็จครับ

ถามว่า ราคาที่แพงนั้นมาจากอะไร

ที่กองสลากอ้างว่าตนไม่เกี่ยว และโยนบาปไปให้ยี่ปั๊ว-ซาปั๊วนั้น ถูกแค่ครึ่งเดียว แต่ครึ่งที่ไม่ถูกนั้นเป็นผลหลักที่ทำให้มีปัญหา

เพราะต้นตอปัญหามาจากเงื่อนไขการขายของกองสลากว่าในการขายแต่ละงวดนั้น 'ต้องขายหมด' เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องมี 'รายใหญ่' มาวางเงินคํ้าประกัน (ทำหน้าที่เหมือน underwriter คือผู้ประกันการจำหน่าย) และรายใหญ่กลุ่มนี้มีหน้าที่คอยดูแลรับซื้อส่วนที่แม่ค้าตามถนนขายไม่ได้อีกด้วย ในระบบนี้กองสลากไม่ต้องออกแรงอะไรเลย แต่เป็นต้นเหตุให้ผู้ที่เข้ามารับความเสี่ยงต้องขายในราคาที่สูงขึ้น ความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นเพราะตามจริงแต่ละงวดนั้นไม่สามารถขายหมดได้เพราะคนไทยเลือกเบอร์ซื้อ หมายความว่าเบอร์สวยจะแย่งกันซื้อ เบอร์ธรรมดาไม่มีใครเอา แต่ผู้รับช่วงมาต้องจ่ายราคาเต็มให้รัฐบาลทุกใบ แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าในชีวิตจริง จะให้พ่อค้าขายสินค้าที่มีความต้องการสูงในราคาเดียวกันกับสินค้าที่ไม่มีใครต้องการไม่ได้ เบอร์สวยต้องราคาแพงเพื่อเอาส่วนต่างมาชดเชยใบที่ขายไม่ออก

และนโยบายโควต้าก็ทำให้สถานะการณ์แย่ลง เพราะผู้รับโควต้ามากรายไม่ขายเอง แต่ส่งต่อทันทีให้กับรายใหญ่ที่มีเครือข่ายที่กว้างไกล แต่ละช่วงการขายก็ต้องมีการบวกกำไร กว่าจะถึงมือผู้บริโภคก็ต้องแพงขึ้นแน่นอน

และนี่ยังไม่นับการจ่ายส่วยที่ผู้ได้รับโควต้าต้องให้กับข้าราชการและนักการเมืองระหว่างทาง

ดังนั้นตามหลักเศรษฐศาสตร์ ถ้าต้องการแก้ปัญหานี้อย่างถาวร ต้องยกเลิกระบบที่มีปริมาณล็อตเตอรี่ตายตัวในแต่ละงวด และการกำหนดว่า 'ต้องขายหมด' และหันมาใช้ระบบขายเท่าไร-เอาเท่านั้น และขายตรงต่อประชาชนในราคาตามประกาศโดยไม่ผ่านมือใคร ไม่ต้องมีระบบ 'โควต้า' อีกต่อไป และถ้าปรับเป็นระบบนี้ ประชาชนต้องเข้าใจว่ามูลค่ารางวัลจะผันผวนตามยอดขายจริง งวดไหนคนซื้อมากรางวัลก็มาก งวดไหนคนซื้อน้อยรางวัลก็น้อยไปด้วย

หนึ่งในสาเหตุที่เราเดินหน้าเรื่องนี้ไม่ได้สมัยที่เป็นรัฐบาลก็เพราะช่วงนั้นยังมีคดีความฟ้องร้องค้างมาหลายรัฐบาลเรื่อง 'หวยตู้' ซึ่งถ้าจะแก้ปัญหาตามแนวที่ผมเสนอ ควรจะมีการขายล็อตเตอรี่โดยตรง (จะผ่านตู้พิเศษหรือ ATM ก็ได้) ให้กับประชาชน และให้แม่ค้าล็อตเตอรี่ใช้เครื่องอัตโนมัติที่พกพาได้เดินหาลูกค้า (แทนที่จะเดินเร่ขายเป็นใบๆเหมือนปัจจุบัน)

ข้อดีคือลูกค้าก็จะเลือกเบอร์เองได้เลย ๖ เบอร์ หรือ จะ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ก็ว่ากันไป เบอร์ไหนซํ้าเยอะตัวหารรางวัลก็เยอะไปด้วย

ส่วนสมาคมผู้พิการต่างๆที่ขาดรายได้จากโควต้าก็สามารถได้รับเงินชดเชยโดยตรงจากกองสลากตามความเหมาะสม

ประชาชนได้ซื้อล็อตเตอรี่ที่ใบละ ๘๐ บาท และแหล่งทุจริตสำคัญหายไปทันทีอีกหนึ่งแหล่ง

เรื่องนี้แก้ที่ปลายเหตุอย่างเดียวไม่ได้ เพราะแม่ค้ารับมาก็แพงกว่า ๘๐ บาทแล้ว ถ้าทำจริงต้อง 'ปฏิรูป' เหมือนปัญหาเรื้อรังเรื่องอื่นๆ และถ้าทำจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมพร้อมสนับสนุนครับ

Advertisement Replay Ad
ซีพีเอฟประกาศวิสัยทัศน์ใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์

ซีพีเอฟประกาศวิสัยทัศน์ใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์

เอกอัครราชฑูตไทยประจำเยอรมนีชมบูธCPFมหกรรมอาหาร

เอกอัครราชฑูตไทยประจำเยอรมนีชมบูธCPFมหกรรมอาหาร

ศุภาลัยโชว์ศักยภาพปั้นยอดขาย9เดือนโต44%

ศุภาลัยโชว์ศักยภาพปั้นยอดขาย9เดือนโต44%

พณ.ปัดหารือขยายวงเงินบัตรสวัสดิการรัฐ

พณ.ปัดหารือขยายวงเงินบัตรสวัสดิการรัฐ

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ2.20จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ2.20จุด

พณ.มั่นใจปลายปีมีข่าวดีบัญชีPWLสหรัฐ

พณ.มั่นใจปลายปีมีข่าวดีบัญชีPWLสหรัฐ

TMBแจ้งผลประกอบการ9ด.เพิ่มขึ้น8%

TMBแจ้งผลประกอบการ9ด.เพิ่มขึ้น8%

1ธ.ค.เปิดตลาดประชารัฐไทยช่วยไทย6,447แห่ง

1ธ.ค.เปิดตลาดประชารัฐไทยช่วยไทย6,447แห่ง

ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติก.ย.โต5.75%

ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติก.ย.โต5.75%

รมช.พณ.ลงพื้นที่ดูใช้บัตรคนจนในกทม.วันแรก

รมช.พณ.ลงพื้นที่ดูใช้บัตรคนจนในกทม.วันแรก

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ4.10จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ4.10จุด

บีโอไอคงเป้าส่งเสริมลงทุนปีนี้6แสนล้านบาท

บีโอไอคงเป้าส่งเสริมลงทุนปีนี้6แสนล้านบาท

BOIทบทวนมาตรการส่งเสริมลงทุนอีอีซี

BOIทบทวนมาตรการส่งเสริมลงทุนอีอีซี

สปส. แนะผู้ประกันตนจาก 3 รพ.ที่ยกเลิกเลือกใหม่ภายใน 31 ต.ค.นี้

สปส. แนะผู้ประกันตนจาก 3 รพ.ที่ยกเลิกเลือกใหม่ภายใน 31 ต.ค.นี้

เอกชนยื่นขายไฟSPPHybridคึกทะลุเป้า300MW

เอกชนยื่นขายไฟSPPHybridคึกทะลุเป้า300MW

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าปรับตัวลดลง3.36จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าปรับตัวลดลง3.36จุด

ไทย-สหรัฐ ตั้งทีมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไทย-สหรัฐ ตั้งทีมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไทยออยล์เผยราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นราว1%

ไทยออยล์เผยราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นราว1%

หอการค้ายึดแนวพระราชดำริพัฒนาปท.เพื่อศก.ยั่งยืน

หอการค้ายึดแนวพระราชดำริพัฒนาปท.เพื่อศก.ยั่งยืน

“บิ๊กตู่” ทดลองใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเครื่องอ่านบัตรบนรถเมล์

“บิ๊กตู่” ทดลองใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเครื่องอ่านบัตรบนรถเมล์

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์