ประเมินรถคันแรกรัฐจะขาดทุนสุทธิราว 2.8 หมื่นล้านบาท

ประเมินรถคันแรกรัฐจะขาดทุนสุทธิราว 2.8 หมื่นล้านบาท

ประเมินรถคันแรกรัฐจะขาดทุนสุทธิราว 2.8 หมื่นล้านบาท

mcot

สนับสนุนเนื้อหา

นายภาวิน ศิริประภานุกูล นักวิชาการโครงการส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา หรือ Thai PBO วิเคราะห์ทางการคลังของ นโยบายรถยนต์คันแรก รายจ่ายมากกว่ารายรับ เก็บภาษีเพิ่มเติมได้เพียง 5.4 หมื่นล้านบาท แต่ต้องตั้งงบคืนภาษีถึง 8.2 หมื่นล้านบาท ขาดทุนราว 2.8 หมื่นล้านบาท ระบุเป็นโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลปีนี้ แต่อาจไม่มีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน

“จากภาพรวม ต้นทุนสุทธิของโครงการน่าจะอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท หรืออาจจะต่ำกว่านั้นหลังจากหักผลกระทบต่อการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประเมินผลกระทบในเชิงบวกและลบของโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในช่วงปี 2555-2557 และการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของประเทศไทยแต่ประการใด” นายภาวิน กล่าว

นายภาวิน วิเคราะห์ผลกระทบทางการคลังของนโยบายรถใหม่คันแรกว่าเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมจากคนไทยจำนวนมาก ดูจากยอดผู้ร่วมโครงการสูงถึง 1.25 ล้านคน และจะสร้างผลกระทบต่อรายรับรายจ่ายงบประมาณของรัฐบาลค่อนข้างสูง การศึกษานโยบายประชานิยมเช่นนี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยในการเพิ่มข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

ในการวิเคราะห์โครงการดังกล่าว หากมองผลกระทบในเชิงทฤษฎีจะพบว่า ราคารถที่ถูกลงชั่วคราว หรือการลดราคาที่เกิดขึ้นจากการคืนภาษีในโครงการนั้น ทำให้เกิดอุปสงค์ใหม่ต่อรถ หรือก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายอุปสงค์ เช่น ผู้บริโภคเร่งปรับแผนการซื้อเร็วขึ้น เพื่อให้ทันรับสิทธิ์โครงการดังกล่าว ส่งผลให้รายได้ภาษีสรรพสามิตปรับตัวสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาการดำเนินโครงการมากกว่าระดับปกติ แต่ในขณะเดียวกันก็จะส่งผลไปถึงอนาคตที่จะทำให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตปรับตัวลดลงไปจากระดับปกติเช่นกัน โดยผลกระทบสุทธิที่ตามมาอาจรวมถึงผลกระทบต่อเนื่องไปยังเงินได้นิติบุคคลของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถ และผลกระทบต่อมูลค่าการบริโภคของภาคเอกชนในประเทศอีกด้วย

ในบทวิเคราะห์ของ Thai PBO ตัวแปรหลักที่นำมาใช้ในการพยากรณ์ คือ ข้อมูลจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ประเภท รย.1 หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ซึ่งมีการตอบสนองต่อโครงการรถยนต์คันแรกชัดเจนกว่ารถยนต์ประเภท รย.3 หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถกระบะ วิธีการประเมินของ Thai PBO แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ ขั้นตอนที่หนึ่งทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลก่อนจะมีโครงการรถคันแรกตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปี 2554 แล้วสร้างสมการเพื่อพยากรณ์ไปในอนาคต ซึ่งค่าพยากรณ์ที่ได้จะถูกกำหนดให้เป็นค่าพยากรณ์จากพฤติกรรมปกติของการซื้อรถในอดีตซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรก ขั้นตอนที่ 2 เป็นการปรับปรุงค่าพยากรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับชุดข้อมูลแวดล้อมต่างๆ โดยข้อมูลแวดล้อมแรกจะเป็นข้อมูลจริงของรถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนประเภท รย.1 ในช่วงปี 2555-2556 ข้อมูลแวดล้อมชุดที่ 2 เป็นข้อมูลตัวเลขของผู้ใช้สิทธิ์โครงการรถยนต์คันแรก โดยกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรกสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ตั้งใจจะซื้อรถยนต์ใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่แล้วและได้รับสิทธิ์ไปด้วย 2.กลุ่มที่มีการเลื่อนซื้อรถยนต์มาจากอนาคต เพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาลในอนาคตมากที่สุด เนื่องจากเป็นการเลื่อนซื้อรถยนต์ ฉะนั้น พฤติกรรมในอดีตจะถูกหักลบไปจากพฤติกรรรมการเลื่อนซื้อรถของคนกลุ่มนี้ ทำให้ค่าพยากรณ์ช่วงปี 2555-2556 จะมีค่าสูงกว่าปกติ ส่วนปี 2557-2558 จะมีค่าต่ำกว่าปกติ ซึ่งพฤติกรรมการซื้อรถที่ต่ำกว่าปกติก็จะมีผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย และ 3.กลุ่มผู้ซื้อรถใหม่ที่ยังไม่มีแผนซื้อรถยนต์มาก่อน

จากการวิเคราะห์ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2555 จนกระทั่งส่งมอบต่อเนื่องในปี 2556 พบว่า จำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ประเภท รย.1 ปรับสูงขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่ตัวเลขจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ปีงบประมาณ 2557 รย.1 อยู่ที่ 690,000 คัน ปรับลดลงจากปีงบประมาณ 2556 คิดเป็น 36% ซึ่งหากนำจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ รย.1 มาพยากรณ์เปรียบเทียบในเรื่องการการจัดเก็บภาษีสรรสามิตรถยนต์ในปีงบประมาณ 2557 พบว่าจำนวนตัวเลขปรับตัวลดลงราว 7,000 ล้านบาท และส่งผลต่อเนื่องไปยังปีงบประมาณ 2558 ที่การจัดเก็บภาษีจะปรับตัวลดลงจากระดับปกติอีกราว 7,000 ล้านบาทเช่นเดียวกัน

ขณะที่การทดสอบการพยากรณ์การจัดเก็บภาษีในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม กลับไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เช่นเดียวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งผลกระทบของโครงการนี้ต่อการจัดเก็บรายได้สรรพสามิตรถยนต์ของรัฐบาลสร้างความแตกต่างจากตัวเลขประมาณการในเอกสารงบประมาณของรัฐบาลค่อนข้างชัดเจน โดยค่าพยากรณ์ของ Thai PBO มูลค่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรวมในปีงบประมาณ 2557 ปรับเพิ่ม 3.5% เมื่อเทียบกับปี 2556 ในขณะที่ตัวเลขในเอกสารงบประมาณของรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 7.2%

Advertisement Replay Ad
ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขายออก20,700บาท

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขายออก20,700บาท

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.36บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย33.36บ./ดอลลาร์

ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท

ชง กม.ปรับเบี้ยประกันสังคมเพิ่ม เงินเดือน 2 หมื่นขึ้น เก็บ 1 พันบาท

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิQ3/60แตะ8,161ลบ.

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิQ3/60แตะ8,161ลบ.

CIMBประกาศกำไรสุทธิงวด9ด.ปี60แตะ554.4ล.

CIMBประกาศกำไรสุทธิงวด9ด.ปี60แตะ554.4ล.

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 24.10 จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ลบ 24.10 จุด

สมอ.เตรียมประกาศร่างมาตรฐานอุตฯท่องเที่ยว

สมอ.เตรียมประกาศร่างมาตรฐานอุตฯท่องเที่ยว

คลังอนุมัติใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์แล้ว153ราย

คลังอนุมัติใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์แล้ว153ราย

แอร์พอร์ตลิ้งก์เปิดบริการปชช.ฟรี25-27ต.ค.

แอร์พอร์ตลิ้งก์เปิดบริการปชช.ฟรี25-27ต.ค.

คลังปรับกระบวนการจ่ายคืนเงินฝากใน30วัน

คลังปรับกระบวนการจ่ายคืนเงินฝากใน30วัน

SMEsBankตเร่งออกมาตรการช่วยSmesถูกน้ำท่วม

SMEsBankตเร่งออกมาตรการช่วยSmesถูกน้ำท่วม

กนอ.สั่งจับตาเฝ้าระวังนิคมฯตลอด24ชั่วโมง

กนอ.สั่งจับตาเฝ้าระวังนิคมฯตลอด24ชั่วโมง

หอการค้าไทยเร่งยกระดับมาตรฐานผักผลไม้ไทย

หอการค้าไทยเร่งยกระดับมาตรฐานผักผลไม้ไทย

ไปรษณีย์ไทยจัดโปรฯแลกของพรีเมียม

ไปรษณีย์ไทยจัดโปรฯแลกของพรีเมียม

คลัง เผย แก้หนี้นอกระบบคืบ จับนายทุนปล่อยกู้ผิดกฎหมายแล้ว 1,499 ราย

คลัง เผย แก้หนี้นอกระบบคืบ จับนายทุนปล่อยกู้ผิดกฎหมายแล้ว 1,499 ราย

กรมบัญชีกลางยันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมุ่งช่วยปชช.

กรมบัญชีกลางยันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมุ่งช่วยปชช.

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก 1.58 จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก 1.58 จุด

หอการค้าคาดเงินสะพัดเลือกตั้งปีหน้า30,000ล้าน

หอการค้าคาดเงินสะพัดเลือกตั้งปีหน้า30,000ล้าน

หอการค้าเผยSMEเริ่มฟื้นจากจุดต่ำสุดมองGDPSME60โต4.5%

หอการค้าเผยSMEเริ่มฟื้นจากจุดต่ำสุดมองGDPSME60โต4.5%

บอร์ดอคส.แต่งตั้งผอ.คนใหม่แล้วมีผลวันนี้

บอร์ดอคส.แต่งตั้งผอ.คนใหม่แล้วมีผลวันนี้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์