′ไทยพาณิชย์′พร้อมชดใช้คืน เหยื่อแก๊งแฮกเอทีเอ็มดูดเงิน เผยแจ้งลูกค้าให้อายัดบัตร 500 คน

′ไทยพาณิชย์′พร้อมชดใช้คืน เหยื่อแก๊งแฮกเอทีเอ็มดูดเงิน เผยแจ้งลูกค้าให้อายัดบัตร 500 คน

′ไทยพาณิชย์′พร้อมชดใช้คืน เหยื่อแก๊งแฮกเอทีเอ็มดูดเงิน เผยแจ้งลูกค้าให้อายัดบัตร 500 คน

Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

แบงก์พาณิชย์แฉแก๊งแฮกเอทีเอ็ม ติดตั้ง′สกิมมิ่ง′ที่ตู้ตลาดประชานิเวศน์ 1 ประกาศงดใช้ทันที แจ้งลูกค้าที่ใช้บริการให้อายัดบัตร 500 คน 

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายพงษ์สิทธ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารการป้องกันอาชญากรรมและความปลอดภัย ธนาคาร เปิดเผยกรณีแก๊งแฮกเอทีเอ็มเบิกเงินของลูกค้าที่ส่วนใหญ่นำบัตรเอทีเอ็มไปกดถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ตรงตลาดโกลด์มาร์เก็ต ย่านประชานิเวศน์ 1 ว่า ธนาคารมีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบความผิดปกติของการทำธุรกรรมการเงินในระยะเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงเวลา 01.00 น. วันที่ 5 เมษายน โดยจากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านั้นลูกค้ามีการทำธุรกรรมการเงินจากตู้เอทีเอ็มที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 ซึ่งมีการสกิมมิ่ง และธนาคารได้ประกาศงดใช้ตู้เอทีเอ็มดังกล่าวชั่วคราวแล้ว

นายพงษ์สิทธิ์กล่าวว่า จากการตรวจของเจ้าหน้าที่สายตรวจตู้เอทีเอ็มของธนาคาร พบว่าการสกิมมิ่งครั้งนี้เป็นการติดตั้งกล้องรูเข็มบริเวณด้านข้างบริเวณจอ เพื่อบันทึกรหัสที่ลูกค้ากด ซึ่งปัจจุบันคนร้ายมีการพัฒนาเครื่องคัดลอกข้อมูล (สกิมเมอร์) แทบจะเรียกว่าเล็กมาก ถ้าลูกค้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่เห็นความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบความผิดปกติได้ประสานให้คอลเซ็นเตอร์ติดต่อไปยังลูกค้าที่มีการทำธุรกรรมจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เพื่อทำการอายัดบัตรป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และจะดำเนินการทำบัตรใหม่ให้ 

"เราได้ติดต่อลูกค้าและอายัดบัตร 400-500 บัตร ที่ทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหาย ซึ่งอาจจะป้องกันได้ทั้งหมด หรือเสียหายเพียงธุรกรรมแรกเท่านั้น แต่ยังมีลูกค้าบางส่วนที่ได้รับความเสียหาย และความเสียหายที่เกิดขึ้นธนาคารจะรับผิดชอบทั้งหมด คาดว่าในวันที่ 8 เมษายน จะดำเนินการจ่ายเงินคืนให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายได้" นายพงษ์สิทธิ์กล่าว

นายพงษ์สิทธิ์กล่าวยืนยันว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารสามารถป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ถึง 99% และความเสียหายจากการถูกสกิมมิ่งที่เกิดขึ้นมีมูลค่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการลงทุนระบบรักษาความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มีระบบการป้องกันที่เรียกว่า "แอนตี้ สกิมมิ่ง แบบเรียล ไทม์" ที่อาจช่วยป้องกันได้ แต่จากที่ธนาคารเคยทดสอบก็ไม่สามารป้องกันได้ 100% 

รวมทั้งยังมีข้อจำกัดว่า อาจจะแยกธุรกรรมที่ลูกค้ากระทำจริงกับธุรกรรมเท็จได้ยาก ส่วนกรณีที่จะมีการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มจากแบบเดิมมาเป็นบัตรสมาร์ทการ์ด ที่ทำงานด้วยระบบชิปการ์ดนั้น มีต้นทุนที่แพงและต้องใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้มีการหารือเรื่องนี้ ทั้งนี้ ธนาคารจะมีการตรวจสอบตู้เอทีเอ็มว่าจะสามารถปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างไรบ้าง

นายพงษ์สิทธิ์กล่าวว่า สำหรับการป้องกันการถูกสกิมมิ่ง เบื้องต้นคือ ให้ลูกค้าสังเกตบริเวณตู้เอทีเอ็มว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ช่องสอดบัตร ว่าการติดตั้งอุปกรณ์ครอบเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งช่องสอดบัตรและบริเวณแป้นตัวเลข ช่องมีไฟกะพริบหรือไม่ การสอดบัตรมีความฝืดผิดปกติหรือไม่ ทั้งนี้ เวลากดรหัสเอทีเอ็มควรมีการใช้มือบังทุกครั้ง เพื่อป้องกันการถูดคัดลอกรหัสบัตร ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ยังละเลยจุดนี้อยู่ โดยการป้องกันเบื้องต้นนี้จะป้องกันได้ 70-80%

พ.ต.อ.ณัฎฐ์ภาณพ วัชรเสวี ผกก.สน.ประชาชื่น กล่าวว่า มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนคงทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยต้องรอประสานไปยังธนาคารเจ้าของบัญชีของผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบว่าเงินในบัญชีลูกค้าหายไปจริงหรือไม่ หากพบว่าเงินในบัญชีหายไปจริงและมีมูลความผิดเกิดขึ้นจริง ทางธนาคารในฐานะเป็นผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความกับทางกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากความผิดเกิดขึ้นในหลายท้องที่ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด

ต่อมาเวลา 19.00 น. ร.ต.ท.คมสัน ทุติยานนท์ พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เจ้าของคดีกล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความกับ สน.ประชาชื่น เพิ่มเติมตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 6 เมษายน จนถึงเวลา 18.00 น. วันนี้อีก 13 ราย มูลค่าความเสียหาย 220,702.67 บาท รวมกับผู้เสียหายก่อนหน้านี้อีก 19 ราย เป็น 32 ราย รวมความเสียหายทั้งหมด 504,102.67 บาท จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มหน้าร้านเซเว่นฯ สาขาตลาดโกลด์มาร์เก็ตทั้ง 3 ตู้ ให้เปลี่ยนรหัสบัตรเอทีเอ็มเพื่อป้องกันคนร้ายนำข้อมูลไปกดเงินเพิ่มอีกทางหนึ่ง

 

Advertisement Replay Ad
สปส.เผยปี 61 ขยายความคุ้มครองเพิ่ม 6 สาขาอาชีพ 1.3 ล้านคน

สปส.เผยปี 61 ขยายความคุ้มครองเพิ่ม 6 สาขาอาชีพ 1.3 ล้านคน

พาณิชย์ถกธปท.ปรับสินค้าคำนวณเงินเฟ้อใหม่ให้เหมาะสมศก.

พาณิชย์ถกธปท.ปรับสินค้าคำนวณเงินเฟ้อใหม่ให้เหมาะสมศก.

บล.ภัทรชี้เลือกตั้งชัดหนุนเชื่อมั่นนักลงทุน

บล.ภัทรชี้เลือกตั้งชัดหนุนเชื่อมั่นนักลงทุน

3 ศูนย์การค้าเครือ MBK เปิดจอดรถฟรี 7,000 คัน

3 ศูนย์การค้าเครือ MBK เปิดจอดรถฟรี 7,000 คัน

รมว.พณ.สั่ง3กรมทำแผนเชื่อมโยงสินค้าเกษตร

รมว.พณ.สั่ง3กรมทำแผนเชื่อมโยงสินค้าเกษตร

ปชช.ทยอยร่วมงานมหกรรมหนังสือต่อเนื่อง

ปชช.ทยอยร่วมงานมหกรรมหนังสือต่อเนื่อง

หอการค้ามั่นใจเศรษฐกิจไตรมาส4ขยายตัวดี

หอการค้ามั่นใจเศรษฐกิจไตรมาส4ขยายตัวดี

สถาบันอาหารเร่งยกระดับผลิตข้าวหอมมะลิครบวงจร

สถาบันอาหารเร่งยกระดับผลิตข้าวหอมมะลิครบวงจร

กรมบัญชีกลางเร่งติดตั้งEDCครบ1.8หมื่นเครื่องพ.ย.

กรมบัญชีกลางเร่งติดตั้งEDCครบ1.8หมื่นเครื่องพ.ย.

บัญชีกลาง เร่ง ติดเครื่อง EDC ร้านธงฟ้า 18,000 เครื่องเดือน พ.ย.นี้

บัญชีกลาง เร่ง ติดเครื่อง EDC ร้านธงฟ้า 18,000 เครื่องเดือน พ.ย.นี้

พาณิชย์ใช้ตลาดสร้างเข้มแข็งลดเหลื่อมล้ำดันศก.

พาณิชย์ใช้ตลาดสร้างเข้มแข็งลดเหลื่อมล้ำดันศก.

ผู้ประกอบการหวัง2ด.สุดท้ายของปีท่องเที่ยวฟื้น

ผู้ประกอบการหวัง2ด.สุดท้ายของปีท่องเที่ยวฟื้น

สรรพสามิตเผยบังคับใช้กม.แล้ว90%

สรรพสามิตเผยบังคับใช้กม.แล้ว90%

คมนาคมสั่งสนข.ปรับแผนขนส่งสินค้าชายฝั่ง

คมนาคมสั่งสนข.ปรับแผนขนส่งสินค้าชายฝั่ง

จิตติมองทองปี61ขาขึ้นกรอบ1245-1325$/ออนซ์

จิตติมองทองปี61ขาขึ้นกรอบ1245-1325$/ออนซ์

แรงงานให้ต่างด้าวบัตรชมพูอยู่ไทยถึง31มี.ค.61

แรงงานให้ต่างด้าวบัตรชมพูอยู่ไทยถึง31มี.ค.61

หุ้นไทยสัปดาห์หน้าติดตามประชุมธนาคารกลางยุโรป

หุ้นไทยสัปดาห์หน้าติดตามประชุมธนาคารกลางยุโรป

กสิกรไทยคาดเงินบาท24-27ต.ค.กรอบ33.00-33.30/$

กสิกรไทยคาดเงินบาท24-27ต.ค.กรอบ33.00-33.30/$

กสทช.ส่งรายได้Q3/60เข้ากองทุนดีอีแล้ว190ลบ.

กสทช.ส่งรายได้Q3/60เข้ากองทุนดีอีแล้ว190ลบ.

ปชช.ร่วมงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม

ปชช.ร่วมงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์