ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

เปิดดีดกลับ แต่ไม่น่าจะยืนได้             KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะเปิดรีบาวด์ในวันพุธ หนุนโดยจิตวิทยาของหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปที่พุ่งแรงหลังจาก i) ผลประกอบการของบริษัทใหญ่ ในสหรัฐฯ เช่น โคคา-โคลา, โกลด์แมน แซคส์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, ไอบีเอ็ม, อินเทล และยาฮู ล้วนสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ii) การประมูลตั๋วเงินคลังของสเปนมีเสียงตอบรับที่ดี และดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีถอยลงมาต่ำกว่า 6% อีกครั้ง iii) ดัชนีความเชื่อมั่นของนักธุรกิจที่เรียกว่า ZEW ของเยอรมันเดือน เม.ย. สูงกว่าคาด ให้แนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจเยอรมันในขณะที่ IMF ก็ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกเป็น 3.5% จากเดิม 3.3% อย่างไรก็ดีต่างชาติยังขายหุ้นไทยต่อเนื่องแล้ว 3 วัน และ KGI มองว่าต่างชาติจะไม่กลับมาซื้อด้วยข่าวต่างๆ ที่ออกมา เราคิดว่าจะต้องมีข่าวเชิงนโยบายใหม่ๆ ที่มีความชัดเจน เช่น QE3 หรือนโยบายการเงินหรือการจัดการภาคธนาคารของยุโรปออก จึงจะกระตุ้นต่างชาติให้ซื้อหุ้นรอบใหม่ได้ เรามองว่าการรีบาวด์วันนี้ไม่น่าจะยืนระยะได้             กลยุทธ์: เรายังคงแนะนำให้เลี่ยงหุ้นกลุ่มหลัก และเน้นซื้อหุ้นขนาดกลางในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่แนวโน้มกำไรไตรมาสแรกและกำไรปี 2555 แข็งแกร่ง และมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวและดอกเบี้ยที่น่าจะต่ำยาวถึงไตรมาส 3/55 เป็นอย่างน้อย แนะซื้อ AP, SIRI รวมทั้งหุ้นนิคมฯ อย่าง HEMRAJ เป็นต้น   ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ           CK เปิดเผยว่า บริษัท ช.การช่าง (ลาว) จำกัด (บริษัทย่อย) ได้ลงนามในสัญญา Engineering, Procurement and Construction Contract for the Xayaburi Hydroelectric Power Project เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กับ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด  โดยเราประเมินความชัดเจนที่เกิดขึ้น คาดจะทำให้ราคาหุ้น CK ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพราะมูลค่างานก่อสร้างในส่วนของ CK ที่สูงกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท จะทำให้งานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 4.3 หมื่นล้านบาทเป็น 1.2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณกำไรจากผลการดำเนินงานปกติที่ 190 ล้านบาท เพราะคาดข้อถกเถียงเรื่องผลกระทบจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกับประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีอยู่ แต่หากข้อถกเถียงดังกล่าวสามารถจบได้ในระยะเวลาอันสั้น คาดจะทำให้กำไรจากผลการดำเนินงานปกติของบริษัทปี 2555 ปรับขึ้นเป็น 375 ล้านบาท ดังนั้น แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังเติบโตดีและยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท           ได้มีการเสนอให้ EGCO (EGCO.BK/EGCO TB, non rated) มีสิทธิในการสร้างโรงไฟฟ้า IPP 800MW เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าขนอมที่ใกล้หมดสัญญาในปี 2559 โดยไม่ต้องทำการประมูล ภายใต้แผนพัฒนาการผลิตกำลังไฟฟ้าฉบับใหม่ 2553-2573 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 (PDP 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3) แผนนี้ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว โดยจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาเร็วๆ นี้ เรามองว่าเรื่องนี้ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ แม้ว่าตลาดจะมองไว้แล้วว่าทาง EGCO น่าจะได้ต่อสัญญา IPP หรือน่าจะได้สัญญา IPP ฉบับใหม่แต่ก็น่าจะต้องทำผ่านการประมูล ซึ่งตลาดไม่ได้คาดว่า EGCO จะได้สัญญาฉบับใหม่นี้โดยไม่ต้องทำการประมูล เราประเมินว่า โรงไฟฟ้าใหม่นี้ จะเพิ่ม Fair Value ให้กับ EGCO ประมาณ 15-20 บาทต่อหุ้น ราคาหุ้น EGCO เพิ่มขึ้น 5% (4 บาทต่อหุ้น) ใน 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา และมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 3-4 เท่าเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา           พันเอก ดร. เศรษฐพงค์เปิดเผยว่าจะทำการแก้ไขข้อความในเรื่องกฎการครอบงำโดยคนต่างด้าว โดยจะทำการเปลี่ยนข้อความจาก Controlling power ซึ่งเป็นการกำหนดขึ้นจากกทช.ที่หมดวาระไปแล้วและมีความเข้มงวดเรื่องของการตีความว่าบริษัทจะถือเป็นต่างด้าวเมื่อต่างชาติถือหุ้นโดยตรงและทางอ้อมเกิน 50% เป็น dominance ซึ่งจะหย่อนเรื่องของการบังคับใช้โดยดูแค่การถือหุ้นโดยตรงเท่านั้นว่าห้ามเกิน  50% ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จริง จะส่งผลดีต่อหุ้น ADVANC* และ DTAC* ซึ่งบริษัททั้งสองมีถือหุ้นใหญ่เป็นต่างด้าว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราและตลาดกังวลว่าบริษัททั้งสองอาจต้องทำการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นหากไม่มีการแก้ไขกฎเรื่องการครอบงำโดยคนต่างด้าว เรายังชอบ DTAC มากที่สุดภายใต้การเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมเป็นอยู่บนระบบไลเซ่น 3จี แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 100 บาท             โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 18 เม.ย. 2555

Dual Momentum Model : 2017-04-21

Dual Momentum Model : 2017-04-21

KBANK - Hold : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) - KBANK

KBANK - Hold : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) - KBANK

SCB - Hold : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) - SCB

SCB - Hold : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) - SCB

BBL - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) - BBL

BBL - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) - BBL

KTB - Hold : ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) - KTB

KTB - Hold : ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) - KTB

TCAP - Hold : บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) - TCAP

TCAP - Hold : บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) - TCAP

FSS Market View [21-04-2017]

FSS Market View [21-04-2017]

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 21 เมษายน 2560

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 21 เมษายน 2560

Daily Trading Strategy PM : 21/04/2017

Daily Trading Strategy PM : 21/04/2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 21 เม.ย. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 21 เม.ย. 2017

ROBINS - Buy : บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) - ROBINS

ROBINS - Buy : บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) - ROBINS

GFPT - บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) - GFPT

GFPT - บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) - GFPT

TU - Buy : บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - TU

TU - Buy : บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - TU

TISCO - Buy : บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - TISCO

TISCO - Buy : บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - TISCO

UNIQ - บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) - UNIQ

UNIQ - บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) - UNIQ

HMPRO - บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) - HMPRO

HMPRO - บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) - HMPRO

INTUCH - Buy : บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) - INTUCH

INTUCH - Buy : บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) - INTUCH

KTB - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) - KTB

KTB - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) - KTB

TCAP - Buy : บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) - TCAP

TCAP - Buy : บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) - TCAP

STEC - Buy : บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) - STEC

STEC - Buy : บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) - STEC

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์