80บริษัทประเมินที่ดินส้มหล่น! ธนารักษ์โยน7พันอบต.จ้างคำนวณ 24ล้านแปลง/ตั้งเป้า 4ปีโกย2แสนล.

80บริษัทประเมินที่ดินส้มหล่น! ธนารักษ์โยน7พันอบต.จ้างคำนวณ 24ล้านแปลง/ตั้งเป้า 4ปีโกย2แสนล.

80 บริษัทประเมินเอกชนส้มหล่น! กรมธนารักษ์โยน 7,000 อบต. ทั่วประเทศ จ้างคำนวณราคาที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง อีก 24 ล้านแปลงที่เหลือแทน รับมือการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน จัดเก็บจริงอีก 2 ปีข้างหน้า หลังคลังวาดแผนคลอด 1 ม.ค. 2553 เป้าปี 2555 จัดเก็บรายได้เข้าท้องถิ่น 5 หมื่นล้าน ภายใน 4 ปี กวาด 2แสนล้าน สศค. ยันชาวบ้านเข้าใจ นำเข้าครม.ส.ค.นี้แน่

จากกรณีที่รัฐบาลเตรียมผลักดันร่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเข้าสู่การพิจารณา ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนสิงหาคมนี้ และกำหนดให้ประกาศใช้ 1 มกราคม 2553 โดยให้มีผลบังคับใช้จริง อีก 2 ปีข้างหน้าคือ 1 มกราคม 2555 เพื่อรอความพร้อมเกี่ยวกับฐานข้อมูลที่ดินจากกรมที่ดินและการประเมินราคาที่ดินรายแปลงจากกรมธนารักษ์ ที่ยังรอประเมินอีกกว่า 24 ล้านแปลง จาก 30 ล้านแปลง ทั่วประเทศนั้น

นายแคล้ว ทองสม ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เปิดเผย

ฐานเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์ ได้ประเมินราคาที่ดินรายแปลงไปแล้ว 5,800,000 แปลงทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานให้กรมที่ดินจัดเก็บค่าธรรมเนียม และรับมือการบังคับใช้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้จริง 1 มกราคม 2555 แต่ทั้งนี้ ยังคงเหลือแปลงที่ดินที่ต้องเร่งดำเนินการอีกกว่า 24ล้านแปลง จาก 30 ล้านแปลงทั่วประเทศ

ภายใน 2 ปีนับจากนี้ กรมจะมอบโอนภารกิจการคำนวณประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) จำนวนกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่ดำเนินการเอง โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ร่วมกับกรมที่ดิน ซึ่งมีหน้าที่แบ่งแยกโฉนดให้กับประชาชนที่มาติดต่อขอใช้บริการ ในแต่ละวัน ตลอดจนการตรวจสอบฐานข้อมูลที่ดินที่บรรจุลงในแผนที่ระบบดิจิตอลเพื่อไม่ให้มีการตกหล่นหลบเลี่ยงภาษี

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติแล้ว แม้ว่ากรมธนารักษ์จะเป็นพี่เลี้ยงให้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะไม่มีความชำนาญ ที่จะประเมินได้ทัน เนื่องจากมีทั้ง ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีความสลับซับซ้อน ซึ่งทางออกจะใช้วิธีตั้งงบประมาณของแต่ละท้องถิ่น เพื่อว่าจ้างบริษัทประเมินเอกชน ที่ขึ้นทะเบียนอยู่ขณะนี้ 70 -80 บริษัททั่วประเทศ รับไปดำเนินการ เพราะราคาประเมินที่เหลือ ส่วนใหญ่กรมธนารักษ์จะประเมินในลักษณะเป็นรายบล็อกโซน หรือที่ดินแปลงใหญ่ๆ

เช่นเฉลี่ยทั่วไปติดถนนเข้าหาแผ่นดิน ระยะ 20 เมตร ราคา 10,000 บาทต่อตารางวา ถัดจากระยะแรก ไปอีก 20 เมตร (40 เมตรจากถนนใหญ่) 5,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินนอกเหนือนี้ 1,000 บาทต่อตารางวา โดยในรายบล็อกโซนนี้ท้องถิ่นจะต้องคัดแยกออกเป็นโฉนดรายแปลง และนำมาคูณกับเนื้อที่ เช่นที่ดิน 50 ตารางวา ตั้งอยู่ติดริมถนนระยะไม่เกิน 20 เมตร ราคาประเมินรายบล็อกโซนของกรมธนารักษ์ประเมินไว้ที่ 15,000 บาทต่อตารางวา

ทั้งนี้ท้องถิ่นจะต้องนำ เนื้อที่ 50 ตารางวา คูณด้วย 15,000 บาทต่อตารางวา ก็จะออกมาเป็นราคาประเมินรายแปลง อยู่ที่ 75,000 บาทต่อตารางวา โดยไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง และในกรณีที่มีสิ่งปลูกสร้าง ให้คำนวณจากพื้นที่ทั้งหมด วัดเป็นตารางเมตร ซึ่งจะมีบัญชีการประเมินโครงสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างแยกต่างหาก โดยแต่ละอาคารจะมีราคาต่อตารางเมตรแตกต่างกันตามสภาพการใช้งาน และเมื่อได้ราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างแล้วให้นำไปรวมกับราคาประเมินของที่ดิน เป็นต้น

นายแคล้วกล่าวต่อไปว่า กรมไม่สามารถเข้าไปประเมินเป็นรายแปลงให้ทุกแปลงได้ ซึ่งท้องถิ่นในฐานะผู้ปฏิบัติจะต้องเข้ามามีบทบาทต่อเรื่องนี้เอง เพราะเป็นเรื่องของรายได้ที่ท้องถิ่นได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างไรก็ดี การประเมินราคาแปลงจำนวน 5,800,000 แปลงทั่วประเทศ จะกระจายไปตามแต่ละจังหวัดประมาณ 20 จังหวัด จาก 76 จังหวัด แต่ส่วนใหญ่จะอยู่เฉพาะอำเภอเมือง ส่วนจังหวัดที่มีการประเมินรายแปลงเต็มพื้นที่แล้ว มีเพียง 3 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.)จำนวนกว่า6,000,000 แปลง จังหวัดสมุทรปราการ กว่า700,000-800,000 แปลง และนนทบุรีกว่า900,000 แปลง ทั้งนี้ ราคาประเมินสูงสุดในเขตกทม. ยังคงเป็นที่ถนนสีลมราคา 650,000 บาทต่อตารางวา ฯลฯ

ต่อข้อถามที่ว่า จะมีแปลงย่อยเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่เพราะ 30 ล้านแปลง เป็นตัวเลขที่ถูกหยิบยกกันมานานแล้ว เรื่องนี้ นายแคล้วชี้แจงว่า สถิตติตัวเลขแปลงที่ดินจะเฉลี่ย 30 ล้านแปลงทั่วประเทศไม่สูงหรือต่ำไปกว่านี้ เนื่องจากในเขตกทม. จะมีการ ยุบรวมแปลงกันมาก เพราะมีการพัฒนาโครงการอาคารชุด ซึ่งบริษัทพัฒนาที่ดินส่วนใหญ่จะซื้อที่ดินซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ เช่น 100 อาคาร หรือ100 แปลง รวมโฉนดเหลือ 2 แปลง เพื่อขึ้น โครงการ ขณะที่ต่างจังหวัดหรือชานกรุงเทพฯ บริษัทพัฒนาที่ดิน ได้ซื้อที่ดิน 1 แปลง เช่น 100 ไร่ มาพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรร แบ่งซอยย่อยแยกเป็นโฉนดเพื่อแบ่งขายเป็นต้น ดังนั้นจำนวนแปลงโดยรวม จะไม่สูงหรือต่ำไปกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้ทันในอีก 2 ปีข้างหน้า

นายแคล้วกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ได้ตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้เข้าท้องถิ่น ไว้ปีแรก (ปี 2555) 50,000 ล้านบาท หรือ 25 % ของเป้ารายได้เต็มเพดานของฐานภาษี ซึ่งจะพิจารณาการจัดเก็บให้เท่ากับภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนและตื่นตระหนกที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ปีที่ 2 (ปี 2556) เป้าจัดเก็บ 100,000 ล้านบาท หรือ 50% ของเป้ารายได้เต็มเพดานของฐานภาษี ปีที่ 3 (ปี 2557) 150,000 ล้านบาท 75% ของเป้ารายได้เต็มเพดานของฐานภาษี และปีที่ 4 เป้าจัดเก็บ 200,000 ล้านบาท หรือ 100% (เต็มเพดานของฐานภาษี) เช่น ในปีแรก ท้องถิ่นจะเรียกเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีที่อยู่อาศัย 0.001% จาก เพดาน 0.1% เป็นต้น และ ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเรียกเก็บเต็มเพดานคือ 0.1% ได้ทันที ซึ่งการกำหนดฐานภาษี จะมีคณะกรรมการกลางขึ้นมาหนึ่งชุด แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ซึ่งจะต้องรอกฎหมายฉบับดังกล่าวประกาศใช้เสียก่อน

ด้านแหล่งข่าวจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ภายในเดือนสิงหาคม นี้ร่างพระราชบัญญัติ( พ.ร.บ.) ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) และ เข้าสภา ตามลำดับ มีเป้าหมาย ประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2553 และ มีผลบังคับใช้จริง 1มกราคม 2555 โดยมีเป้าการจัดเก็บรายได้ กว่า 90,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ดีจากการ ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลากฏว่าส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าใจ

โดยเพดานการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน แบ่งออกเป็น 3 อัตราได้แก่ 1. อัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไปไม่เกิน 0.5% ของฐานภาษี 2.ที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ไม่เกิน 0.1% ของฐานภาษี และ 3. ที่ดินประกอบเกษตรกรรมไม่เกิน 0.05% ของฐานภาษี ส่วนกรณีพื้นที่ว่างเปล่า จะจัดเก็บในอัตรา 0.5% ของมูลค่าสินทรัพย์ และ หากไม่มีการทำประโยชน์ ติดต่อกัน 3 ปี จะเรียกเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า 2 เท่า ของอัตราที่เรียกเก็บ ส่วนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีได้แก่ พระราชวัง ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐ หรือที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้หาประโยชน์ วัด ฯลฯ

ขณะที่ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ในฐานะ 1 ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกล่าวว่า ขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัทเอเจนซีฟอร์เรียลเอสเตทแอสแฟร์สฯ ศึกษาและประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้เข้าท้องถิ่น มากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี
สินค้าไทย3รายการไม่ถูกสหรัฐตัดSPปี59/60

สินค้าไทย3รายการไม่ถูกสหรัฐตัดSPปี59/60

กรมประมงยันสินค้ากุ้งไทยมีมาตรฐาน

กรมประมงยันสินค้ากุ้งไทยมีมาตรฐาน

นายกส.อาหารแช่แข็งแจงกุ้งไทยถูกสหรัฐฯแบน

นายกส.อาหารแช่แข็งแจงกุ้งไทยถูกสหรัฐฯแบน

รมว.พณ.มอบวุฒิบัตรหลักสูตรTEPCoT

รมว.พณ.มอบวุฒิบัตรหลักสูตรTEPCoT

พาณิชย์เผยเพล์ออล กรุ๊ป ขาดส่งงบการเงินปี58

พาณิชย์เผยเพล์ออล กรุ๊ป ขาดส่งงบการเงินปี58

ผู้ประกอบการไม่พร้อมสังคมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

ผู้ประกอบการไม่พร้อมสังคมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ ปรับตัวลดลง14.05จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ ปรับตัวลดลง14.05จุด

ผู้มีรายได้น้อย เฮ! ครม.ไฟเขียว 2 แบงก์รัฐ ปล่อยกู้ฉุกเฉินแก้หนี้นอกระบบ 1 หมื่นล.

ผู้มีรายได้น้อย เฮ! ครม.ไฟเขียว 2 แบงก์รัฐ ปล่อยกู้ฉุกเฉินแก้หนี้นอกระบบ 1 หมื่นล.

BCPGรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเอเชียแปซิฟิก

BCPGรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเอเชียแปซิฟิก

บางจากมั่นใจราคาน้ำมันขึ้นหนุนโต20%

บางจากมั่นใจราคาน้ำมันขึ้นหนุนโต20%

ครม.ผ่านร่างพรบ.การบินพลเรือน,ออกสินเชื่อให้คนจน

ครม.ผ่านร่างพรบ.การบินพลเรือน,ออกสินเชื่อให้คนจน

นายกฯย้ำสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินยึดตามขั้นตอน

นายกฯย้ำสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินยึดตามขั้นตอน

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ 4.20 จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายลบ 4.20 จุด

ยูบีเอ็ม คาด อุตฯความงาม ปี 60 พุ่งทะลุ 2.8 แสนล้าน

ยูบีเอ็ม คาด อุตฯความงาม ปี 60 พุ่งทะลุ 2.8 แสนล้าน

ปตท.เร่งเปิดหนูณิชย์ร้านแรกใน3สัปดาห์

ปตท.เร่งเปิดหนูณิชย์ร้านแรกใน3สัปดาห์

สศค.ปรับฟอร์มลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย

สศค.ปรับฟอร์มลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลบ 4.64 จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าลบ 4.64 จุด

ขนส่งฯตรวจเข้มรถสาธารณะม.ค.60

ขนส่งฯตรวจเข้มรถสาธารณะม.ค.60

ธอส.ประกาศแผนปี60นำองค์กรสู่Digital Banking

ธอส.ประกาศแผนปี60นำองค์กรสู่Digital Banking

พาณิชย์MOUปตท.ขยายร้านหนูณิชย์

พาณิชย์MOUปตท.ขยายร้านหนูณิชย์

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์