บางแข็งทะลุ 34.00 บาท/ดอลลาร์

บางแข็งทะลุ 34.00 บาท/ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2552 ค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้นท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบางบาง โดยค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (20/7) ที่ระดับ 34.04/06 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดวันศุกร์ (17/7) ที่ 34.05/07 บาท/ดอลลาร์ จนกระทั่งในวันพฤหัสบดีค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจนผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 34.00 บาท/ดอลลาร์ และแข็งค่าสุดที่ระดับ 33.94 บาท/ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามเงินบาทกลับอ่อนค่าลงมาในช่วงสายของวันพฤหัสบดีนั้นเอง ก่อนที่จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ จนกระทั่งปิดตลาดวันศุกร์ (24/7) ที่ระดับ 33.98/99 บาท/ดอลลาร์

ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 33.94-34.055 บาท/ดอลลาร์ อนึ่ง ในวันจันทร์ (20/7) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขดุลการค้าของไทยประจำเดือน มิ.ย. ซึ่งเกินดุลอยู่ที่ระดับ 937 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตัวเลขการส่งออกในเดือน มิ.ย. มีมูลค่า 12,335 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 25.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 11,398 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 29.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก อาทิ ยูโร และปอนด์ จากการเทขายดอลลาร์เพื่อกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังมีข้อบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวที่ดีของเศรษฐกิจสหรัฐตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวเลขผลประกอบการที่เกินคาดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ อีกทั้งแรงหนุนจากตัวเลขยอดสร้างบ้านใหม่ประจำเดือน มิ.ย. ที่ประกาศในวันศุกร์ (17/7) ที่ 582,000 หลัง ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้ที่ 530,000 หลัง และสูงกว่าเดือน พ.ค. ที่ 562,000 หลัง รวมไปถึงการเปิดเผยตัวเลข Leading Indicator ของสหรัฐที่ระดับ 0.7% จากที่คาดไว้ว่าที่ระดับ 0.5% แต่ในวันพุธ (22/7) ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอีกครั้ง หลังนายเบน เบอร์นาเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวว่าเศรษฐกิจของสหรัฐมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปและจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำต่อไป อีกทั้งอัตราการว่างงานอาจจะยังคงอยู่ที่ระดับสูงไปจนถึงปี 2011 ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังแสดงความวิตกกังวลต่อการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐด้วย จากการแสดงทัศนะดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังข้อมุลราคาบ้านเดี่ยวในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือน มิ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 3.8% และราคาแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. ทำให้เกิดความหวังว่าตลาดบ้านกำลังฟื้นตัวขึ้น และช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นและลดความต้องการถือเงินดอลลาร์ในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยลง

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (20/7) ที่ระดับ 1.4142/45 ดอลลาร์/ยูโร แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดวันศุกร์ (17/7) ที่ระดับ 1.4101/05 ดอลลาร์/ยูโร ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการความต้องการลงทุนในสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง และสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง หลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทในสหรัฐที่ออกมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ถึงแม้ว่าค่าเงินยูโรจะได้รับแรงกดดันจากดัชนี Zew ของเยอรมันที่ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 1.4277 ดอลลาร์/ยูโร ในการซื้อขายวันอังคาร (21/7) อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงในวันพุธ (22/7) เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ รวมทั้งสถาบันวิจัยของประเทศอิตาลีได้เปิดเผยว่าเศรษฐกิจอิตาลีมีโอกาสหดตัวราว 5.3% ในปี 2009 ซึ่งเป็นสองเท่าที่จากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

นอกจากนี้การประกาศตัวเลขคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศในโซนยุโรปออกมาที่ระดับ -30.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ -28.0% ส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินยูโรกลับมาปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์อีกครั้งตามการปรับตัวในทิศทางที่สดใสของตลาดหุ้นยุโรป ทำให้นักลงทุนกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง นอกจากนี้ตัวเลขดัชนี Ifo ประจำเดือน ก.ค. ของเยอรมัน ที่ออกมาสูงกว่าที่คาดไว้ โดยออกมาที่ระดับ 87.3 จากที่คาดไว้ 86.5 สูงกว่าเดือน มิ.ย. ที่อยู่ที่ระดับ 85.9 เป็นแรงหนุนให้ค่าเงินปรับตัวขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 1.4200 ดอลลาร์/ยูโร อีกครั้ง โดยปิดตลาดวันศุกร์ (24/7) ที่ระดับ 1.4215/19 ดอลลาร์/ยูโร ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 1.4107-1.4291 ดอลลาร์/ยูโร

ส่วนทางด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (20/7) ที่ระดับ 94.50/52 เยน/ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับระดับปิดวันศุกร์ (17/7) ที่ระดับ 93.79/82 เยน/ดอลลาร์ โดยการซื้อขายในวันจันทร์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวอย่างจำกัดเนื่องจากเป็นวันหยุดของตลาดโตเกียว ส่วนในวันอังคาร (21/7) ค่าเงินเยนได้กลับปรับตัวแข็งค่าลงมาค่อนข้างมากหลังจากที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ หลังจากที่ได้รับแรงกดดันเกี่ยวกับเรื่องการตกต่ำของคะแนนนิยมในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงการแสดงทัศนะที่ระมัดระวังต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด ได้ลดความต้องการเสี่ยวของนักลงทุนลง ทำให้ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าไปแตะระดับ 93.07 เยน/ดอลลาร์ ในการซื้อขายวันพุธ (22/7)

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ในช่วงปลายสัปดาห์นั้นค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ หลังจากญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขดุลการค้าในเดือน มิ.ย. เกินดุลการค้า 508 พันล้านเยน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าญี่ปุ่นจะเกินดุลค้า 620 พันล้านเยน โดยตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ -35.7% ชะลอการลดลงจากเดือน พ.ค. ซึ่งอยู่ที่ -40.9% การที่ตัวเลขการส่งออกที่ดีขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยอดส่งออกไปจีนที่ชะลอการลดลงอย่างชัดเจน ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ

นอกจากนี้ การคาดการณ์ถึงกระแสการไหลออกของเงินเยนจำนวนมาก จากทรัสซ์เพื่อการลงทุนของญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศและสกุลเงินต่างประเทศ ขณะที่ตลาดจับตาดูข้อมูลการรายงานผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์เงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 93.07-95.29 เยน/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดวันศุกร์ (24/7) ที่ระดับ 94.96/99 เยน/ดอลลาร์
พาณิชย์ชี้โอกาสสินค้าไก่ไทยไปเกาหลีสดใส

พาณิชย์ชี้โอกาสสินค้าไก่ไทยไปเกาหลีสดใส

ดีป้าเสริมทักษะผู้ประกอบการSMEs-OTOP

ดีป้าเสริมทักษะผู้ประกอบการSMEs-OTOP

เอกชนเสนอซื้อข้าวเข้าอุตสาหกรรมอีก2.07ล้านตัน

เอกชนเสนอซื้อข้าวเข้าอุตสาหกรรมอีก2.07ล้านตัน

รฟม.ยุติปฏิบัติงานวิศวะกรคุมรถไฟฟ้าสีเขียว

รฟม.ยุติปฏิบัติงานวิศวะกรคุมรถไฟฟ้าสีเขียว

บขส.ถกรถร่วมฯรับมือสงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์

บขส.ถกรถร่วมฯรับมือสงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์

กอบศักดิ์ ชี้ 5 ปีโอกาสทองลงทุนCLMV

กอบศักดิ์ ชี้ 5 ปีโอกาสทองลงทุนCLMV

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.06  จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.06 จุด

BOIถกแพคเกจรถยนต์ไฟฟ้าพรุ่งนี้ก่อนชงครม.

BOIถกแพคเกจรถยนต์ไฟฟ้าพรุ่งนี้ก่อนชงครม.

ปตท.ลดราคาน้ำมันดีเซล40สต.แตะ25.09บ.คงเบนซินโซฮอล์

ปตท.ลดราคาน้ำมันดีเซล40สต.แตะ25.09บ.คงเบนซินโซฮอล์

อุตตมชี้EECศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมCLMV

อุตตมชี้EECศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมCLMV

คดีแย่งสิทธิ์ถือหุ้นโรงแรมแกรนด์ บิสิเนส ส่อเค้าวุ่น

คดีแย่งสิทธิ์ถือหุ้นโรงแรมแกรนด์ บิสิเนส ส่อเค้าวุ่น

ติดเครื่องรับบัตร (EDC) ของทีเอ็มบีวันนี้ มีแต่ได้กับได้ ฟรี ไม่เสียค่าติดตั้ง

ติดเครื่องรับบัตร (EDC) ของทีเอ็มบีวันนี้ มีแต่ได้กับได้ ฟรี ไม่เสียค่าติดตั้ง

พณ.รอประเมินผลกระทบก่อการร้ายในอังกฤษ

พณ.รอประเมินผลกระทบก่อการร้ายในอังกฤษ

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก1.86จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก1.86จุด

ขนส่งฯย้ำชำระภาษีรถประจำปียังทำได้ปกติ

ขนส่งฯย้ำชำระภาษีรถประจำปียังทำได้ปกติ

พณ.เตรียมเปิดงานธงฟ้าเดือนหน้า

พณ.เตรียมเปิดงานธงฟ้าเดือนหน้า

เอกชน16รายยื่นซองประมูลข้าวเพื่ออุตฯ

เอกชน16รายยื่นซองประมูลข้าวเพื่ออุตฯ

ตลท.คาดคนแห่ชมงานSET2017ทะลุแสนคน

ตลท.คาดคนแห่ชมงานSET2017ทะลุแสนคน

รมว.คลังเร่งปฏิรูปภาษีลดเหลื่อมล้ำ

รมว.คลังเร่งปฏิรูปภาษีลดเหลื่อมล้ำ

ดิ้นหนี! ภาษีที่ดิน เจ้าสัวแห่พลิกที่รกร้าง ทำเกษตรเลี่ยง 5%

ดิ้นหนี! ภาษีที่ดิน เจ้าสัวแห่พลิกที่รกร้าง ทำเกษตรเลี่ยง 5%

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์