ญี่ปุ่นดันบิ๊ก ASEAN+3 เติมข้าวคลังสำรอง ปิดประชุม รมต.ต่างประเทศส่งไม้ต่อ AEM

ญี่ปุ่นดันบิ๊ก ASEAN+3 เติมข้าวคลังสำรอง ปิดประชุม รมต.ต่างประเทศส่งไม้ต่อ AEM

นายคาซึโอ โคดามา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน+3 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ได้มีการกล่าวถึงการเพิ่มการสำรองข้าวในโครงการนำร่องระบบสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออก หรือ EAERR (East Asia Emergency Rice Reserve) ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 โดยครั้งนี้จีนได้ประกาศสนับสนุนข้าวในสต๊อกกลางเป็นจำนวน 3 แสนตัน

หลังจากก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้ประกาศสนับสนุนข้าวตามโครงการดังกล่าวแล้วจำนวน 2.5 แสนตัน และประเทศอาเซียนทั้งหมดรวมกันจำนวน 8.7 หมื่นตัน อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เกาหลีใต้ยังไม่ได้ประกาศปริมาณการสนับสนุนข้าวเข้ามาอยู่ในคลังสำรองตามโครงการ

โครงการนี้เกิดจากความต้องการทราบถึงจำนวนข้าวสำรองในคลังของแต่ละประเทศ และเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ในแต่ละประเทศสมาชิกจะมีข้าวเพียงพอสำหรับกรณีฉุกเฉิน โดยอาจให้การสนับสนุนตามกรณีรายประเทศ เช่น ขณะนี้ญี่ปุ่นบริจาคข้าว 9.5 แสนตันให้ฟิลิปปินส์เก็บไว้ พร้อมกับมอบให้กัมพูชา 380 ตัน และอินโดนีเซีย 380 ตัน

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน+3 ครั้งที่ 10 วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศยินดีต่อความคืบหน้าในการดำเนินการตามโครงการนำร่องระบบสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออก (East Asia Emergency Rice Reserve-EAERR) และรับทราบข้อตกลงของที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน+3 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2551 ที่เวียดนาม ที่เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาของโครงการนำร่องระบบสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออกออกไปถึงวันที่ 28 กุมภาพธ์ 2553 และความพยายามที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนากลไกสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออกให้เป็นกลไกถาวรภายใต้โครงการ ระบบสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียน+3 (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve-APTERR) และแสดงความยินดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประกาศจะสนับสนุนข้าวจำนวน 300,000 ตันสำหรับโครงการ EAERR เพิ่มจากที่ญี่ปุ่นสนับสนุนข้าวจำนวน 250,000 ตัน

ด้านผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและคู่เจรจา (PMC) ครั้งที่ 42 อาเซียนได้หารือกับคู่เจรจาแยกรายประเทศ (PMC+1) และได้ออกแถลงการณ์ของประธาน ระบุว่า ในการหารือระหว่างอาเซียนและจีน ที่ประชุมเห็นพ้องถึงการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกันในทุกมิติ โดยเฉพาะเอฟทีเออาเซียน-จีนที่ครอบคลุมทุกสาขา และการลงนามในข้อตกลงด้านการลงทุนระหว่างอาเซียน-จีน ที่จะเกิดขึ้นในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2552 ที่กรุงเทพฯ

โดยจีนมีแผนงานจัดเตรียมสินเชื่อทางการค้ามูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงการปล่อยกู้ด้วยเงื่อนไขพิเศษมูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์แก่สมาชิกอาเซียนภายใน 3-5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ที่ประชุมแสดงความชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของจีนในการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการขนส่งระหว่างอาเซียนและจีน รวมถึงการจัดตั้งกองทุนความร่วมมือด้านการลงทุนอาเซียน-จีนมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

ด้านการหารือระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่น ได้มีการหารือถึง ข้อริเริ่มเพื่อการเจริญเติบโตที่จะนำไปสู่การเพิ่มขนาดเศรษฐกิจในเอเชีย เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของเอเชียและเพิ่มความต้องการภายในผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (ODA) ที่อยู่ที่ 20 พันล้านดอลลาร์ และการอำนวยความสะดวกด้านการค้าเพิ่มเติมอีก 22 พันล้านดอลลาร์เป็นเวลา 2 ปี นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังได้สนับสนุนทางการเงิน 62 ล้านดอลลาร์ ในกองทุนบูรณาการญี่ปุ่น-อาเซียน (JAIF) ซึ่งจะช่วยเหลือเร่งด่วนแก่สมาชิกอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ

ส่วนการหารือระหว่างอาเซียนและสหรัฐ ที่ประชุมยินดีที่สหรัฐจะกลับมาโฟกัสอาเซียน รวมถึงการประกาศภารกิจสู่อาเซียนผ่านเอกอัครราชทูตประจำอาเซียนในจาการ์ตา รวมถึงความพยายามที่จะจัดประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐสมัยพิเศษในอนาคต และยินดีที่สหรัฐลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือ (TAC) กับอาเซียน และทบทวนความร่วมมือต่างๆ ระหว่างกัน รวมถึงการดำเนินการเพื่อพัฒนาความตกลงในกรอบการค้าและการลงทุน (TIFA)

ส่วนการหารือกับอินเดียก็เน้นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างกัน ด้านการหารือกับสหภาพยุโรปได้เน้นถึงการสนับสนุนกระบวนการเข้าร่วมเป็นภาคีใน TAC และที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS)

Advertisement Replay Ad
แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์